
แนะรัฐนับหนึ่งโครงการน้ำ
วิศวกรรมสถานฯหวั่นปัญหาบานปลาย‘ปลอดประสพ’ยืนยันเดินหน้าต่อได้
วิศวกรรมสถานฯหวั่นปัญหาบานปลาย‘ปลอดประสพ’ยืนยันเดินหน้าต่อได้
สมาคมวิศวกรรมสถานฯ แนะรัฐบาลเริ่มประมูลโครงการน้ำใหม่ ปชป.ล่าชื่อยื่นถอดถอน ครม.ยกคณะ
นายสุวัฒนา จิตตลดากร ประธานอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมแหล่งน้ำ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) เปิดเผยว่า กังวลถึงขั้นตอนการประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทในขั้นต่อไป เพราะศาลปกครองระบุให้รัฐบาลเป็นผู้จัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ (อีเอชไอเอ) แต่ราคาที่กำหนดในทีโออาร์ที่บริษัทประมูลไปนั้นรวมค่าทำอีไอเอและอีเอชไอเอแล้ว
“ฉะนั้นเกิดคำถามว่าจะหักค่าจัดทำกระบวนการดังกล่าวออกจากทีโออาร์ด้วยวิธีใดในเมื่อรัฐบาลจะเป็นผู้ทำเอง และแต่ละบริษัทเองก็ใช้งบสำรวจและศึกษาพื้นที่ไปแล้ว หากจะไปหักเงินออกอีกก็อาจมีปัญหาตามมา” นายสุวัฒนา ระบุ
ขณะเดียวกัน อาจมีบางบริษัทที่ถอนตัว หรือไม่ผ่านการประมูลยื่นร้องว่ากระบวนการประมูลไม่เป็นธรรม เนื่องจากทั้งสองกลุ่มบริษัทที่ชนะการประมูลชนะด้วยราคาที่รวมกระบวนการอีไอเอและอีเอชไอเอ แต่เมื่อดำเนินการจริงกลับตัดสองกระบวนการนี้ออกให้รัฐทำแทน
ฉะนั้น หากเดินหน้าโครงการต่อย่อมเกิดปัญหาตามมาอีกมากแน่นอน ดังนั้นควรจะศึกษาอีไอเอและอีเอชไอเอทั้งหมดก่อน แล้วเริ่มประมูลใหม่อีกครั้ง ซึ่ง วสท. ได้แย้งกระบวนการนี้ตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ กบอ.ไม่ฟัง
ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้พรรคจะนำรายชื่อ สส. 1 ใน 4 ยื่นถอดถอนคณะรัฐมนตรียกคณะฐานความผิดจากโครงการบริหารจัดการน้ำที่ศาลปกครองได้มีคำสั่งให้ชะลอ
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวว่า โครงการนี้ได้ทำประชาพิจารณ์ โดยจัดนิทรรศการน้ำในภาคกลางและภาคเหนือ แต่ศาลปกครองอาจจะมองไม่เห็น
นอกจากนี้ การทำอีไอเอและอีเอชไอเอ ทั้ง 9 โมดูล มีแค่โมดูลเดียวที่ต้องทำรายงานผลกระทบร้ายแรง แสดงว่าอีก 8 โมดูลยังเดินหน้าต่อไปได้
ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 แต่หาก ป.ป.ช.ไม่ชี้มูลจะยื่นให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระมาทำหน้าที่แทน ป.ป.ช.







