posttoday
เจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่ 5 (2)

เจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่ 5 (2)

23 มิถุนายน 2556

นอกจากเจ้าจอมก๊กออทั้ง 5 คนแล้ว เจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ยังมีธิดาอีก 2 คน ที่มิได้เกิดจากท่านผู้หญิงอู่ ถวายให้เป็นข้าราชสำนักฝ่ายใน

นอกจากเจ้าจอมก๊กออทั้ง 5 คนแล้ว เจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ยังมีธิดาอีก 2 คน ที่มิได้เกิดจากท่านผู้หญิงอู่ ถวายให้เป็นข้าราชสำนักฝ่ายใน คือ เจ้าจอมแก้ว และเจ้าจอมแส แต่ทั้งคู่มิได้เป็นที่โปรดปรานในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเช่นเจ้าจอมก๊กออ ชื่อของเจ้าจอมทั้งสองท่านนี้จึงมิได้ถูกกล่าวขวัญถึงเช่นเดียวกันกับเจ้าจอมก๊กออ

สำหรับความจงรักภักดีและความใกล้ชิดในเบื้องพระยุคลบาทของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า

ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสต้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2447 ขณะที่ประทับอยู่ที่เมืองราชบุรีนั้น ทรงใคร่ที่จะทอดพระเนตรเมืองเพชรบุรีในเวลาปกติ คือมิได้จัดตระเตรียมรับเสด็จ พระองค์จึงทรงกำชับมิให้ผู้ใดส่งข่าวมาเมืองเพชรบุรีว่าจะเสด็จฯ แต่เจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ก็รู้จนได้ จึงรีบขึ้นรถไฟตรงไปยังเมืองราชบุรีและพบกับขบวนเสด็จที่สถานีปากท่อ คณะขบวนเสด็จต่างก็แปลกใจไปตามๆ กัน อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ทราบว่าจะเสด็จฯ ไปเมืองเพชรบุรีแน่นอนก็ตกใจ เพราะมิได้เตรียมการรับเสด็จไว้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ถึงเมืองเพชรบุรี ทรงพระดำเนินไปตามถนนเป็นเวลานาน พวกข้าราชการจึงทราบ ต่างวิ่งกระหืดกระหอบมาทีละคนสองคน สวมเสื้อมากลางทางบ้าง สวมถุงเท้าบ้างดูโกลาหล เมื่อเสวยเสร็จก็เสด็จฯ กลับไปประทับแรม ณ เมืองราชบุรี และในวันที่ 24 เดือนเดียวกัน พระองค์ก็เสด็จฯ โดยทางเรือ เมื่อเรือศรีอยุธยาจวนจะถึงเมืองเพชรบุรีทรงรับสั่งให้พวกที่ตามเสด็จซ่อนตัวอยู่ในลำเรือ มีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นมรุพงศ์สิริพัฒน์ ประทับอยู่หน้าเรือพระองค์เดียว เมื่อเรือแล่นผ่านหน้าพลับพลา ซึ่งเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์คอยรับเสด็จอยู่ กรมหมื่นมรุพงศ์สิริพัฒน์จึงทรงร้องรับสั่งไปแก่เจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ว่า “เห็นจะเสด็จถึงค่ำละเจ้าคุณ ให้เตรียมคบไฟไว้เถิด ฉันจะขึ้นไปหาเสบียงที่ตลาด สักประเดี๋ยวจะกลับมา” แล้วเรือศรีอยุธยาแล่นลอดสะพานช้างขึ้นไปจอดหน้าบ้านเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นไปประทับบนบ้านเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์แล้วรับสั่งให้กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัยไปตามเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์มาเฝ้า ฝ่ายเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์รีบวิ่งมาถวายคำนับ พระองค์ทรงรับสั่งว่า มาตอบแทนที่เจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ล่วงหน้าไปรับถึงปากท่อเมื่อคราวก่อน เจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ก็ไม่เพ็ดทูลว่าอย่างไร พวกที่ตามเสด็จต่างก็อดหัวเราะขำที่ “ถูกหลอก” พอลับหลังพระที่นั่ง เจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ก็ตัดพ้อว่าผู้ตามเสด็จเกือบทุกคน โดยเฉพาะกรมหมื่นมรุพงศ์สิริพัฒน์

หลังจากรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ไม่นานนัก เจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ก็เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะด้วยโรคชรา ระหว่างที่ป่วยอยู่นั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แพทย์ฝรั่งและแพทย์ไทยไปรักษาที่บ้านใน จ.เพชรบุรี แต่อาการมีแต่ทรงกับทรุด จึงได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2449 ณ บ้านเพชรบุรี ขณะมีอายุได้ 65 ปี ในวันที่ 12 ก.ย.นั้นเอง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานเชิญน้ำหลวงและโกศไปยังเพชรบุรี โดยเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) พี่ชายต่างมารดาเป็นผู้รดน้ำหลวงที่พระราชทานมา เจ้าพนักงานแต่งศพเสร็จแล้วเชิญลงพระลองในแล้วเชิญขึ้นแว่นฟ้า 2 ชั้น ประกอบโกศไม้ 12 แวดล้อมด้วยเครื่องสูง 3 ชั้น ขณะเวลารดน้ำและแต่งศพ เจ้าพนักงานประโคมกลองชนะ 5 คู่ จ่าปี่ 1 แล้วพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอรประพันธ์รำไพ และพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอดิสัยสุริยาภา พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาอ่อน ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานตาของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ ทรงทอดผ้าไตรของหลวง 5 ไตร ผ้าขาวพับ 10 พับ พระสงฆ์บังสุกุล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม มีเครื่องประโคมศพและเสียงพระเช้าเพลมีกำหนด 3 เดือน ซึ่งจะพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 7 ก.พ. 2450 (ร.ศ. 125) ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส พร้อมกับศพเจ้าคุณคลี่ แต่เมื่อจวนถึงวันชักศพเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ คือวันที่ 5 ก.พ. ท่านผู้หญิงอู่ก็ป่วย และถึงแก่อสัญกรรมลง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้งดการพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ไว้ก่อน

ท่านผู้หญิงอู่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2450 (ร.ศ. 125) ขณะที่ป่วยอยู่นั้นได้เดินทางจากเพชรบุรีไปรักษาที่กรุงเทพฯ ณ บ้านในคลองบางกอกใหญ่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแพทย์หลวงไปรักษา แต่ไม่หาย โปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุรินทรฤาไชย (เทียน บุนนาค) อาบน้ำศพของหลวง พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอรประพันธ์รำไพ และพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอดิศัยสุริยาภา ได้เสด็จไปทรงสรงน้ำศพด้วย เจ้าพนักงานประโคมกลองชนะ 10 จ่าปี่ 1 แต่งศพเสร็จแล้วเชิญลงพระลองใน ตั้งบนชั้นแว่นฟ้าประกอบโกศแปดเหลี่ยมแวดล้อมด้วยฉัตรเบญจา 4 คัน เป็นเกียรติยศ ถึงวันที่ 5 เชิญศพลงเรือม่านทองแย่งไปขึ้นรถไฟมายังเพชรบุรี เชิญศพมาไว้ ณ บ้านเพชรบุรี ท่านผู้หญิงอู่อายุได้ 61 ปี โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนศิริลังกาศ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพันธุ์ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ (พระยศในขณะนั้น) เป็นผู้จัดการมรดกท่านผู้หญิงอู่

ธิดาคนแรกของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ และท่านผู้หญิงอู่ ที่เข้าไปถวายตัวเป็นข้าราชสำนักฝ่ายใน คือ เจ้าจอมมารดาอ่อน เกิดในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อวันพุธ แรม 11 ค่ำ เดือนยี่ ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 10 ก.พ. 2410

เมื่อเจ้าจอมมารดาอ่อนอายุได้ 12 ปี ได้เข้าร่วมขบวนแห่โสกันต์ของพระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์ สุนทรศักดิ์กัลยาวดี พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าคุณจอมมารดาแพ) ผู้เป็นพระสนมเอกผู้ใหญ่ ทรงยกย่องเป็นหัวหน้าพระสนมทั้งปวง และได้รับการฝากฝังโดย สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้มีศักดิ์เป็นลุง ให้อยู่กับเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ มีหน้าที่ช่วยตั้งเครื่องเสวย และได้ถวายตัวเป็นพระสนม เมื่อปี 2427 เมื่ออายุ 17 ปี

ในปี 2427 พระราชธิดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาอ่อน ก็ประสูติเมื่อวันอังคารที่ 7 ก.ค. ณ พระบรมมหาราชวัง ได้รับพระราชทานนามว่า พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอรประพันธ์รำไพ ต่อมาในวันศุกร์ที่ 14 ก.พ. 2432 พระราชธิดาพระองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาอ่อนก็ประสูติในพระบรมมหาราชวังเช่นกัน ได้รับพระราชทานนามว่าในฐานะสมเด็จพระเจ้าลูกเธออย่างเต็มที่

เจ้าจอมมารดาอ่อน พร้อมด้วยน้องๆ ทั้งสี่คนในกลุ่มเจ้าจอมก๊กออ และพระราชธิดาทั้งสองได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถวายงานใกล้ชิดพระองค์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อครั้งประทับที่พระบรมมหาราชวัง หรือเมื่อเสด็จไปประทับที่พระราชวังดุสิต พระที่นั่งวิมานเมฆ หรือเมื่อครั้งเสด็จแปรพระราชฐาน ประพาสหัวเมืองเหนือ เมื่อปี 2444 หรือไปประทับที่พระราชวังบางปะอิน เมื่อปี 2445 และเสด็จ ประพาสต้นเมื่อปี 2447

พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอรประพันธ์รำไพ ทรงเป็นราชนารีที่โปรดการทรงม้าและการผจญป่าดงพงไพร พระองค์และพระขนิษฐา พระองค์เจ้าอดิสัยสุริยาภา ทรงมีความสนิทสนมคุ้นเคยไปมาหาสู่กับพระราชชายา เจ้าดารารัศมี เป็นอย่างมาก พระราชชายา เจ้าดารารัศมี มักเสด็จไปเยี่ยมพระองค์และพระขนิษฐาอยู่เสมอ ในชั้นแรกเจ้าจอมมารดาอ่อนและพระราชธิดาประทับอยู่ในพระบรมมหาราชวัง

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เจ้าจอมมารดาอ่อน และพระราชธิดา ได้ประทับอยู่ที่ตำหนักในวังสวนสุนันทา ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475 ได้ย้ายไปมาอยู่ที่ตำหนักสร้างใหม่ริมคลองสามเสนกับถนนราชสีมา สร้างบนที่ดินพระราชทานแก่เจ้าจอมก๊กออ เรียกว่า “สวนนอก” ตำหนักนี้เรียกว่า วังสวนปาริจฉัตก์

พระองค์เจ้าอรประพันธ์รำไพ สิ้นพระชนม์เมื่อปี 2476 มีพระชันษาได้ 48 ปี ส่วนพระองค์เจ้าอดิสัยสุริยาภา สิ้นพระชนม์เมื่อปี 2506 พระชันษาได้ 73 ปี และเจ้าจอมมารดาอ่อน ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2512 สิริอายุ 102 ปี ปัจจุบันวังสวนปาริจฉัตก์ได้ถูกรื้อไปแล้วกลายเป็นอาคารใหม่ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ข่าวล่าสุด

“สรรเพชญ” หารือภาคเอกชนลุ่มน้ำโขง ดันเชื่อมโลจิสติกส์เหนือ–ใต้

“สรรเพชญ” หารือภาคเอกชนลุ่มน้ำโขง ดันเชื่อมโลจิสติกส์เหนือ–ใต้