
น้องชายเณรคำยันถ่ายภาพคู่สีกา
น้องชายเณรคำเปิดแถลงยืนยันเป็นบุคคลในภาพถ่ายคู่สีกาไม่ใช่พี่ชาย เผยถูกถ่ายไว้ในรีสอร์ท ขณะบวชเป็นพระ
น้องชายเณรคำเปิดแถลงยืนยันเป็นบุคคลในภาพถ่ายคู่สีกาไม่ใช่พี่ชาย เผยถูกถ่ายไว้ในรีสอร์ท ขณะบวชเป็นพระ
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม พร้อมด้วย นายสุริ สุขผล อายุ 31 ปี น้องชายนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ รวมทั้ง นายชาญณรงค์ สุขผล และนายวิจารย์ สุขผล พี่ชายของนายวิรพล ได้แถลงชี้แจงกรณีที่ปรากฎภาพที่ถูกอ้างว่าเป็นภาพของนายวิรพลนอนคู่กับผู้หญิง โดยยืนยันว่าผู้ที่อยู่ในภาพเป้น นายสุริ ไม่ใช่นายวิรพล
นายสุขุมกล่าวว่า นายสุริยืนยันว่าคนที่นอนในรูปกับผู้หญิงเป็นรูปตนเอง และผู้หญิงที่ออกมาอ้างตัวเป็นภรรยานายวิรพลก็คือคนที่อยู่ในรูปดังกล่าว แต่แท้ที่จริงแล้วคือภรรยาและลูกของนายสุริและพร้อมให้ตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันความจริง
นายสุขุมกล่าวอีกว่า ขณะนี้มีนักกฎหมาย ครูอาจารย์ เข้ามาร่วมในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมมากขึ้น เพื่อเป็นทนายความว่าความให้นายวิรพล และพร้อมที่จะเดินเครื่องขอเป็นฝ่ายขุดคุ้ยตรวจสอบบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ดีเอสไอ ปปส.หรือ ปปง.ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น โดยจะส่งข้อมูลไปยังกรรมาธิการฝ่ายปกครอง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เพื่อสอบถามรัฐบาลในการแก้ไขปรับปรุงหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ด้าน นายสุริ กล่าวว่า เป็นบุตรคนที่ 5 และเป็นน้องชายนายวิรพล โดยหลังจากที่นายวิรพลบวชได้ 3 - 4 ปีก็ได้บวชตามและมีคนมักทักว่าหน้าตาเหมือนนายวิรพล ในขณะที่บวชตนเคยทำความผิดโดยหนีเที่ยวผู้หญิงทั้งที่ขายบริการและเที่ยวกับผู้หญิงที่เป็นแฟนกันตามประสาวัยรุ่น รวมทั้งได้มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน
ขณะที่ภาพถ่ายที่ปรากฎเป็นข่าว ยืนยันว่าเป็นรูปตนเอง เหตุเกิดเพราะความเมาและมีคนแอบถ่ายไว้เพื่อแบล็คเมล์ โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพสมัยที่บวชอยู่ที่ศรีษะเกษ เป็นภาพถ่ายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ส่วนผู้หญิงในรูปยืนยันว่าเป็นคนคนเดียวกับที่ออกมาอ้างตัวเป็นภรรยานายวิรพล โดยช่วงที่เกิดเรื่องใหม่ๆ ตนไม่กล้าออกมาแก้ข่าว เพราะกลัวและตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนี้คิดได้แล้วเลยออกมาเพื่อแก้ข่าว ซึ่งต้องขอโทษที่ทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย และขอโทษกับบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายที่ทำให้นายวิรพลเสียหายด้วย ส่วนตัวรู้สึกสงสารพี่ชายที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถกลับบ้านเกิดได้







