
"มาร์ค"อัด"บิ๊กจิ๋ว-สมชาย"ขอเข้าเฝ้าฯเผยธาตุแท้หัวหน้าสถานการณ์ทั้งหมด
นายกฯ ซัด "บิ๊กจิ๋ว-สมชาย" เผยธาตุแท้หัวหน้าเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังยื่นข้อเสนอขอเข้าเฝ้าฯ ลั่นจัดลำดับจัดการปัญหา เอานิติรัฐกลับคืนมาก่อน ไม่ยอมก่อการร้าย
นายกฯ ซัด "บิ๊กจิ๋ว-สมชาย" เผยธาตุแท้หัวหน้าเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังยื่นข้อเสนอขอเข้าเฝ้าฯ ลั่นจัดลำดับจัดการปัญหา เอานิติรัฐกลับคืนมาก่อน ไม่ยอมก่อการร้าย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกนรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ประสานสำนักพระราชขอเข้าเฝ้าเพื่อขอถวายให้คำแนะนำทางออกการเมืองว่า คิดว่าเรื่องนี้ เสียงสะท้อนออกมาจากสังคมตรงกัน คือความไม่เหมาะสมในความพยายามดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องทางการเมือง เป็นสิ่งที่ได้ยินเสียงสะท้อนตั้งแต่วานนี้เมื่อมีการนำเสนอ และหลายคนคลางแคลงใจ เจตนาผู้พูดอยู่แล้ว เท่ากับพล.อ.ชวลิต และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นหัวหน้าสถานการณ์ทั้งหมด
เมื่อถามว่า ความพยายามของสองอดีตนายกฯใช้โมเดลพฤษภาทมิฬหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แต่ละเหตุการณ์มีข้อเท็จจริง มีที่มาที่ไปสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน การหยิบยกเชื่อมโยง เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ งหรือชี้นำ อยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ เมื่อถามว่าเป็นการดึงสถาบันเบื้องสูงลงมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ก็เป็นไปตามที่ตนเองให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เหตุการณ์ต่างๆมีความเชื่อมโยง ตั้งแต่การตัดต่อคลิปเสียงอ้างว่านายกฯสั่งทำร้ายประชาชน อย่างที่ได้บอกเป้าหมาย ไปไกลกว่ายุบสภา
ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวต่างประเทศว่าการชุมนุมได้ก้าวข้ามพ.ต.ท.ทักษิณไปแล้วนั้น นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าการเคลื่อนไหวประชาชนมีความหลากหลาย บางประเด็นเป็นเรื่องเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรม ประเด็นเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งแต่ละเรื่องไม่ได้ผูกโยงพ.ต.ท.ทักษิณอยู่แล้ว ข้อเรียกร้องเหล่านี้มีเหตุผล แยกออกมาได้จากปัญหาพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ข้อเรียกร้องหลายส่วนผูกพันพ.ต.ท.ทักษิณ เช่นการชิงอำนาจรัฐ การสร้างรัฐไทยใหม่ เชื่อมโยง กลุ่มคนที่รวมตัวกันหลากหลาย มีพัฒนาการในตัวของมันเอง ไม่สามารถตอบได้ว่าก้าวพ้นก้าวข้ามหรือไม่อย่างไร
“รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงชี้ให้ประชาชนเห็นมาตลอด แม้มีข้อเรียกร้องความเดือดร้อน เป็นจุดเริ่มต้นที่กลุ่มคนเสื้อแดงชูขึ้นมาแต่มีกระบวนการก่อการร้าย เป้าหมายต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไปไกลกว่านั้น การแก้ปัญหาบ้านเมือง รัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มประสิทธิภาพ ต้องช่วยกันแยกกลุ่มคนที่เกี่ยวกับกระบวนการส่วนหลังออกมาให้ได้ รัฐบาล มีความชัดเจนภัยคุกคามส่วนหลังเรายอมไม่ได้และต้องจัดการ “ นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า การตัดสินใจยุสภาไม่ใช่ทางเลือกในวันนี้ สรุปง่ายๆ การตัดสินใจยุบสภาคงไม่ได้แก้ปัญหา สิ่งหนึ่งที่คิดว่าประชาชนไม่เห็นด้วยคือการจำนนต่อข้อเรียกร้อง ซึ่งสูญเสียความเป็นนิติรัฐและกระทบรุนแรงจากการใช้กฎหมายในอนาคต และการเปลี่ยนแปลงการเมืองด้วยการยุบสภาในสถานการณ์เป็นอย่างนี้ ไม่สามารถทำให้ปัญหาความรุนแรงแตกแยกหมดไปได้
นายกฯ กล่าวว่า หลักที่ต้องแก้ปัญหาคือความเดือดร้อนความเป็นธรรมของประชาชนนั้น รัฐบลเดินหน้าแก้ไข ส่วนปัญหาทางการเมืองรัฐไม่เคยปิดกั้นการเจรจา เป็นเรื่องฝ่ายการเมืองพิจารณาต่อไป ส่วนก่อการร้าย หรือวาระไปไกลไปถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ส่วนนี้มีความจำเป็นแก้ไขร่วมกันทุกฝ่ายทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคง
“ถามว่า ยุบสภายุบเมื่อไหร่ ยุบทันทีไม่ใช่คำตอบ แต่ไม่ได้ปฏิเสธว่า หากสามารถดำเนินการ ทำให้เกิดความยอมรับบรรยากาศเอื้อต่อการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย ให้สงบ ไม่ได้ปิดกั้นอยู่แล้ว แต่ขณะนี้มีกลุ่มคนเสนอทางออกหลากหลาย ไม่เฉพพาะปัญหายุบสภาลาออกแต่ให้ปฏิรูปการเมือง ต้องจัดลำดับ โดยยืนยันความเป็นนิติรัฐ บังคับใช้กฎหมายให้สำเร็จ การดำเนินการนำความสงบมีกติกาที่ตกลงกันได้ แกปัญหาพื้นฐานความขัดแย้ง สามปัญหาการเมืองทั่วไป ซึ่งมีคำตอบ จะยุบสภา ลาออกก็ได้ตามความเหมาะสม “ นายกฯ กล่าว
ถามว่า รัฐบาลจะแบกภาระการชุมนุมที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจนานแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ และขอความร่วมมือประชาชน เจ้าหน้าที่มีแผน กำหนดแนวทางอยู่ ทราบดีว่าประชาชนจำนวนมากต้องการเห็นผลค่อนข้างเร็วแต่คำนึงถึงความเสียหายความสำเร็จที่เกิดขึ้น ขอยืนยัน เจ้าหน้าท่ไม่นิ่งนอนใจ แต่อยากให้เจ้าหน้าที่ไม่อยู่ภายใต้แรงกกดดันมากเกินไป
“ มั่นใจว่าได้ เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการรักษาระบบ ความเป็นบ้านเม้องมีขื่อมีแปให้ลูกหลาน เราต้องแยกคนส่วนหนึ่งที่หลงเข้าสู่กระบวนการ ที่มีเป้าหมายที่มีแนวคิดไม่ดีออก” นายกฯตอบคำถามมั่นใจจัดการกลุ่มก่อการร้ายได้หรือไม่ ทั้งนี้รัฐบาลไม่ได้ขีดเส้นการทำงานต่อการคลี่คลายการชุมนุม เพราะถ้าขีดเส้นจะทำงานยากลำบากขึ้น รัฐบาลและตนไม่มีใครอยากยืดเยื้อแต่ให้เจ้าหน้าที่มีอิสระในการทำงาน พอสมควรไม่อยู่ภายใต้ภาวะกดดัน ทุกคนทราบดียืดเยื้อแรงกดดันมีมากอยู่แล้ว
นายกฯ กล่าวว่า ขณะเดียวกันได้เปิดช่องทางทำคาวามเข้าใจกับภาคเอกชนในการเยียวยาแก้ปัญหา มีการดำเนินการอยู่คิดว่าแรงกดดันนี้คิดว่าจตะลดลงพอสมควร
ถามว่านายกฯพอใจต่อการแก้ปัญหาหรือไม่ เพราะเหมือนไม่สำเร็จ นายกฯ กล่าววว่า มีความสำเร็จระดับหนึ่งคือการเผยแพร่ข่าวสาร ในทางให้ประชาชนหลงผิด ในเชิงข่าวสารลดลงไป ส่วนพื้นที่การชุมนุมขณะนี้จำกัดอยู่ในสี่แยกราชประสงค์ ในปัจจุบันการเคลื่อนไหวผู้ชุมนุมถูกจำกัด ในสภาพถามว่าก้าวหน้าพอใจไหม ทุกคนก็อยากให้บ้านเมืองสงบ แต่เชื่อว่าหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คนเห็นว่าคงไม่ง่ายดั่งใจอย่างกรณีที่ศอฉ.กำลังพูดถึงมีการใช้อาวุธเช่น น้ำกรด ไม่เหลาแหลม เจ้าหน้าที่ ก็ต้องแก้ไขตามที่ตัองการ
“ ภารกิจ 4 ประการ สำเร็จไปแล้วเรื่องสื่อ เป็นเครื่องมือปลุกระดม สำเร็จไปแล้ว ในส่วนพื้นที่ จำกัดลงมา ในส่วนคดีความกลไกคดีพิเศษ เข้ามาแล้ว มีความก้าวหน้าระดับหนึ่ง ยอมรับไม่ทันใจประชาชนหรอก แต่ที่ได้เห็นข้อจำกัด หลายคนเข้าใจขึ้น” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวถึง การเคลื่อนไหวเสื้อแดงที่กำลังขยายวงนอกในต่างจังหวัด ไม่มีความจำเป็นขยายในต่างจังหวัดแต่การทำงานในต่างจังหวัดติดตามทำงานอยู่ และอาจเชื่อมโยงตรงนี้ ส่วนภาคประชาชนที่ออมาต่อต้านกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ได้สื่อสาร เข้าใจดีถึงการแสดงออก แต่ให้ระมัดระวัง และเชื่อว่าคนแสดงออกมีความระมัดระวังไม่เป็นเหยื่อให้เกิดการปะทะกัน
นายกฯ กล่าวว่า ยืนยันไม่ยอมให้กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไปโรงพยาบาลศิริราช เราประกาศชัดเจน พื้นที่ดังกล่าวไม่ยอมเด็ดขาดวางกำลัง วางแผนชัดเจน
ถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้หนักเบาเหมือนภัยคอมมิวนิสต์ในอดีตหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ความพร้อมสิ่งที่เขาใช้ต่อสู้ สภาพพื้นที่มีการเคลื่อนไหว อาจมีความยากลำบาก อยู่ใจกลางเมือง แต่มีอาวุธสงคราม แต่ไม่หนักเท่ายุคนั้นเพราะมั่นใจประชาชนที่ตัดสินใจได้ที่จะเข้าร่วมขบวนการเพราะข้อเท็จจริงทราบว่าเป็นขบวนการก่อการร้าย จึงมีคนจำนวนน้อย ทุกภาคส่วนไม่เห็นด้วยต่อการก่อการร้ายพร้อมตอบสนองอยู่แล้ว







