
จับโจ๋13ตระเวนลักทรัพย์วัด-ร้านค้า
ตำรวจพิษณุโลกจับโจ๋13ตระเวนลักทรัพย์วัดและร้านค้า
ตำรวจพิษณุโลกจับโจ๋13ตระเวนลักทรัพย์วัดและร้านค้า
ร.ต.ท.สุขเสริม พันธุ์เขียว ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งจาก นายชัยชนะ บุญสิงห์ กำนัน ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก ว่าชาวบ้านได้ช่วยกันจับคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในวัดยางมีมานะ และร้านค้าที่อยู่ข้างวัด ได้ผู้ต้องหาย คือ ด.ช.แม๊ก (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี พร้อมของกลางบุหรี่ต่างประเทศ จำนวน 3 ซอง เงินสดจำนวน 67 บาท พระพุทธรูปหน้าตัก 3 นิ้วจำนวน 2 องค์ พระเครื่องและตะกรุด ประมาณ 100 องค์
พระมานิตย์ สิริวณโณ พระลูกวัดยาง กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ออกไปบิณฑบาต และกลับมาฉันท์เช้าที่ศาลาการเปรียญเมื่อกลับเข้ามาที่กุฏิพบว่าหน้าต่างกุฏิถูกคนร้ายงัดออกและรื้อค้นทรัพย์สิน ตรวจสอบพบว่าพระพุทธรูปภายห้องหายไป 2 องค์และพระเครื่องอื่นอีกกว่า 100 องค์ จนกระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้คือ ด.ช.แม๊ก พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง และมีพระเครื่องหายไปอีกหลายรายการ สำหรับด.ช.แม๊ก ชอบมาวิ่งเล่นแถวลานวัดเป็นประจำเคยให้ตังค์ไปซื้อขนมกินหลายครั้งไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะมีพฤติกรรมดังกล่าว
ด้านน.ส.ฉัตรธิดา แพนนิยม อยู่บ้านเลขที่ 95/1 หมู่ 1 ต.บ้านคลอง กล่าวว่า ได้เปิดเป็นร้านขายของชำ เมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตกหนักทำให้ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติ จนกระทั้งรุ่งเช้าวันนี้ พบกระเบื้องหลังคาหลังบ้านถูกคนร้ายเปิดออกและเข้ามาลักทรัพย์สินในบ้านพัก มีเงินสดที่ใช้ทอนลูกค้าประมาณ 300 บาท บุหรี่ยี่ห้อต่างประเทศ 6 ซอง จึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งกำนัน ต.บ้านคลอง
จากการสอบสวน ด.ช.แม๊ก ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุลักทรัพย์ที่ร้านค้าและกุฏิพระในวัดยางมีมานะจริง ส่วนของกลางที่ได้มา บุหรี่ก็นำไปสูบกับเพื่อนรุ่นหมดไปแล้ว 3 ซอง แล้วนำไปขายให้กับร้านค้าแถวหน้าวิทยาลัยสารพัดช่างจำนวน 3 ซองได้เงินมาจำนวน 120 บาท ส่วนพระเครื่องให้เพื่อนรุ่นพี่ที่ชื่อว่าโอ๋ ไปส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็นำไปขายได้เงินมาจำนวน 400 บาท แล้วจะนำเที่ยวและเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์แต่มาถูกเจ้าหน้าทีจับกุมเสียก่อน
ขณะที่ นางสวย(นามสมุติ) มารดาของผู้ต้องหาให้การว่า ลูกชายหลังเรียนจบแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก็ไม่ได้เรียนต่อ เนื่องจากมีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อยมานานแล้วซึ่งก็ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง บางครั้งไปขโมยของเพื่อนบ้าน ซึ่งเพื่อนบ้านก็มาแจ้งให้เราทราบโดยไม่เอาเรื่องเพราะว่าเห็นเป็นเด็กอยากให้กลับตัวสำนึกผิด แต่ลูกชายไม่เลิกนิสัยดังกล่าวจนกระทั่งเมื่อปี 2554 ลูกชายได้ไปลักเงินของเพื่อนบ้านจำนวน 50 บาท แต่ก็ไม่เอาเรื่องอีก
อย่างไรก็ตามด้วยความที่อยากให้ลูกเลิกพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้นำตัวลูกชายไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยดำเนินคดี สุดท้ายลูกชายถูกตัดสินให้เข้าไปอยู่ในสถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นเวลา 9 เดือน พร้อมกับถูกควบคุมความประพฤติอีก 2 ปี ต้องไปรายงานตัวทุก 4 เดือน แต่ลูกชายไม่เคยไปรายงานตัวเลยจนมาก่อเหตุลักทรัพย์จนถูกจับกุมได้ในที่สุด







