posttoday
เฟ้อต่ำ ว่างงานสูง ฉุดมะกันคงคิวอี

เฟ้อต่ำ ว่างงานสูง ฉุดมะกันคงคิวอี

20 มิถุนายน 2556

จับจ้องตามลุ้นชนิดตาแทบไม่กะพริบ สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

จับจ้องตามลุ้นชนิดตาแทบไม่กะพริบ สำหรับผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 18-19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ประธานเฟดอย่าง เบน เบอร์แนนคี จะส่งสัญญาณชะลอการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลตามที่สื่อสำนักต่างๆ รายงาน โดยคาดการณ์จากท่าทีและคำพูดของผู้ว่าการเฟดประจำรัฐต่างๆ รวมถึงตัวประธานเฟดที่แสดงความเห็นเกริ่นนำก่อนหน้านี้

เพราะเพียงแค่ความเห็นที่ยังขาดความชัดเจนแน่นอนข้างต้น ยังส่งผลให้บรรยากาศของตลาดทุนทั่วโลกตกอยู่ในสภาวะผันผวนอย่างรุนแรง ชนิดที่เรียกว่าเพิ่งจะปรับตัวขึ้นทำสถิติค่อนข้างดีไม่ทันไร วันต่อมากลับทรุดลงดิ่งแรงจนเกือบจะต่ำสุดในรอบปี ตามที่ได้ประจักษ์มาแล้วในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากท่าทีของเฟด โดยเฉพาะตัวประธานอย่าง เบอร์แนนคี นักวิเคราะห์แทบทุกสำนักต่างพร้อมใจลงความเห็นตรงกันว่า มติของการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดน่าจะยังคงเดินหน้าซื้อพันธบัตรสหรัฐเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ต่อไปอีกสักระยะ พร้อมๆ กับการพยายามหาทางเลือกเพื่อค่อยๆ ปรับลดจนสามารถยุติโครงการซื้อคืนพันธบัตร หรือมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ได้ในช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้

เนื่องจากอย่างน้อยที่สุด การคงมาตรการคิวอีต่อไปอีกสักระยะจะช่วยให้เฟดสามารถพิจารณาความแข็งแกร่งในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐว่าดีเพียงพอที่จะไม่ต้องรับความช่วยเหลือจากเฟดแล้วหรือไม่ โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่เฟดตั้งเป้าไว้อย่างตัวเลขการว่างงานของประเทศที่จะต้องอยู่ต่ำกว่า 6.50% และตัวเลขเงินเฟ้อที่ตั้งเป้าไว้ที่ 2%

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาสถานการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นจนเริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ไล่เรียงตั้งแต่อัตราการเติบโตล่าสุดซึ่งอยู่ที่ 2.50% ดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งบ่งชี้ถึงสภาวะเงินเฟ้อในเดือน พ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และอัตราการจ้างงานใหม่ของเดือน พ.ค. ที่เพิ่มขึ้นอีก 1.75 แสนตำแหน่ง มากกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินเอาไว้ก่อนหน้าว่า น่าจะอยู่ที่ราว 1.58 แสนตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์รวมถึงนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่กลับเห็นตรงกันว่า แนวโน้มทางบวกข้างต้นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เฟดตัดสินใจยุติมาตรการคิวอี หรือชะลอการซื้อคืนพันธบัตรตามแนวทางของโครงการดังกล่าวได้ภายในเร็ววันนี้แน่นอน

เหตุผลเพราะปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างเป้าเงินเฟ้อของประเทศสหรัฐยังคงอยู่ในระดับที่ตั้งไว้ที่ 2%

เพราะอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับสูงที่ 7.50% ซึ่งมากกว่าตัวเลขการว่างงานที่กำหนดไว้ที่ 6.50%

และเพราะอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นระดับที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่ายังไม่น่าวางใจที่จะปล่อยให้เดินต่อไปเพียงลำพัง โดยปราศจากมาตรการช่วยเหลือจากเฟด

ดริว เมธัส นักเศรษฐศาสตร์ของยูบีเอส เอจี ในสแตมฟอร์ด และอดีตนักเศรษฐศาสตร์ของเฟดประจำมหานครนิวยอร์ก กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่มีเหตุผลใดๆ มารองรับการตัดสินใจยกเลิกหรือชะลอการซื้อคืนพันธบัตรของรัฐบาลในขณะนี้เลยแม้แต่น้อย โดยมีหลักฐานยืนยันอย่างรายงานอัตราเงินเฟ้อของเฟดล่าสุดที่ระบุว่า ราคาผู้บริโภคยกเว้นราคาอาหารและราคาพลังงานจนถึงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 1.10% ซึ่งนับได้ว่าน้อยที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกมาในปี 2503 หรือเป็นการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อที่น้อยที่สุดในรอบ 53 ปีเลยทีเดียว

ด้าน สตีเฟน สแตนลีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากบริษัท ปิเอร์ปอนท์ ซิเคียวริตี แอลแอลซี กล่าวเสริมว่า ระดับเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าที่เฟดกำหนดไว้ที่ 2% กลายเป็นการซื้อเวลาให้เฟดสามารถเดินหน้าโครงการซื้อคืนพันธบัตรเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อไป

ขณะที่ผลการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกทั้งหมด 59 ราย ของบลูมเบิร์ก ระบุว่า เฟดมีแนวโน้มจะเริ่มลดขนาดการซื้อคืนบอนด์รัฐบาลสหรัฐในช่วงเดือน ต.ค.ปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐน่าจะขยับเข้าใกล้เป้าหมายที่กำหนดไว้มากขึ้น โดยอยู่ที่ 1.30% ในไตรมาส 3 และ 1.50% ในไตรมาส 4 ของปี 2556

สำหรับสถานการณ์ด้านการว่างงานของประเทศ แม้จะมีการจ้างงานในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้า แต่อัตราการว่างงานในเดือนดังกล่าวก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย.ก่อนหน้า 0.10% หรือจาก 7.50% มาอยู่ที่ 7.60% โดยจำนวนประชาชนสหรัฐที่ว่างงานในระยะยาว หรือเกินกว่า 27 สัปดาห์ ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างคงที่ที่ประมาณ 11.8 ล้านคน

ดังนั้น จนกว่าสถานการณ์การว่างงานจะดีขึ้น หรืออยู่ในอัตราที่กำหนดไว้ที่ 6.50% มาตรการคิวอีอย่างโครงการซื้อคืนพันธบัตรรายเดือนในจำนวนมหาศาลดังกล่าว จึงยังคงมีความจำเป็นในฐานะที่จะเป็นหลักประกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา และรักษาระดับอัตราการจ้างงาน

ขณะที่ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 83 คน ของซิตี้กรุ๊ป ประเมินไว้ว่า หากสหรัฐสามารถรักษาระดับการจ้างงานในปัจจุบันไว้ได้ อัตราการว่างงานของประเทศน่าจะลดลงเหลือ 7.40% ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่เฟดจะได้โอกาสพิจารณาชะลอมาตรการคิวอี

เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐน่าจะแข็งแกร่งเพียงพอ และเป็นช่วงเวลาที่ตลาดทุนทั่วโลก รวมถึงประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย น่าจะสามารถสร้างภูมิต้านทานสภาวะการเคลื่อนย้ายเงินทุนภายหลังการชะลอการใช้คิวอีได้ หลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกรายงานเตือนว่าการที่เฟดเหยียบเบรกชะลอคิวอีเร็วเกินไปจนกระทบต่อตลาดทุนของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ อาจทำให้การเติบโตของสหรัฐสะดุดลงเช่นกัน

ส่วนเหตุผลสุดท้ายที่ทำให้นักวิเคราะห์ค่อนข้างเชื่อมั่นว่า เฟดจะไม่ชะลอหรือยุติคิวอีคราวนี้อย่างแน่นอน สืบเนื่องมาจากผลสำรวจเศรษฐกิจสหรัฐ (เบจบุ๊ก) ของเฟด ที่ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจระหว่างเดือน เม.ย.–กลางเดือน พ.ค. ยังขยายตัวได้เพียงเล็กน้อยไปจนถึงปานกลางเท่านั้น ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากภาคการก่อสร้างที่อยู่อาศัย การใช้จ่ายของผู้บริโภค และการจ้างงานที่ดีขึ้น โดยในการประเมินของเฟดทั้ง 12 สาขานั้น มีเพียงสาขาดัลลัสเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งแล้ว

เจนนิเฟอร์ ลี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากบริษัทหลักทรัพย์บีเอ็มโอ แคปิตอล มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า ผลประเมินดังกล่าวตอกย้ำว่าเศรษฐกิจของสหรัฐยังขยายตัวได้พอประมาณเท่านั้น ซึ่งยังไม่อาจวางใจได้ นอกจากนี้ความเห็นของเฟดข้างต้นยังเป็นการบ่งชี้ว่า เฟดยังไม่พอใจต่ออัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้า จนไม่สามารถลงมติชะลอการใช้คิวอีภายในเร็วๆ นี้

ยิ่งไปกว่านั้น การที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ของเฟดยังวิตกว่า การตัดลดงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลอาจฉุดให้กิจกรรมภาคการผลิตปรับตัวลดลงในอนาคต ยังช่วยเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้เฟดยังเดินหน้าโครงการซื้อคืนพันธบัตรมหาศาลต่อไป

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งได้ออกโรงเตือนว่า ไม่ว่าเฟดจะส่งสัญญาณเดินหน้าสานต่อคิวอีหรือไม่ สิ่งที่ทั่วโลกสมควรต้องทำคือ การเตรียมตัวรับมือแต่เนิ่นๆ เพราะแม้สถานการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐจะยังไม่แข็งแกร่งดีพอ แต่ก็ค่อยๆ กระเตื้องขึ้นจนพอจะทำให้เฟดเริ่มมีการพิจารณาลดการพึ่งพาคิวอีแล้วเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69