
เรื่องคนไม่รู้จักสมเด็จ
เมื่อนักปราชญ์เจอกันเขาคุยกันสนุกสนาน แต่ที่สนุกที่สุดไม่มีเรื่องอะไรเกินเรื่องที่คนไม่รู้จักสมเด็จพระราชาคณะ
เมื่อนักปราชญ์เจอกันเขาคุยกันสนุกสนาน แต่ที่สนุกที่สุดไม่มีเรื่องอะไรเกินเรื่องที่คนไม่รู้จักสมเด็จพระราชาคณะ
น.อ.(พิเศษ) สุรินทร์ คุ้มจั่น แห่งกองทัพอากาศคุยเรื่องคนไม่รู้จักสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม) สมเด็จวัดชนะสงครามที่ทรงอิทธิพลในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนกลางซึ่งมรณภาพไป 2 ปีแล้ว แต่ยังมีเรื่องเล่าไม่รู้จบ วันหนึ่งท่านรับนิมนต์ไปเป็นประธานเปิดงานบำเพ็ญกุศลในวัดแห่งหนึ่งที่ จ.สมุทรปราการ รถยนต์ที่ท่านนั่งไปค่อนข้างเก่าจึงเกิดเสียบนทางด่วน งานก็ใกล้เวลาเข้ามาแล้วจะทำอย่างไร คนขับรถจึงตัดสินใจเรียกรถแท็กซี่ที่ผ่านมาพอดีให้ท่านนั่งไปรูปเดียว ส่วนคนขับรถอยู่เฝ้ารถที่ช่างจะมาซ่อม
เมื่อแท็กซี่พาสมเด็จคนดังจะเข้าไปในวัดที่จัดงานทางประตูด้านหน้า ซึ่งเขากำลังเตรียมตั้งแถวรอรับสมเด็จอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ห้ามแท็กซี่เข้า บอกว่าเขาห้ามรถอื่นเข้านอกจากรถสมเด็จเท่านั้น
คนขับแท็กซี่ก็ไม่รู้ว่าพระที่นั่งมาข้างหลังเป็นสมเด็จ จึงบอกว่าเข้าไม่ได้ เขาคอยรับสมเด็จ เมื่อมาถึงที่รถเข้าไม่ได้ท่านจึงลงเดินเข้าไป แต่เจ้าหน้าที่หน้าวัดห้ามเดินผ่านแถวที่ตั้งรับ นิมนต์ให้เดินอ้อมไปข้างหลังเพราะเขาคอยรับสมเด็จกันอยู่ ท่านจึงต้องเดินอ้อมไปตามที่แนะนำ เมื่อถึงปะรำพิธีหาที่นั่งได้พอสมควรจึงนั่งพักตามปกติ
ส่วนคณะเจ้าภาพคอยแล้วคอยเล่าไม่เห็นสมเด็จมาสักที จนใกล้เวลาฤกษ์แล้วกระวนกระวายกันใหญ่ ในที่สุดก็มีพระและโยมเดินมาในปะรำพิธีเห็นสมเด็จนั่งอยู่โดยไม่มีใครรู้จักหรือต้อนรับ ก็ตกใจขอขมาอภัยกันใหญ่เลย
เรื่องคนไม่รู้จักสมเด็จอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องของสมเด็จพระวันรัต (วัดโสมนัส) ท่านมรณภาพไปแล้ว แต่ขณะมีชีวิตท่านก็ไม่มีชีวิตที่ผู้คนรู้จักมากนัก วันหนึ่งได้รับกิจนิมนต์ไปงานวัดแห่งหนึ่งที่ภาคใต้ร่วมกับสมเด็จอีก 2 รูป รวมเป็น 3 ทั้งตัวท่าน
วันนั้นท่านเดินทางไปถึงที่จัดงานเร็ว ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของท่านอยู่แล้วที่ไปก่อนเวลาเสมอ เพราะไม่ต้องการให้เขาคอย แต่เพราะความที่เป็นพระสมถะมีคนรู้จักน้อย ถึงจะเป็นสมเด็จก็ตาม จึงไม่ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ สมฐานะ
เมื่อท่านจะเดินเข้าไปในงาน ซึ่งตามปกติก็ไปรูปเดียว โดยไม่มีใครติดตามอยู่แล้ว ผู้จัดงานเห็นเป็นเพียงหลวงตาแก่ๆ รูปหนึ่งเท่านั้น จึงไม่ให้เดินเข้าไปในที่รับรอง อ้างว่าจัดเพื่อรับสมเด็จ ท่านก็ถามว่า นิมนต์สมเด็จมากี่รูป เจ้าภาพก็บอกว่า 3 ถามว่าใครบ้าง เจ้าภาพก็บอกชื่อถูกต้องทั้ง 3 รูป ท่านก็ชี้มาที่ตัวท่าน บอกนี่นี่ แต่เจ้าภาพก็ไม่เข้าใจจึงนิมนต์ท่านให้หลีกไป ท่านก็เดินอ้อมปะรำที่จัดไว้เข้าไปนั่งที่เก้าอี้ที่เตรียมรับสมเด็จ
เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ตามมาไล่อีก เพราะเห็นว่าเป็นหลวงตา บอกว่ามานั่งเก้าอี้นี้ไม่ได้ เขาจัดไว้รับรองสมเด็จ พร้อมกับชี้ให้ไปนั่งเก้าอี้ด้านหลัง
เรื่องหลังนี้เล่าโดยพระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศาราม
ข้อสรุปของผู้เล่าทั้ง 2-3 ท่านก็คือ ความจำเป็นที่พระผู้ใหญ่รับนิมนต์ไปเป็นประธานที่ไหนๆ ต้องมีรถตำรวจนำสะดุดตาเจ้าภาพ







