
‘เณรคำ2’โผล่อีกนครพนม
อ้างตัวผู้วิเศษลวงเงินบริจาคก่อนหายวับดีเอสไอแห้วพ่อแม่ชิ่งตรวจดีเอ็นเอ
อ้างตัวผู้วิเศษลวงเงินบริจาคก่อนหายวับดีเอสไอแห้วพ่อแม่ชิ่งตรวจดีเอ็นเอ
ฉาวไม่เลิก เณรคำ 2 พฤติกรรมคล้ายกัน ตุ๋นเงินชาวบ้าน ล่าสุดหนีไปลาวแล้ว
ชาวบ้าน อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ร้องเรียนว่า ได้มีพระรูปหนึ่งชื่อเหมือนหลวงปู่เณรคำ มีพฤติกรรมหลอกลวงชาวบ้าน โดยมาตั้งวัดภายในบ้านคำไฮ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ภายในวัดพบมีการก่อสร้างศาลาการเปรียญ และพระเจดีย์คำแก้วขนาดใหญ่ที่เกือบแล้วเสร็จ
นายพนมศักดิ์ วะตะมะ กำนันตำบลหาดแพง จ.นครพนม เปิดเผยว่า เมื่อ 4–5 ปีก่อน หลวงปู่เณรคำรูปนี้ ชื่อเดิมคือ พระทองใบ ปัญญาพโล อายุ 30 ปี หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ครูบาอึ่ง มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนได้บรรพชาเป็นสามเณร และเดินทางมาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์ หลังไปธุดงค์มีการเปลี่ยนฉายาเป็นหลวงปู่เณรคำ ก่อนสร้างชื่อเสียงเรียกศรัทธาใหกับชาวบ้านโดยแสดงตัวเป็นเกจิอาจารย์ จนได้รับฉายาคนเหนือโลก คอยรักษาโรคที่เกิดจากไสยศาสตร์ ทำให้มีชื่อเสียงภายใน 23 ปี กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หรือนักธุรกิจที่ร่ำรวยมาบริจาคเงินจำนวนมาก
นายพนมศักดิ์ กล่าวว่า ในปี 2552 ทางวัดได้จัดพิธีใหญ่สร้างเจดีย์ มีผู้ใจบุญร่วมบริจาคมากกว่า 10 ล้านบาท ปัจจุบันทำการก่อสร้างไปแล้วกว่า 90% อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการหมู่บ้านได้ติดตามพฤติกรรมจนพบว่า ในปี 2554 มีเอกสารบันทึกประจำวันของ สภ.คำป่าหลาย จ.มุกดาหาร ระบุว่า หลวงปู่เณรคำผู้นี้เคยถูกจับกุมหลังขับรถไปกับสีกาเพียงลำพัง และมีอาวุธปืนในรถ ก่อนสื่อมวลชนได้ติดตามเสนอข่าวถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสม จากนั้นช่วงต้นปี 2556 หลวงปู่เณรคำได้หายไปจากวัด สอบถามคนใกล้ชิดอ้างว่าไปปฏิบัติธรรมอยู่ประเทศลาว ทำให้การดำเนินกิจวัตรภายในวัดหยุดชะงักลง
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า จากการตรวจสอบบริษัท เบนซ์ จ.อุบลราชธานี พบว่า พระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ซื้อรถ 22 คัน ใช้ชื่อพระวิรพล 21 คัน และใช้ชื่อนายพรรณ์แสง ชูมัง ลูกศิษย์ 1 ครั้ง รวมมูลค่ามากกว่า 95 ล้านบาท
นายธาริต กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่เพื่อตรวจดีเอ็นเอหญิงสาวและบุตร ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้รับความยินยอมจากทั้งสองคนเป็นอย่างดี แต่พ่อแม่เณรคำปิดบ้าน ทำให้ดีเอสไอไม่สามารถติดต่อคนในบ้านได้







