
อดีตเมีย-ลูกร้องทุกข์ดีเอสไอเอาผิดเณรคำ
อดีตเมียเณรคำ ยืนยันไม่ได้หลับนอนกับน้องชายอย่างที่ลูกศิษย์อ้าง ด้านดีเอสไอเร่งหาพยานหลักฐานฟอกเงิน พร้อมสืบเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่
อดีตเมียเณรคำ ยืนยันไม่ได้หลับนอนกับน้องชายอย่างที่ลูกศิษย์อ้าง ด้านดีเอสไอเร่งหาพยานหลักฐานฟอกเงิน พร้อมสืบเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่
นายวิรอด ไชยพรรณา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดศรีสะเกษ นำตัวภรรยาและบุตรชายที่อ้างตัวว่า ได้ร่วมหลับนอนกับอดีตพระหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสำนักสงฆ์ขันติธรรม ตั้งแต่อายุ 12 ปี มาร้องทุกข์กล่าวโทษ กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เพื่อให้ดำเนินคดีทางอาญา ในฐานความผิดกระทำชำเรากับเด็กอายุไม่เกิน 15ปี และพรากผู้เยาว์ไปจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง โดยมีพยานรู้เห็น 3 ปาก ยายของเมียเณรคำ นายประเสริฐ วิเวกวัง กำนันตำบลโพธิ์ และนายณัฐกิตต์ กองรักษา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพธ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบพยานทั้ง 3ปากไว้แล้ว
นายธาริต กล่าวว่า เมื่อเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ มีมติดำเนินการทางพระธรรมวินัยให้ปลดอดีตพระหลวงปู่เณรคำ พ้นจากความเป็นสมณเพศ ดีเอสไอจึงรับคำร้องทุกข์กล่าวโทษจากผู้เสียหาย ซึ่งมี 2 ส่วน คือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และยานผู้เสียหายที่ได้เข้าร้องทุกข์เพิ่มเติม เพราะถือเป็นคดีอาญาที่มีความผิดอุกฉกรรจ์ จึงได้เริ่มสอบพยานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีกับอดีตพระหลวงปู่เณรคำทันที ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.)เวลา 10.00 น.จะประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาของศาลอนุมัติออกหมายจับ อดีตพระหลวงปู่เณรคำต่อไป ก่อนส่งเรื่องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางของอดีตพระหลวงปู่เณรคำ ส่วนการเพิกถอนวีซ่า ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะประสานกับทางการของสหรัฐอเมริกาโดยตรง
ขณะเดียวกัน มอบหมายให้ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ของดีเอสไอ ส่งทนายไปยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ ในวันที่ 18 ก.ค. เพื่อให้รับรองบุตร ที่เกิดกับผู้เสียหายกับอดีตพระหลวงปู่เณรคำ เพื่อให้จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร ซึ่งแม้ว่าขณะนี้จะไม่สามารถตามตัวก็จะให้นำทรัพย์สินของอดีตพระหลวงปู่เณรคำในส่วนที่ได้มาโดยถูกกฎหมายมาจ่ายเป็นค่าเลี้ยงดูในอนาคต โดยการยื่นฟ้องจะให้มีการไต่สวนฉุกเฉินเพื่อให้ตรวจดีเอ็นเอ ระหว่างพ่อ แม่ ของอดีตพระหลวงปู่เณรคำ กับผู้เสียหาย เพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อลูกของอดีตพระหลวงปู่เณรคำ ซึ่งเมื่อได้ผลจะนำผลดังกล่าวมาประกอบในคดีอาญาต่อไป และดีเอสไอกำลังตรวจสอบว่า อดีตพระหลวงปู่เณรคำ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งหากชัดเจนแล้วจะแถลงให้ทราบอีกครั้ง
พ.ต.ท.กรวัฒน์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษ เปิดเผยถึงการตรวจสอบทรัพย์สินรถยนต์ของอดีตพระหลวงปู่เณรคำว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเป็นรถเบนซ์ทำกำลังติดตามตรวจสอบ 22 คัน รถยนต์อีก 35 คัน ที่ถวายคณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงรถยนต์มายบัค 3 คัน และที่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกประมาณ 10 กว่าคัน ซึ่งล่าสุดพบว่า มีรถยนต์จำนวนประมาณ 70 กว่าคัน ซึ่งคิดว่าจะถึง 100 คัน
ขณะที่ผู้เสียหายที่ระบุว่าเป็นภรรยาของเณรคำ ยืนยันว่า เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศ กับอดีตพระหลวงปู่เณรคำ จริงตั้งแต่อายุ 12 ปี และยืนยันว่า ไม่ใช่พระน้องชายตามที่มีการโต้แย้งจากลูกศิษย์อดีตพระหลวงปู่เณรคำ
ด้านยายของผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้เป็นโยมอุปฐาก ให้อดีตพระหลวงปู่เณรคำ และได้เคยพาผู้เสียหาย ไปทำบุญกับอดีตพระหลวงปู่เณรคำ แล้วต่อมาอดีตพระหลวงปู่เณรคำได้ขับรถมารับในตอน 6 โมงเย็น และส่งกลับบ้านในเวลาตี 5 ของทุกวัน ซึ่งทั้ง 2 คนได้มีความสัมพันธ์กันในช่วงที่หลานสาว มีอายุ 12-13 ปี จนตั้งครรภ์ ซึ่งอดีตพระหลวงปู่เณรคำ ได้รับปากจะดูแลเป็นอย่างดี โดยหลังจากคลอดบุตร หลานได้อาศัยอยู่ที่อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี อดีตหลวงปู่เณรคำ ก็เคยมาเยี่ยมบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ให้ค่าเลี้ยงดู







