
สงฆ์ขับเณรคำพ้นผ้าเหลือง
ศิษย์เผยเตรียมเข้าสังกัดวัดฝรั่งเศส ดีเอสไอจ่อออกหมายจับนำตัวกลับไทย
ศิษย์เผยเตรียมเข้าสังกัดวัดฝรั่งเศส ดีเอสไอจ่อออกหมายจับนำตัวกลับไทย
วัดต้นสังกัดที่อุบลฯ ยันเณรคำพ้นสภาพแล้ว หลังไม่มาชี้แจง จากนี้เตรียมออกคำสั่งสึกพ้นผ้าเหลือง
นายสุขุม วงประสิทธิ ลูกศิษย์พระเณรคำ เปิดเผยว่า หากหลังจากวันที่ 12 ก.ค. คณะสงฆ์อุบลราชธานี มีมติขับพระเณรคำออกจากสังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อก็คงไม่ต้องกังวล เพราะพระเณรคำมีวัดในต่างประเทศจากฝรั่งเศสและเยอรมนีพร้อมรับให้อยู่ในสังกัด และจะยกที่ดินส่วนหนึ่งให้ด้วย
นายสุขุม กล่าวว่า พระเณรคำแจ้งผ่านระบบไลน์มาว่า คิดถึงญาติโยมมาก และจะกลับมาประเทศไทยก็ต่อเมื่อได้รับความเป็นธรรม เชื่อว่าภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้แน่ โดยจะมาอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้พระเณรคำเดินทางไปสหรัฐอเมริกา แต่ขณะนี้กลับมาฝรั่งเศสแล้ว ส่วนเรื่องรถและบ้านที่สหรัฐอเมริกาญาติโยมได้นำมาถวายเอง
พระราชธรรมโกศล เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ได้สั่งการให้พระเณรคำมารายงานตัวด้วยตนเองภายในวันที่ 12 ก.ค.นี้ หากไม่มาก็ต้องให้พระสึก ซึ่งเป็นหน้าที่ของพระอุปัชฌาย์ แม้ว่าพระเณรคำไม่อยู่ก็สามารถสั่งได้ทางเอกสาร โดยผ่านพระอุปัชฌาย์ก่อน จากนั้นจะส่งเรื่องให้เจ้าคณะภาค มหาเถรสมาคม และจะส่งไปยังดีเอสไอด้วย
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า การที่นายสุขุมอ้างว่าพระเณรคำสามารถไปสังกัดที่วัดต่างประเทศได้ เพราะวัดเหล่านั้นไม่ได้ขึ้นตรงกับกฎหมายไทยและ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ซึ่งถ้าจะไปก็ไปอยู่ได้ แต่ถือเป็นพระไร้สังกัด ไม่ใช่สังกัดคณะสงฆ์ไทย
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือถึงกระบวนการถอนวีซ่าของพระเณรคำ โดยมอบหมายให้ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ประสานข้อมูลกับหน่วยงานในสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเพื่อเป็นตัวกลาง และจะขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับแน่ โดยรอมติของคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์ชี้ขาดให้พ้นจากความเป็นพระก่อน
ขณะที่ นพ.เอนก ยมจินดา ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า สถาบันได้รับตัวอย่างดีเอ็นเอของหญิงที่อ้างว่ามีสัมพันธ์กับพระเณรคำ ดีเอ็นเอของเด็ก 11 ขวบ และดีเอ็นเอของพี่ชายต่างมารดาของพระเณรคำแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์จะทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง
อีกด้านนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพระธีรธนัชณฤทธา เสาวภาคโชติรส ประธานสำนักปฏิบัติธรรมพุทธชยันตี เขตทวีวัฒนา พร้อมด้วยพระสงฆ์อีก 40 รูป เดินทางเข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติม ที่กองปราบปราม โดยนายสงกรานต์ ระบุว่า มีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับพระเณรคำส่งเอกสารต่างๆ มาให้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานเอาผิด กรณีหนึ่งคือรับบริจาคทองคำที่ใช้ในการทำเครื่องทรงพระแก้วมรกต 3 ฤดู ฤดูละ 3,000 กิโลกรัม รวมเป็นน้ำหนักทองคำ 9,000 กิโลกรัม โดยใช้ชื่อวัดป่าขันติธรรม ทั้งที่ทราบดีอยู่แล้วว่ายังไม่ได้ขออนุญาตจดทะเบียนเป็นวัด รวมทั้งการใช้ชื่อมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรม เปิดรับบริจาคจากพุทธศาสนิกชน
ด้าน พ.ต.ท.เอกพงษ์ พลมณี รองผู้กำกับการ 3 กองปราบปราม กล่าวว่า กำลังตรวจสอบกรณีของพลอยที่พบจากการเข้าตรวจค้นบ้านพักที่ จ.อุบลราชธานี ขณะนี้มีผู้เสียหายที่เป็นผู้ค้าพลอยในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และ จันทบุรี 34 ราย เตรียมแจ้งความ หลังจากถูกพระเณรคำหลอกลวงซื้อพลอยดังกล่าวไป แต่ยังไม่ได้รับเงิน รวมมูลค่า 20 ล้านบาท







