posttoday
รัฐเข้าตาจนเลหลังขายข้าวราคาถูก

รัฐเข้าตาจนเลหลังขายข้าวราคาถูก

18 กรกฎาคม 2556

ผลจากการที่รัฐบาลผันตัวมาเป็นพ่อค้าข้าวรายใหญ่เสียเอง โดยมีเงินภาษีประชาชนเป็นต้นทุนหน้าตัก กำลังทำให้ฐานะการคลังประเทศอยู่ในภาวะจนตรอก

โดย...จตุพล สันตะกิจ

ผลจากการที่รัฐบาลผันตัวมาเป็นพ่อค้าข้าวรายใหญ่เสียเอง โดยมีเงินภาษีประชาชนเป็นต้นทุนหน้าตัก กำลังทำให้ฐานะการคลังประเทศอยู่ในภาวะจนตรอก

ขณะที่โครงการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 1.5 หมื่นบาทต่อตัน กลายเป็นนโยบายจำนำข้าวแบบโลเล เพราะในห้วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ราคารับจำนำข้าวเปลือกกลับตาลปัตรจาก 1.5 หมื่นบาทต่อตัน เหลือ 1.2 หมื่นบาทต่อตัน แต่เมื่อมีการเปลี่ยนตัว รมว.พาณิชย์ ราคารับจำนำข้าวเปลือกเปลี่ยนกลับมาเป็น 1.5 หมื่นบาทต่อตัน

นโยบายรับจำนำข้าวเปลือกจึงไม่ต่างกับนโยบาย “เด็กเล่นขายของ”

เหนือสิ่งอื่นใด การที่รัฐบาลเข้ามาเป็นพ่อค้าข้าวเสียเอง แต่เป็นพ่อค้าข้าวที่แย่ เพราะมีอย่างที่ไหน ที่รัฐบาลแบกรับภาระเก็บข้าวสารไว้ในสต๊อก 16-17 ล้านตัน เป็นเวลา 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง และคงไม่ต้องบอกว่าคุณภาพข้าวจะเป็นอย่างไร ไหนจะต้องรมยาฆ่ามอดปลวกกันไม่รู้กี่รอบ

ข้าวไทยที่เคยเป็นข้าวพรีเมียม จึงมีสภาพไม่ต่างกับข้าวเกรดต่ำๆ

แม้ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จะพ้นจากการเป็น รมว.พาณิชย์ กลายเป็น “รมต.ข้าวหมื่นสอง”

แต่วิบากกรรมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกยังไม่จบ เพราะมีกองข้าวที่รอสะสางเป็นกองภูเขา

ภาระหนักยามนี้ ไม่พ้น นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ที่ต้องเข้ามาสะสางกองข้าวสารที่กองถมไว้ในโกดัง 17 ล้านตัน ไม่นับรวมข้าวเปลือกในโครงการรับจำนำข้าวฯ ที่รอสีเป็นข้าวสารไหลเข้าโกดังกลางวันละเป็นแสนๆ ตัน

การโละสต๊อกข้าวสารปริมาณมหาศาล จึงเป็นโจทย์หินของ นิวัฒน์ธำรง

หากจำกันได้ ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระทรวงพาณิชย์ ที่มี พรทิวา นาคาศัย เป็น รมว.พาณิชย์ รัฐบาลมีสต๊อกข้าวสารสะสมที่เป็นผลพวงจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลก่อนๆ 5.6 ล้านตัน กระทรวงพาณิชย์ยุค พรทิวา ได้อนุมัติระบายข้าวให้เหลือข้าวสารในสต๊อก 2 ล้านตัน

ผลที่ตามมาคือ ราคาข้าวลดฮวบจะสั่งหยุดระบายออกก็ไม่ได้

เพราะนอกจากสต๊อกข้าวปริมาณ 5 ล้านตัน จะเป็นปัจจัยกดถ่วงไม่ให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้นแล้ว รัฐบาลยังต้องแบกรับภาระค่าเก็บรักษาข้าว 800 ล้านบาทต่อเดือน ไม่นับการหักค่าเสื่อม

ในขณะนั้นต้องถือว่าผู้ซื้อกลายเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่าผู้ขาย เพราะสต๊อกข้าวที่มากล้น ผู้ซื้อจะกดราคาซื้อข้าวเท่าไหร่ก็ต้องยอมขาย หรือไม่ก็ปล่อยให้ข้าวเน่าคาโกดัง กระทรวงพาณิชย์จึงหาทางออกโดยเรียกพ่อค้าส่งออกข้าวยักษ์ใหญ่มาตกลงซื้อขายข้าวแบบลับๆ ไม่เปิดเผยราคา

แม้วงการค้าข้าวรู้ดีว่ามีส่วนต่างไหลเข้ากระเป๋าใคร แต่ก็สามารถขายข้าวไปได้ 23 ล้านตัน

ยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ในวันนั้น และไต่เต้าจนมาเป็น รมช.พาณิชย์ ในวันนี้ เป็นหนึ่งในทีมงาน “เบื้องหลัง” โชว์ผลงานระบายข้าวสาร 23 ล้านตัน ในราคาขาดทุน

เมื่อนำบทเรียนในอดีตมาทบทวนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การที่รัฐบาลถือข้าวไว้ในมือ 17 ล้านตัน และมีแผนระบายข้าว 56 ล้านตันในช่วงที่เหลือของปี 2556 สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ต่างจากการเทกระจาดขายข้าวในรัฐบาลยุคก่อน เพื่อเร่งระบายข้าวในสต๊อกออกมาให้มากที่สุด

จึงฟันธงได้เลยว่า การเปิดประมูลข้าวสาร 3.5 แสนตันในวันที่ 26 ก.ค.นี้ ที่กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า จะขายข้าวในราคาตลาดหรือในราคาที่ดีที่สุด เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากยิ่ง

เพราะคงไม่มีพ่อค้ารายใดกล้าซื้อข้าวไทยในราคาพรีเมียม เพราะข้าวสารที่เก็บไว้เป็นเวลานานๆ คุณภาพข้าวจะลดต่ำลง แม้แต่ข้าวหอมมะลิที่มีดีมานด์สูงในตลาดโลกก็ตาม

“ถ้าเป็นระบบค้าขายตามปกติเขาเก็บข้าวสารไม่เกิน 34 เดือนแล้วก็ปล่อยออก แต่เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามารับซื้อข้าว และด้วยวิธีการบริหารจัดการที่แย่ ข้าว 1617 ล้านตัน ถูกเก็บไว้ในสต๊อกนานเป็นปีๆ ข้าวไทยที่เคยเป็นข้าวเกรดพรีเมียม ก็ไม่ไช่ข้าวพรีเมียมอีกแล้ว เพราะเก็บไว้นาน” สมพร อิศวิลานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าว สถาบันคลังสมองของชาติ ระบุ

ขณะที่มีปรากฏการณ์หนึ่งที่สะท้อนว่า ข้าวไทยถูกแย่งตลาดไปจนมีส่วนแบ่งตลาดแคบลง นั่นก็คือ ราคาข้าวไทย ยกเว้นข้าวหอมมะลิ เมื่อเทียบกับราคาข้าวสารประเภทเดียวกันของเวียดนามและปากีสถาน พบว่า ปากีสถานและเวียดนามโควตราคาข้าวสูงขึ้น 510 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในขณะที่ไทยต้องโควตราคาลดลง 5 เหรียญสหรัฐต่อตัน

สมพร วิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้ว่า ผู้ซื้อในต่างประเทศกำลังขาด “ความเชื่อมั่น” ต่อคุณภาพข้าวไทย ไม่ไว้วางใจข้าวไทย และหันไปซื้อจากคู่แข่ง ทำให้คู่แข่งสามารถปรับเพิ่มราคาข้าวขึ้นได้ ซึ่งสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับข้าวไทยเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ โดยเฉพาะหากรัฐบาลยังเก็บข้าวไว้นาน 6 เดือน หรือ 1 ปีจากนี้

เมื่อมองฝั่งซัพพลาย พบว่า นอกจากข้าวสารที่อยู่ในมือรัฐบาลไทย 17 ล้านตันแล้ว บริษัทอาหารแห่งอินเดีย (FCI) ระบุ สต๊อกข้าวในคลังกลางของอินเดีย ณ วันที่ 1 ก.ค. อินเดียมีปริมาณ 31.5 ล้านตัน หรือ 2.8 เท่าของปริมาณสำรองเพื่อความมั่นคงทางด้านอาหาร และ 5 เดือนแรกปีนี้อินเดียส่งออกข้าวแล้ว 4 ล้านตัน

ส่วนกัมพูชาและพม่าส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวคุณภาพดี เวียดนามที่เป็นคู่แข่งรายสำคัญมีผลผลิตข้าวต่อเนื่อง 6 เดือนแรกของปี เวียดนามส่งออกข้าว 3.48 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.1% เทียบกับในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือ ราคาส่งออกเฉลี่ยของเวียดนามอยู่ที่ 433 เหรียญสหรัฐต่อตัน จาก 474 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือลดลง 9%

นั่นหมายความว่า เวียดนามหั่นราคาข้าวส่งออกลง เพิ่มส่วนแบ่งการส่งออกในตลาดข้าวโลกแข่งกับอินเดีย ปากีสถาน และไทย ท่ามกลางความต้องการซื้อในตลาดโลกที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก

ยิ่งเมื่อพิจารณาจากรายงานล่าสุด พบว่า ฟิลิปปินส์มีข้าวในสต๊อก 2.31 ล้านตัน สำหรับการบริโภค 68 วัน ส่วนจีนที่นำเข้าข้าวมากขึ้นในปีนี้และปีหน้า คิดเป็นปริมาณ 3 ล้านตัน และเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก จีนเลือกนำเข้าข้าวเวียดนามที่มีคุณภาพเทียบได้กับข้าวไทย แต่ราคาถูกกว่า 14% อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้าวรายสำคัญชะลอการนำเข้าข้าว

ดังนั้น ด้วยปริมาณสต๊อกข้าวส่วนที่ล้นเกินความต้องการและราคาข้าวคู่แข่งที่ต่ำกว่าไทย 80100 เหรียญสหรัฐต่อตัน จะทำให้พ่อค้าข้าวกดราคาซื้อข้าวจากรัฐบาลอย่างเลี่ยงไม่ได้

ยิ่งในสภาวะที่รัฐบาลไม่มีทางเลือกมากนัก โดยเฉพาะความจำเป็นต้องหาเงินที่ได้จากการระบายข้าวมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยกดดันให้รัฐบาลต้องยอมเลหลังขายข้าวออกมาในราคาถูก โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองมากกว่าผู้ขายอย่างมากเช่นเดียวกับเมื่อ 3 ปีก่อน

การขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลภายใต้การจัดการของ นิวัฒน์ธำรง จึงเป็นภารกิจหินเอาการ และจะไม่ต่างจากการเทขายข้าวสารขาดทุนเหมือนสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์

เพียงแต่ปริมาณข้าวในสต๊อกของรัฐบาลนี้สูงกว่าคราวนั้นเกือบ 3 เท่าตัว ผลการขาดทุนจึงมหาศาลกว่า เนื่องเพราะรัฐบาลไม่มีทางเลือก และมีความจำเป็นต้องหาเงินมารับจำนำข้าวรอบใหม่ที่เข้าคิวรออยู่

รัฐบาลจะตัดสินใจขายข้าวขาดทุนในจำนวนเท่าไหร่ ต้องติดตามใกล้ชิด...

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69