
อย่าต้านโกงแค่ลมปาก
ปัญหาการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มปลอมของผู้ประกอบการส่งออกกว่า 3050 ราย มูลค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นจาก 2,600 ล้านบาท เป็น 4,200 ล้านบาท ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง
ปัญหาการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มปลอมของผู้ประกอบการส่งออกกว่า 3050 ราย มูลค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นจาก 2,600 ล้านบาท เป็น 4,200 ล้านบาท ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง
แม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษใครให้เข็ดหลาบ
ขณะเดียวกัน แม้ว่ากระทรวงการคลังจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาอีกหนึ่งชุด หลังจากมีผู้ร้องเรียนเข้ามา แต่การสอบสวนต้องใช้เวลาถึง 2 เดือน และตอนนี้ก็ยังไม่เริ่มการสอบสวนให้คืบหน้าแต่อย่างใด
กรมสรรพากร กรมศุลกากร ที่เป็นต้นเรื่องของการขอคืนภาษีปลอมจากผู้ประกอบการ ก็ยังไม่สามารถที่จะชี้แจงให้กระจ่างว่าเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างไร มีใครไปเกี่ยวข้องบ้าง
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ สะท้อนว่าประสิทธิภาพในการจัดการของหน่วยงานด้อยประสิทธิภาพ ไม่สามารถสนองตอบปฏิญญาและเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่นายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จูงมือคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ประกาศต่อหน้าสาธารณะหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่าจะต่อต้านทุกรูปแบบ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ผู้กำกับดูแลกระทรวงการคลัง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแสดงให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการทุจริตคอร์รัปชั่นและโกงภาษี
ลำพังการออกมาตั้งข้อสังเกตว่า การขอคืนภาษีปลอมดังกล่าวต้องมีเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน เพราะมีคำสั่งจ่ายเงินภาษีคืนให้กับผู้ประกอบการเร็วผิดปกติแค่นั้นไม่พอ จะต้องแสดงให้เห็นว่าเอาจริงเอาจังกับการทุจริตคอร์รัปชั่นตามที่ได้ประกาศไว้
เมื่อเห็นข้อมูลและเชื่อได้ว่า มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตฉ้อโกงภาษีจนทำให้ประเทศเสียหาย ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างทันท่วงที เพื่อมิให้คนที่เกี่ยวข้องเหล่านั้นได้มีเวลาไปทำลายเอกสาร ข้อมูลที่อาจเชื่อมโยงไปถึง
แต่ประหลาดเป็นอย่างยิ่งว่า จนบัดป่านนี้ กรมสรรพากร กรมศุลกากร ยังไม่มีคำสั่งย้ายผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สรรพากรเขตที่เกี่ยวข้องกับการคืนภาษีปลอม ทั้งในเขตพื้นที่บางรัก สมุทรปราการ และนนทบุรี ออกจากพื้นที่ ซึ่งนั่นรังแต่จะทำให้กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปได้ยากมากขึ้น
คำประกาศเจตนารมณ์ว่าจะต่อต้านการฉ้อโกงของรัฐบาลจะไร้ผล ถ้ากลไกการทำงานของหน่วยงานรัฐและผู้ที่กำกับนโยบายง่อยเปลี้ยเสียขา







