
ฟันหมอเลี้ยบปลัดไอซีทีเอื้อชินฯ
ปปช.ชี้มูลแก้สัญญาลดสัดส่วนดาวเทียมผิดอาญามาตรา157
ปปช.ชี้มูลแก้สัญญาลดสัดส่วนดาวเทียมผิดอาญามาตรา157
ป.ป.ช.ฟันอาญาหมอสุรพงษ์ เอื้อชินคอร์ป เหตุลดสัดส่วนถือหุ้นโดยมิชอบ ส่วนปลัดไอซีทีผิดวินัยร้ายแรง
ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 6 ต่อ 2 เสียง ให้ชี้มูลความผิดอาญา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มาตรา 157 กรณีอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (ชินคอร์ป) ที่ต้องถือในบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จากไม่น้อยกว่า 51% เป็นไม่น้อยกว่า 40% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดเมื่อปี 2547
นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง นายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงไอซีที นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ปลัดกระทรวงไอซีทีคนปัจจุบัน เมื่อครั้งเป็นผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ ซึ่งร่วมกันการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานลดสัดส่วนการถือครองหุ้นดังกล่าว
นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ปช. กล่าวว่า ในส่วนของ นพ.สุรพงษ์ นั้น ทาง ป.ป.ช.จะส่งสำนวนการไต่สวนให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป ในขณะที่นายไกรสร และนายไชยยันต์ ซึ่งมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงจะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยต่อไป ซึ่งมีโทษหนักคือให้ออกจากราชการ หรือไล่ออกจากราชการเท่านั้น
นายภักดี กล่าวอีกว่า การกระทำของนายไชยยันต์ และนายไกรสร เพื่อต้องการหาพันธมิตรขยายศักยภาพในการแข่งขันให้มีความเข้มแข็ง และมีเงินทุนเพียงพอในการดำเนินการโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ และการกระทำของนายสุรพงษ์ ที่ได้อนุมัติให้แก้ไขสัญญาสัมปทานดังกล่าว มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
สำหรับคดีนี้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2551 ประกอบกับกรณีดังกล่าวศาลฎีกาฯ ได้มีคำพิพากษาตามคดีหมายเลขดำที่ อม.1/2551 และคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2553 ว่าการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานลดสัดส่วนการถือครองหุ้นโดยไม่ได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีจึงเป็นการอนุมัติโดยมิชอบและเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ชินคอร์ป ผู้รับสัมปทาน
อย่างไรก็ตาม นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ได้ขอถอนตัวไม่ร่วมพิจารณาคดีนี้ เนื่องจากได้เคยพิจารณาเรื่องนี้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการ คตส.
นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่ ป.ป.ช.ตัดสินแบบนี้ ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ได้มีการเอื้อประโยชน์ให้บริษัท ชินคอร์ป ตามที่มีการกล่าวหาแต่อย่างใด และมั่นใจในความบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำให้รัฐเกิดความเสียหาย จากนี้คงต้องต่อสู้ไปตามกระบวนการ
“ผมเห็นใจข้าราชการที่โดนลงโทษเรื่องนี้ เพราะเขายังรับราชการอยู่ ไม่น่าต้องมาโดนเรื่องนี้เลย” นายสุรพงษ์ กล่าว







