
ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อนวันที่ 20 เม.ย. คงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ประกาศระดมพลจากต่างจังหวัดให้มาชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์ โดยแกนนำคนเสื้อแดง ประกาศบนเวทีจะมีมาตรการดาวฤกษ์ในการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. แต่ไม่เปิดเผยว่าจะไปที่ไหน เพราะเกรงเจ้าหน้าที่รัฐจะรู้ทัน
1.ก่อนหน้านี้ สุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศขยายพื้นที่ชุมนุมไปที่ถนนสีลม เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ขนกำลังเต็มพิกัดสกัดไม่ให้เข้าพื้นที่ ส่งผลให้ความพยายามของกลุ่มคนเสื้อแดงล้มไม่เป็นท่า อย่างไรก็ตามกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ก็ยังเป็นพื้นที่เป้าหมาย ที่กลุ่มคนเสื้อแดงอาจเคลื่อนมวลชนมากดดันนายกรัฐมนตรีให้ยุบสภาทันที อีกทั้งเช้าวันนี้ จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ ร.11 รอ. ด้วย ทำให้ไม่อาจประมาทเด็ดขาด โดยเฉพาะมาตรการความเข้มข้นของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้เจ้าหน้าที่ทหารติดอาวุธ ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น
2.ด้านการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หายจากอาการไข้หวัดนั่งเป็นประธานการประชุม แน่นอนว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จะรายงานสถานการณ์การชุมนุม และการรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายหลังจาก ศอฉ. มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับไปทำเป็นคดีพิเศษ ขณะเดียวกันเป็นอีกครั้งที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมือง
ที่น่าสนใจคือการมอบอำนาจให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้าชุดคุมกำลังปราบปรามก่อการร้าย ก็เป็นประเด็นที่น่าจับตาว่า ครม.จะมีการเชิญ พล.อ.อนุพงษ์ เข้าหารือด้วยหรือไม่ สำหรับวาระ ครม. ทั่วไปหนีไม่พ้นสถานการณ์ชุมนุม โดยจะมีหน่วยงานเกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจสรุปข้อมูลความเสียหายจากการชุมนุมยืดเยื้อและมาตรการเยียวยาช่วยเหลือ ทั้งผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ชุมนุม เมื่อวันที่ 10 เม.ย. รวมถึงมาตรการเยียวยา ลูกจ้าง ผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ ให้ ครม. รับทราบ
3.การที่สองอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ออกมาแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเสนอให้นายกฯ นายอภิสิทธิ์ ประกาศยุบสภาทันที พร้อมกับเปิดเผยว่า กำลังประสานสำนักพระราชวังเพื่อขอเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอคำแนะนำหาทางออกของบ้านเมือง กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที จากบุคคลในสังคมออกมาให้ความเห็นถึงพฤติกรรมสองอดีตนายกฯ ว่าเป็นการมิบังควรหรือไม่
ขณะที่เสียงจากภาครัฐ ทั้งนายกฯ รัฐมนตรี และองค์กรภาคประชาชน คงได้มีความเห็นถึงประเด็นดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้มีนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ต่างประสานเสียงประณามไปแล้ว
4.สำหรับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์นั้น แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมโดย นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และประธานสภาที่ปรึกษาพรรค จะนั่งหัวโต๊ะหาทางต่อสู้คดียุบพรรค โดยจะมีการหารือ 2 ประเด็น คือ 1.ให้สมาชิกพรรคทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนว่าถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในกฎหมายฉบับไหน ระหว่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ปี 2541 กับรัฐธรรมนูญปี 2550 เพราะมีความแตกต่างเกี่ยวกับนัยทางกฎหมายระหว่างกฎหมาย 2 ฉบับ
และ 2.จะต้องพิจารณาดู ถึงอำนาจของนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า กรณีคดียุบพรรคที่มาจากการรับเงินบริจาค อำนาจของนายทะเบียนพรรคอยู่ตรงไหน เพราะรัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่ได้บัญญัติไว้เหมือน พ.ร.บ.พรรคการเมือง ปี 2541 เพราะกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าให้มีการยุบพรรค นายทะเบียนจะต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน
5.กลุ่มองค์กรเป็นกลางทางการเมือง ยังคงเดินหน้าแสวงหาทางออกวิกฤตการเมืองต่อไป โดยวันนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีกำหนดเข้าพบ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าหารือกับนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ มาแล้ว และวันที่ 21 เม.ย.นี้ มีกำหนดพบนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยต้องการนำข้อเสนอจากอดีตนายกฯ ทั้งหลายมากลั่นกรอง เป็นข้อเสนอในภาพใหญ่เรียกสติกลุ่มคนเสื้อแดงให้หันมารับรู้รับฟังความคิดเห็นกลุ่มบุคคลอื่นบ้าง ว่าได้เสนอทางออกให้กับสถานการณ์ความวุ่นวายนี้อย่างไรบ้าง หลังจากที่รัฐบาลก็รับฟังข้อเสนอจากกลุ่มที่เป็นกลางแล้ว ก็เหลือแต่กลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้นที่ยังสร้างอาณาจักรเป็นใหญ่ปิดหูปิดตาไม่รับฟังเสียงส่วนใหญ่ของสังคม







