
กงสุลถอนหนังสือเดินทางเณรคำแล้ว
รองอธิบดีกรมการกงสุล ทำหนังสือด่วนที่สุดแจ้งดีเอสไอถอนหนังสือเดินทางอดีตพระเณรคำแล้ว ด้าน ปปง.ลุยยึดเพิ่ม60ล.บ้าน-ที่ดิน-รถ23คัน ขณะที่ เมียยื่นฟ้องอีก100ล.
รองอธิบดีกรมการกงสุล ทำหนังสือด่วนที่สุดแจ้งดีเอสไอถอนหนังสือเดินทางอดีตพระเณรคำแล้ว ด้าน ปปง.ลุยยึดเพิ่ม60ล.บ้าน-ที่ดิน-รถ23คัน ขณะที่ เมียยื่นฟ้องอีก100ล.
วันนี้ (19 ก.ค.) เวลา 19.30 น. พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า นายประสิทธิพร เวทย์ประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อแจ้งว่าตามที่ดีเอสไอได้ส่งเอกสารหมายจับ ตำหนิ รูปพรรณของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) เพื่อให้กรมการกงสุลพิจารณาเพิกถอนหนังสือเดินทางนั้น
กรมการกงสุลได้ยกเลิกหนังสือเดินทางเลขที่ R980719 ที่ออกให้เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2554 ของอดีตพระวิรพลแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2556 ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง 2548 อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอจะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบต่อไป
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. แถลงถึงกรณีอายัดทรัพย์สินของอดีตพระวิรพลว่า จากการพิจารณาผลการตรวจสอบธุรกรรมและทรัพย์สิน พบว่าเป็นความผิดมูลฐานตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และคณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน 60 รายการ มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท เป็นรถยนต์ 23 คัน ที่ดินใน จ.อุบลราชธานี 10 แปลง จำนวนกว่า 30 ไร่ และบัญชีเงินฝากในธนาคาร 27 บัญชี
พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่าที่ดินที่ปปง.ยึดมาส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้าง คล้ายบ้านมากกว่าสำนักสงฆ์ หรือสถานที่ปฏิบัติธรรม บางส่วนเป็นทรัพย์สินในชื่อนายวิรพล บางส่วนเป็นทรัพย์สินในชื่อ พ่อ แม่ พี่น้อง และคนใกล้ชิด ที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและพบหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับนายวิรพลจริง และจากการตรวจสอบบัญชีของนายวิรพล พบว่ามีการเคลื่อนไหว และเคลื่อนย้ายทรัพย์สินมาโดยตลอด โดยเฉพาะช่วงที่เป็นข่าว ส่วนจะเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังที่ใดนั้น ปปง.กำลังตรวจสอบ
เลขาฯ ปปง.กล่าวอีกว่า ปปง.ยังประสานไปยังธนาคารเจ้าของบัญชีของนายวิรพลและผู้ใกล้ชิด เพื่อขอให้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวทางการเงินย้อนหลัง รวมถึงประสานงานไปยังประเทศที่เชื่อว่ามีทรัพย์สินของนาย วิรพลอยู่ หากปปง.พบว่ามีทรัพย์สินใดที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ก็จะเร่งเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรม เพื่อพิจารณาและมีมติยึด และอายัดทรัพย์สินต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ในกรณีที่เป็นบัญชีที่รับบริจาคเพื่อสร้างวัด หรือโรงพยาบาลจริง
พ.ต.อ.สีหนาทกล่าวต่อว่า มติของคณะกรรมการธุรกรรม เป็นการยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 48 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของทรัพย์สินต่อไป โดยปปง.ห้ามผู้ใดยักย้าย ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้นเอาไปเสีย ทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารหรือบันทึกข้อมูล หรือทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานยึดหรืออายัดไว้ หรือที่ตนรู้หรือควรรู้ว่าจะตกเป็นของแผ่นดิน ตามพ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มิฉะนั้นอาจมีความผิดและถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด
ขณะที่ ที่ศาลจังหวัดอุบลราชธานี นายสมชาติ วงศ์ธราธร ทนายความ พร้อมด้วยนางสาวเอและลูกชายอายุ 11 ขวบ ที่อ้างว่าเป็นภรรยาและลูกของอดีตพระเณรคำ ยื่นฟ้องต่อศาลในคดีแพ่งต่ออดีตพระเณรคำ ในข้อหาละเมิดและเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 100,000,000 บาท โดยแบ่งเป็นของยายผู้เสียหาย จำนวน 30,000,000 บาท และของน้องหญิง 70,000,000 บาท โดยศาลนัดฟังผลการพิจารณาว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ ในวันที่ 2 ก.ย.







