
ศอ.บต.เสนอเปลี่ยนสายพันธุ์ยางภาคใต้
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ศอ.บต. เสนอเปลี่ยนสายพันธุ์ยางพารา ให้ผลผลิตน้อย ล้าหลังเพื่อนบ้าน
สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ศอ.บต. เสนอเปลี่ยนสายพันธุ์ยางพารา ให้ผลผลิตน้อย ล้าหลังเพื่อนบ้าน
นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช ประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจ สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) เปิดเผยว่า รัฐบาลควรเร่งพัฒนายางพาราอย่างจริงจังโดยเฉพาะยางสายพันธุ์ อาร์เอ็ม 600 ซึ่งปลูกกันมานานกว่า 40 ปี ไม่มีการพัฒนาเลย ซึ่งไม่เหมาะสมในการปลูกอีกต่อไปแล้ว
“ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว ฟิลิปปินส์ และจีน ก็มีการปลูกยางและพัฒนาไปมาก ทำให้ยางมีจำนวนมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันยางของไทยกลับมีคุณภาพ ปริมาณผลผลิตต่อไร่ที่น้อยมาก สิ่งที่น่าวิตกว่าจะเกิดตามมาคือหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น” นายปกรณ์ กล่าว
ประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจสปต. กล่าวถึงเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ ว่า ในช่วงเดือนรอมฎอนเศรษฐกิจครัวเรือนของประชาชนอยู่ในเกณฑ์ดี การซื้อขายยังพอไปได้ แสดงว่าประชาชนยังมีกำลังซื้อ แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมคือยางพาราจะอ่อนตัวลงมามากก็ตาม ซึ่งเป็นผลจากกำลังซื้อของประชาชนยังมีอยู่ในระดับการค้าของชาวบ้าน แต่แนวโน้มไตรมาสหลังๆ ของปี 2556 มีทิศทางชะลอตัว
“ธุรกิจที่เกิดมากขึ้นคือ บริษัทรับเหมาก่อสร้าง การลงทุนการค้าที่ยังไปได้ดี เช่น ร้านอาหารอิสลาม ร้านเสื้อผ้ามุสลิม และร้านหนังสือ เป็นต้น ซึ่งเป็นการลงทุนกันเองของรายเก่าและคนในพื้นที่ ส่วนการลงทุนด้านอุตสาหกรรม ไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น” นายปกรณ์ กล่าว
นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลควรเสริมมาตรการลดหย่อนภาษีระยะยาว 5 ปีขึ้นไป พร้อมกับสนับสนุนสินเชื่อ โดยสนับสนุนเป็นพื้นที่พิเศษ อีกทั้งจะต้องตั้งเขตเซฟตี้โซนอุตสาหกรรม นอกจากเขตเซฟตี้โซนทางด้านการค้าที่ดำเนินการแล้วในบางพื้นที่







