posttoday
บทวิเคราะห์คนเสื้อแดง (จบ)

บทวิเคราะห์คนเสื้อแดง (จบ)

20 เมษายน 2553

...นายศาสตรา

สภาพ “สองนัคราประชาธิปไตย” และปรากฏการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งก็คือ “กลุ่มคนรักทักษิณ” จะแก้ไขได้อย่างยั่งยืน จะต้องมุ่งเป้าหมายระยะยาว โดยแก้ไขที่รากฐานของปัญหา

การที่รัฐบาลอภิสิทธิ์วางยุทธศาสตร์มุ่งเอาชนะนโยบายประชานิยมของทักษิณ ด้วยการดำเนินนโยบายประชานิยมที่มากยิ่งกว่า โดยคงนโยบายเดิม เช่น น้ำ ไฟ รถเมล์ รถไฟฟรี พักหนี้เกษตรกร รักษาฟรี เป็นต้น และพยายามเพิ่ม “ลูกเล่น” ใหม่ๆ เช่น แจกเงิน อสม. เดือนละ 600 บาท ขยายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 500 บาท ให้ครอบคลุมทุกคน และพยายามเพิ่มทางเลือกการไปรับบริการของผู้มีสิทธิบัตรทอง อาจเพิ่มคะแนนนิยมให้รัฐบาลนี้ได้บ้างแต่ยังไม่สามารถสั่นคลอนฐานคะแนนเสียงของคนรักทักษิณได้

การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไม่ยอมยุบสภาภายใน 15 วัน ตามคำเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดง นอกจากเป็นไปตามหลักการที่รัฐบาลย่อมไม่สามารถทำตามคำเรียกร้องที่ไม่มีเหตุผลนั้นได้แล้ว ยังสะท้อนความไม่มั่นใจว่าจะชนะเลือกตั้งถ้ายอมยุบสภา

การที่กลุ่มคนเสื้อแดงสามารถชุมนุมได้ยืดเยื้อกว่าที่เคย แม้รัฐบาลจะประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และการออกหมายจับบรรดาแกนนำ ตลอดจนการต่อสู้ขัดขวางการสลายการชุมนุมอย่างถึงเลือดถึงเนื้อและชีวิต ย่อมสะท้อนความเข้มข้นและความมั่นคงของบรรดาคนรักทักษิณ

การที่บรรดาคนเสื้อแดงรวมทั้งแนวร่วมสามารถยืนหยัดการชุมนุมอยู่ได้บนความเดือดร้อนของคนกรุงเทพฯ และความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการท่องเที่ยว ที่มีกว่า 40 ประเทศ ประกาศห้ามหรือเตือนประชาชนที่จะเดินทางมาประเทศไทย ในด้านหนึ่งย่อมแสดงให้เห็นชัดเจนว่าคนเหล่านี้รักทักษิณมากกว่ารักประเทศไทย

การที่จะเปลี่ยนใจคนเหล่านี้จากรักทักษิณมารักประเทศไทยไม่สามารถทำได้ง่ายๆ แม้ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ และบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงจะเดินแนวทางที่สุ่มเสี่ยงหลายประการ แต่ก็ยังครองใจคนเสื้อแดงไว้ได้เหนียวแน่น

การชุมนุมยืดเยื้อของกลุ่มคนเสื้อแดงโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนกรุงเทพฯ ย่อมบ่อนเซาะศรัทธาของกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งในระยะเฉพาะหน้าและระยะยาว ยุทธศาสตร์ที่สุ่มเสี่ยงย่อมทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงเผชิญศึกรอบด้าน และย่อมตกอยู่ในสถานะลำบาก โดยเฉพาะเมื่อต้องทำสงครามยืดเยื้อ เพราะบรรดาปรปักษ์และศัตรูของกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งหลาย ล้วนเป็นสถาบันที่มีการก่อกำเนิดและเติบโตมาอย่างมั่นคงยาวนาน และทุกสถาบันย่อมไม่ยอมพ่ายแพ้แก่กลุ่มคนเสื้อแดงอย่างแน่นอน

ในสภาวะที่การต่อสู้อยู่ในลักษณะของการ “ยัน” กัน และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเป็น “สงคราม” หรือ “การต่อสู้” ที่ยืดเยื้อเช่นนี้ ย่อมเป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาล โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจะต้องแสดงภาวะผู้นำ เดินสองยุทธศาสตร์คู่ขนาน คือ 1) ผลักดันการปฏิรูปของทุกสถาบันที่เป็นเป้าโจมตีของกลุ่มคนเสื้อแดง 2) จุดประกายการแก้ไขปัญหาที่รากฐานสำคัญ คือ การลดช่องว่างในสังคมไทย ทั้งช่องว่างระหว่างคนมั่งมีกับคนยากจน ช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท และช่องว่างระหว่างภาคอุตสาหกรรม/การบริการ กับภาคเกษตรกรรม

ข้อสำคัญที่สุด รัฐบาลจะต้องเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส จากวิกฤตการชุมนุมยืดเยื้อและท้าทายต่ออำนาจรัฐอย่างรุนแรงของกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นโอกาสให้คนกรุงเทพฯ และกลุ่มคนที่ได้เปรียบในสังคมมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ได้ตระหนักถึงปัญหาร้ายแรงที่บ่มเพาะกลายเป็นระเบิดหรือรอยแยกใหญ่ในสังคม ที่พร้อมจะระเบิดหรือ “เคลื่อนไหว” ใหญ่ จนกลายเป็นสึนามิที่กวาดผู้คนให้ตกอยู่ในสภาวะพิบัติภัยครั้งใหญ่ได้ จำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องทบทวนตัวเองและลงมือแก้ไข

ในขณะที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง รัฐบาลจะต้องเตรียมการแก้ปัญหาระยะยาวไปพร้อมกัน แนวทางหนึ่งที่น่าสนใจคือ แนวทาง “การปฏิรูปประเทศไทย” ของ นพ.ประเวศ วะสี

เมื่อเกิดวิกฤตการเมืองตอนปี 2537 ที่ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร ประกาศอดข้าวประท้วงรัฐบาลจนตายที่หน้ารัฐสภา ครั้งนั้นก็เป็นช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์มีอำนาจปกครองบ้านเมืองเหมือนสมัยนี้ และนายมารุต บุนนาค ประธานรัฐสภา ก็ได้ปลดชนวนระเบิดโดยการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตยขึ้น มี นพ.ประเวศ เป็นประธาน ซึ่งทำให้เกิดการ “ปฏิรูปการเมือง” ที่ประชาชนออกมาโบกธงเขียวสนับสนุนรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ เกิดระบบตรวจสอบใหม่ๆ ขึ้นมากมาย แต่เหตุการณ์ต่อมาพิสูจน์ว่า เพียงแค่ปฏิรูปการเมืองเท่านั้นไม่พอ

นพ.ประเวศ จึงได้เตรียมการ “ปฏิรูปประเทศไทย” โดยเสนอให้ปฏิรูปอย่างน้อย 10 เรื่อง ได้แก่ 1) สร้างจิตสำนึกใหม่ในสังคม 2) สร้างสัมมาชีพให้เต็มพื้นที่ 3) สร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น 4) สร้างระบบการศึกษาที่พาชาติออกจากวิกฤต 5) สร้างธรรมาภิบาลระบบการเมือง การปกครอง ระบบความยุติธรรมและสันติภาพ 6) สร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ก้าวหน้า 7) สร้างความสมดุลของเรื่องสิ่งแวดล้อมและพลังงาน 8) ปฏิรูประบบสุขภาพเพื่อสุขภาวะของคนทั้งมวล 9) สร้างการวิจัยยุทธศาสตร์ชาติ และ 10) สร้างระบบการสื่อสารที่ผสานให้เกิดการพัฒนาทั้งมวล

รัฐบาลไม่ควรทำหน้าที่แต่เพียง “ตั้งรับ” หรือ “จมปลัก” อยู่แต่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงเท่านั้น แต่ต้องมียุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว เปลี่ยนคนรักทักษิณให้เป็นคนรักประเทศไทย ด้วยการเป็นผู้นำการปฏิรูปประเทศไทย โดยการประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย และสร้างกระแสสังคมให้ออกจากปลักแทน จากวาทกรรมเรื่องการชุมนุมคนเสื้อแดง เป็นวาทกรรมเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย....

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม