
โซนนิงการเกษตร : การจัดการปัญหาพืชผลล้นตลาด
จากปรากฏการณ์เรื่องการต่อรองราคารับจำนำข้าวจาก 15,000 บาท ลงเหลือ 12,000 บาท รวมทั้งเหตุวิวาทะกันระหว่างนโยบายจำนำข้าวและนโยบายประกันราคาข้าว ทำให้รัฐบาลต้องมองย้อนกลับมาพูดถึง “เขตเศรษฐกิจการเกษตร” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “โซนนิงการเกษตร” อีกครั้ง โซนนิงการเกษตร ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักวิชาการสายเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก เพราะมีการพูดถึงเรื่องนี้มาไม่น้อยกว่า 10 ปี เหตุเนื่องจากปัญหาสินค้าการเกษตรของประเทศไทยวนอยู่กับวังวนเดิมๆ ที่เกิดขึ้น คือ ผลผลิตเป็นที่ต้องการ ราคาจะสูง ไม่นานจากนั้นผลผลิตชนิดเดียวกันก็จะล้นตลาด ราคาตกต่ำ และตามมาด้วยการที่รัฐต้องเข้าไปประคับประคองเกษตรกรด้วยการแทรกแซงราคา ซึ่งก็ถือว่าเป็นบทบาททางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลของประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร
จากปรากฏการณ์เรื่องการต่อรองราคารับจำนำข้าวจาก 15,000 บาท ลงเหลือ 12,000 บาท รวมทั้งเหตุวิวาทะกันระหว่างนโยบายจำนำข้าวและนโยบายประกันราคาข้าว ทำให้รัฐบาลต้องมองย้อนกลับมาพูดถึง “เขตเศรษฐกิจการเกษตร” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “โซนนิงการเกษตร” อีกครั้ง โซนนิงการเกษตร ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักวิชาการสายเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก เพราะมีการพูดถึงเรื่องนี้มาไม่น้อยกว่า 10 ปี เหตุเนื่องจากปัญหาสินค้าการเกษตรของประเทศไทยวนอยู่กับวังวนเดิมๆ ที่เกิดขึ้น คือ ผลผลิตเป็นที่ต้องการ ราคาจะสูง ไม่นานจากนั้นผลผลิตชนิดเดียวกันก็จะล้นตลาด ราคาตกต่ำ และตามมาด้วยการที่รัฐต้องเข้าไปประคับประคองเกษตรกรด้วยการแทรกแซงราคา ซึ่งก็ถือว่าเป็นบทบาททางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลของประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร
แต่สิ่งที่ต้องถามต่อไป คือ รัฐบาล รวมทั้งหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าตั้งแต่กระบวนการผลิต การส่งเสริมการเกษตร การจำหน่าย การแปรรูป และการส่งออกทั้งหลายควรจะทำอะไรมากกว่านี้หรือไม่ ?? เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและไม่ต้องคอยแทรกแซง ประคับประคองราคาผลผลิตทางการเกษตรเช่นนี้
คงถึงเวลาแล้วที่วันนี้ประเทศไทยต้องพูดถึงการจัดโซนนิงการเกษตรอย่างจริงจัง ด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่
ประการที่หนึ่ง การโซนนิงการเกษตร ทำให้ทราบว่าดินในแต่ละพื้นที่/เขตมีคุณสมบัติอย่างไร และเหมาะสมกับการปลูกพืชชนิดใด ทำให้เกษตรกรสามารถเลือกที่จะปลูกพืชได้ตามความเหมาะสมของดิน ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับคุณภาพและปริมาณของผลผลิต ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการผลิตไปในตัว เช่น ตามประกาศของกระทรวงเกษตรฯ เรื่องการกำหนดเขตเหมาะสมสำหรับการปลูกพืช 6 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อยโรงงาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ว่ามีเขตใดหรือพื้นที่ใดที่เหมาะสมกับการปลูกพืชแต่ละชนิดได้
ประการที่สอง การทำโซนนิงการเกษตรทำให้เกิดการเลือกประเภทพืชให้เหมาะสมกับสภาพของดิน และก่อให้เกิดการพัฒนาที่รองรับ เช่น เมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม ระบบชลประทานที่สอดคล้องกับพืชแต่ละชนิด เป็นต้น และการทำโซนนิงการเกษตรช่วยให้รัฐบาลสามารถเข้าไปทำหน้าที่ในการช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนเกษตรในการเพาะปลูกผลิตผลทางการเกษตรให้ได้ เพราะรัฐบาลหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะทราบจุดอ่อน/ข้อจำกัดของสภาพดินแต่ละเขตเพื่อการพัฒนาที่ดินให้เหมาะสม เช่น การพัฒนาพันธุ์พืช การใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรเข้ามาช่วย เป็นต้น
ประการที่สาม การทำโซนนิงการเกษตร ช่วยกำหนดปริมาณผลผลิตที่จะเข้าสู่ตลาด อันเป็นการควบคุมความสมดุลระหว่างความต้องการซื้อ (Demand) และอุปสงค์ (Supply) เพื่อให้สามารถควบคุมกลไกราคาในระบบตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรได้ ทำให้เกษตรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่ดีขึ้น
ประการที่สี่ การทำโซนนิงก่อให้เกิดการพัฒนาพันธุ์พืชที่มีคุณภาพ ให้ผลผลิตสูง เพราะการจำกัดเขตพื้นที่การปลูกเป็นการป้องกันการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมและก่อให้เกิดพัฒนาต่อยอดสายพันธุ์ให้ดียิ่งขึ้น
ดูเหมือนว่าการโซนนิงการเกษตรจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับประเทศไทยในตอนนี้ หากแต่ในการนำแนวคิดเรื่องการโซนนิงการเกษตรมาใช้อย่างจริงจังนั้น คงยังต้องมีเงื่อนไขหลายประการที่รัฐบาลและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสนใจยังมีหลายประการ อาทิ การสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรในเรื่องการโซนนิงการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรได้เข้าใจในหลักการและรายละเอียด เพื่อไม่ให้เกษตรกรเห็นว่าเป็นการจำกัดสิทธิในการเลือกปลูกพืช และที่สำคัญหน่วยงานราชการต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการผลิตของเกษตรกรเพราะการจำกัดโซนการปลูกพืช หรือการโซนนิงการเกษตรมีผลกระทบต่อพฤติกรรมการผลิตของเกษตรกรในปัจจุบัน การสร้างแรงจูงใจในการปลูกพืชให้แก่เกษตรกร ในช่วงแรกรัฐบาลอาจจะต้องมีมาตรการในการช่วยเหลือด้านต่างๆ แก่เกษตรกร เช่น เงินกู้ ควบคุมราคาปุ๋ย ราคายาฆ่าแมลง และปัจจัยการผลิต รวมทั้งการสร้างหลักประกันทางการตลาดด้านราคา ฯลฯ เพื่อจูงใจและสร้างการยอมรับในกลุ่มเกษตรกร การบูรณาการแผนการใช้ที่ดินของประเทศ และการกำหนดเขตเหมาะสมในการปลูกพืช แผนการส่งเสริมการเกษตรเพื่อให้เกิดการใช้ที่ดิน การปลูกพืชทางเกษตร การแปรรูปและการจำหน่ายอย่างเหมาะสม การทำการวิจัยและพัฒนาชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องและทันสมัย อาทิ การพัฒนาดิน การพัฒนาพันธุ์ เทคโนโลยีทางการเกษตร ระบบชลประทาน กระบวนการแปรรูปสินค้าทางการเกษตร การจำหน่ายและการบรรจุหีบห่อ เป็นต้น รัฐบาลหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต้องนำระบบสหกรณ์เข้ามาใช้ควบคุมกับการจัดโซนนิงการเกษตร เพราะระบบสหกรณ์จะทำให้สามารถควบคุมปริมาณสินค้าทางการเกษตร จำนวนเกษตรกร คุณภาพของสินค้า รวมทั้งเป็นกลไกสำคัญในการต่อรองราคากับตลาดภายนอก และที่สำคัญต้องมีการวางกลไกรองรับในกรณีที่ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดล้นตลาด รัฐบาลหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต้องมีแนวทางในการส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ให้ปลูกพืชอื่นทดแทนเพื่อไม่ให้เกิดสินค้าการเกษตรล้นตลาด ขณะเดียวกันต้องมีกลไกในการหมุนเวียนระบบโควต้าในกรณีของพืชเศรษฐกิจและพืชทดแทนเพื่อเป็นการควบคุมปริมาณผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งสิ่งนี้เรียกว่าการปลูกพืชทดแทน (Diversification Crops)
การโซนนิงการเกษตรเป็นเครื่องมือทางนโยบายด้านการเกษตรที่สำคัญ เพราะเป็นการยกระดับมาตรฐานผลผลิตทางการเกษตรและควบคุมกลไกราคาพืชผล ซึ่งจะส่งผลต่อเกษตรกรในภาคการเกษตรอย่างทั่วถึง ประเทศไทยคงหลุดจากวนเวียนเดิมๆ ที่ผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ เกษตรกรเป็นหนี้อย่างแท้จริง ...อยากเห็นเรื่องนี้เป็นจริงเสียที!!!







