posttoday
ธปท.เตือนปัญหาแรงงานขวางเศรษฐกิจเติบโต

ธปท.เตือนปัญหาแรงงานขวางเศรษฐกิจเติบโต

22 กรกฎาคม 2556

โครงการรับจำนำสินค้าเกษตรในราคาสูงกว่าราคาตลาดของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตันละ 1.5 หมื่นบาท ที่แม้ว่าจะช่วยสร้างกำลังซื้อในประเทศ แต่ผลที่ตามมาส่วนหนึ่งได้ทำให้ผลิตภาพแรงงานโดยรวมของไทยลดลง โดยเฉพาะในมิติผลิตภาพหรือคุณภาพแรงงานเทียบกับสินค้าและบริการ

โครงการรับจำนำสินค้าเกษตรในราคาสูงกว่าราคาตลาดของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตันละ 1.5 หมื่นบาท ที่แม้ว่าจะช่วยสร้างกำลังซื้อในประเทศ แต่ผลที่ตามมาส่วนหนึ่งได้ทำให้ผลิตภาพแรงงานโดยรวมของไทยลดลง โดยเฉพาะในมิติผลิตภาพหรือคุณภาพแรงงานเทียบกับสินค้าและบริการ

ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุในรายงาน “ข้อจำกัดด้านแรงงานต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ” พบว่า ในมิติผลิตภาพหรือคุณภาพแรงงานเทียบกับสินค้าและบริการที่จะได้รับต่อปัจจัยการผลิต ชะลอตัวลงอย่างมาก และได้ส่งผลลดทอนศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา และอาจทวีความรุนแรงขึ้นในระยะข้างหน้า

ทั้งนี้ ข้อมูลผลิตภาพแรงงานไทยในปี 2543-2553 พบว่าอยู่ที่ 2.5% ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงปี 2529-2539 ที่อยู่ที่ 6.7%

อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจผลิตภาพแรงงานในต่างประเทศ ก็พบว่ามีทิศทางเช่นเดียวกับไทย แต่ลดลงในอัตราที่น้อยกว่ามาก โดยแรงงานญี่ปุ่นมีผลิตภาพช่วงปี 2529-2539 อยู่ที่ 2.1% และลดลงมาอยู่ที่ 1.1% ในช่วงปี 2543-2553 สิงคโปร์อยู่ที่ 5.1% ลดลงมาเหลือ 1.9% ฮ่องกงอยู่ที่ 4.5% ลดลงมาเหลือ 3.4% เกาหลีใต้อยู่ที่ 5.4% ลดลงเหลือ 3% และมาเลเซียอยู่ที่ 4.5% ลดลงมาเหลือ 2.7%

สาเหตุที่แรงงานมีผลิตภาพต่ำลงเนื่องจาก 1.มีการเคลื่อนย้ายกำลังแรงงานจากสาขาเศรษฐกิจที่มีผลิตภาพสูงไปสู่สาขาที่มีผลิตภาพต่ำ ซึ่งเดิมภาคการเกษตรซึ่งมีผลิตภาพต่ำมีการย้ายแรงงานมาที่ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการที่มีผลิตภาพสูงกว่า แต่ปัจจุบันมีการย้ายกลับทิศกลายเป็นปัจจัยลบต่อผลิตภาพ โดยปี 2554-2555 มีการย้ายแรงงานเข้าสู่ภาคเกษตรถึง 7 แสนคน ส่วนหนึ่งเพราะราคาสินค้าเกษตรปรับสูงขึ้น

และ 2.การสะสมทุนชะลอลง เห็นได้จากอัตราการขยายตัวของทุนทั้งหมดต่อแรงงานเหลือเพียง 1.4% จากช่วงก่อนวิกฤตเอเชีย หรือปี 2530-2539 อยู่ที่ 8.5% เพราะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นจำนวนมาก ยังสามารถดำเนินธุรกิจโดยพึ่งแรงงานต่างด้าวไร้ทักษะได้ จึงขาดแรงจูงใจในการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีที่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นได้

นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยยังมีข้อจำกัดในมิติเชิงปริมาณ เนื่องจากจำนวนแรงงานที่ลดลงและมีไม่เพียงพอ โดยในช่วงปี 2529-2539 จำนวนแรงงานเติบโต 2.4% แต่มาในช่วงปี 2543-2553 เติบโตเหลือเพียง 1.9% ล่าสุดจำนวนบุตรหรืออัตราการเกิดเฉลี่ยต่อหญิง 1 คนในวัยเจริญพันธุ์ยังต่ำเพียง 1.6 คน ส่งผลให้ประชากรวัยทำงานขยายตัวน้อย ประกอบกับไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นประเทศแรกๆ ในอาเซียน และไทยยังมีอัตราส่วนร่วมในกำลังแรงงานสูงอยู่แล้ว โดยปี 2555 อยู่ที่ 71% ทำให้การขยายกำลังแรงงานทำได้ยาก

สำหรับการแก้ปัญหาข้างต้น ธปท.มองว่าจำเป็นต้องใช้เวลาและต้องคำนึงถึงผลดีผลเสีย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมาตรการแก้ไขระยะสั้น เช่น การขยายจำนวนแรงงานต่างด้าวโดยไม่ควบคุมประเภทของงาน เพื่อลดข้อจำกัดของภาคการผลิตระยะสั้น แต่อาจมีผลไปลดแรงจูงใจของภาคธุรกิจที่จะลงทุนเพิ่มเพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเองในระยะยาว

ขณะที่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือ ควรมีการดำเนินมาตรการที่เอื้อให้เกิดการจัดสรรแรงงานที่มีอยู่ในปัจจุบันให้อยู่ในภาคเศรษฐกิจที่มีผลิตภาพสูง โดยลดมาตรการที่อาจบิดเบือนผลตอบแทนในแต่ละสาขาเศรษฐกิจ และควรดำเนินมาตรการที่สนับสนุนการปรับโครงสร้างการผลิตให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเอื้อให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ ธปท.ปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ลงเหลือ 4.2% จาก 5.1% เพราะอุปสงค์หรือการใช้จ่ายในประเทศต่ำ ขณะที่นโยบายปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้แรงงานเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน แต่พบว่าในช่วง 12 ปีนี้ยังไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานได้อย่างชัดเจนนัก

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน