
มาตราการเข้มรอมฎอนรับรองผู้ต้องหาร่วมศาสนกิจ
เข้าสู่เดือนรอมฎอน ซึ่งมุสลิมจะถือศีลอด สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ก็ยิ่งน่ากังวล ใช่เพียงสถิติย้อนหลัง 8 ปีที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
เข้าสู่เดือนรอมฎอน ซึ่งมุสลิมจะถือศีลอด สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ก็ยิ่งน่ากังวล ใช่เพียงสถิติย้อนหลัง 8 ปีที่ผ่านมา ช่วงเดือนรอมฎอนนั้นถือว่าเกิดเหตุรุนแรงขึ้นบ่อยครั้งอย่างมีนัยสำคัญ แต่สำหรับปีนี้เดือนรอมฎอนยังเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับความหวังสันติภาพชายแดนภาคใต้ จากการที่ฝ่ายไทยเสนอให้กลุ่มบีอาร์เอ็นยุติการก่อเหตุรุนแรงในช่วงเวลาดังกล่าวนี้
แต่ดูเหมือนนับแต่การพูดคุยสันติภาพเป็นต้นมา สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้กลับไม่ได้หยุดหย่อนลงไป
เช้าวันที่ 8 ก.ค. คนร้ายลอบวางระเบิดรถลาดตระเวนทหารร้อย ร.15331 ฉก.ปัตตานี 25 ขณะกำลังลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี
ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังก๊าซน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม ฝังไว้ใต้ถนนจุดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ทำให้รถบรรทุกจีเอ็มซีตกข้างทาง และคนร้ายได้ระดมยิงเข้าใส่รถ แต่ทหาร 8 นายบนรถยิงตอบโต้ ปะทะกันนานประมาณ 10 นาที กลุ่มคนร้ายล่าถอยหลบหนีเข้าไปในป่า ส่วนทหารทั้ง 8 นายปลอดภัย
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอและแนวทางลดเหตุช่วงเดือนรอมฎอน ผ่านทางการมาเลเซียไปยังกลุ่มบีอาร์เอ็นแล้ว โดยยึดตามหลักของสำนักจุฬาราชมนตรี คิดว่าคงไม่เกิน 12 วันนี้ จะได้รับคำตอบและแนวทางปฏิบัติของกลุ่มบีอาร์เอ็นกลับมา ซึ่งอาจจะมีการแถลงข่าวร่วมกันอีกครั้ง
“สำหรับแนวทางปฏิบัติช่วงเดือนรอมฎอนของกองทัพภาคที่ 4 จะลดรูปแบบเชิงรุกในเรื่องการตรวจค้นและจะเน้นรูปแบบเชิงรับในการดูแลรักษาความปลอดภัย และเห็นว่าทั้งทางฝ่ายไทยและกลุ่มบีอาร์เอ็นไม่ควรมีเงื่อนไขต่อกัน แต่ควรมีแนวทางปฏิบัติร่วมกันที่จะลดเหตุรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอน”
เมื่อเข้าสู่เดือนรอมฎอน เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จึงวางมาตรการเข้มเพื่อรักษาความปลอดภัย
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. สั่งการให้ด่านตรวจ จุดตรวจ ปรับยุทธวิธีเป็นจุดอำนวยความสะดวก แต่จุดตรวจถาวรทั้ง 23 ด่าน ยังมีการปฏิบัติเหมือนเดิม และจะมีการตรวจเพื่อป้องกันการกระทำผิดทางกฎหมาย
“ส่วนข้อกังวลของหลายฝ่ายในช่วงเดือนรอมฎอนนั้น กอ.รมน.ยังคงต้องบังคับใช้กฎหมายดังเดิม แต่จะลดระดับในการปิดล้อมตรวจค้น และเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะเป้าหมายที่อ่อนแอเชิงสัญลักษณ์ พื้นที่เมือง พื้นที่ชุมชน ให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการประกอบศาสนกิจ และสิ่งสำคัญคือการอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่กระทำความผิด ที่มีหมาย พ.ร.ก. หมาย ป.วิอาญา ที่มีความประสงค์จะกลับบ้านในช่วงเดือนรอมฎอน เราเปิดโอกาสให้เข้ามารายงานตนต่อเจ้าหน้าที่ (จนท.) โดย จนท.จะออกหนังสือรับรองให้” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
ด้าน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมติดตามสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร.เข้าร่วมประชุม
พล.ต.อ.ประชา กล่าวภายหลังการประชุมว่า ไม่อยากให้ความรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงนี้ ถ้ายุติลงได้ก็ยิ่งดี การยุติความขัดแย้งต้องทำด้วยการเจรจาเท่านั้น ฉะนั้นการเจรจาเป็นเรื่องสำคัญ ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ต่อต้านการเจรจานั้น จะต้องมีการติดตามต่อไป สำหรับกระแสข่าวลือจะเกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์นั้น เรื่องของข่าวลือก็เป็นข่าวลือ แต่อย่าให้เกิดเลยจะดีที่สุด







