
ต้องโปร่งใส
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ขอพักยกจากเฟดกับกระดานหุ้น ที่ครองพื้นที่ข่าวทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องกันสักวันนะคะ ลองไปดูการประชุมสุดยอด จี8 ที่เบลฟัสต์ กันสักนิดค่ะ
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ขอพักยกจากเฟดกับกระดานหุ้น ที่ครองพื้นที่ข่าวทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องกันสักวันนะคะ ลองไปดูการประชุมสุดยอด จี8 ที่เบลฟัสต์ กันสักนิดค่ะ
ที่น่าสนใจก็เพราะว่าที่ประชุมนี้ไม่ได้คุยเรื่องเดิมๆ อย่างการหาวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่หลายคนเอียนเต็มที แต่ผู้นำทั้งแปดชาติจะหาทางออกใน 2 เรื่องหลักๆ คือ การล้อมคอกพวกชอบเลี่ยงภาษี และการสร้างความโปร่งใสในระบบธนาคารให้มากขึ้น
ท่านผู้อ่านคงยังไม่ลืมว่า เมื่อเดือนที่แล้วข่าวการเลี่ยงภาษีของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิลและกูเกิล เพิ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม ซึ่งบริษัทเหล่านี้ไม่ได้หนีภาษี แต่เลี่ยงที่จะจ่ายภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายระหว่างประเทศ ไปตั้งบริษัทลับในต่างแดน หรือไปจดทะเบียนในประเทศที่มีภาษีต่ำ
อังกฤษนั้นเพิ่งจะมีการเสนอกฎหมายใหม่เพิ่มความเข้มงวดป้องกันการใช้นอมินีในกลุ่มบริษัทเอกชน และเป็นที่คาดว่านายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน จะผลักดันให้ประเทศอื่นๆ ช่วยกันร่วมมืออุดช่องโหว่การเลี่ยงภาษีด้วยการแชร์ข้อมูลระหว่างกันให้มากขึ้น
ไม่ว่าจะทำไปเพราะต้องการลงดาบจริงๆ หรือเพราะต้องการลดแรงเสียดทานจากประชาชนคนธรรมดา ที่มักเป็นฝ่ายถูกกระทำก่อนจากการขึ้นภาษีหรือลดสวัสดิการต่างๆ ในยามที่ประเทศมีปัญหาเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่รัฐบาลประเทศพัฒนาแล้วจะทำเป็นตัวอย่างให้เห็น
ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในแวดวงเศรษฐกิจโลกในช่วงนี้ ยังไม่จบแค่เรื่องการเลี่ยงภาษีของบริษัท หรือการปกปิดข้อมูลของธนาคาร แต่ยังรวมไปถึงความพยายามปั่นดอกเบี้ยในตลาดการเงินโลกด้วย
จากที่เคยพบปัญหาปั่นอัตราดอกเบี้ยไลบอร์ หรือดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคารในอังกฤษเมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดมีการขยายผลพบว่าเทรดเดอร์จำนวนมากยังมีการปั่นในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ซึ่งกำลังจะมีการล้อมคอกและลงดาบตามมากันด้วย
ธนาคารกลางสิงคโปร์เพิ่งลงโทษธนาคาร 20 แห่งในประเทศ ให้เพิ่มสัดส่วนทุนสำรองในปีนี้ หลังจากที่พบเทรดเดอร์ 133 คน พยายามปั่นอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างธนาคาร
อาจฟังดูไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร แต่คงจำกันได้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 ที่ผ่านมา ก็มาจากปัญหาในตลาดการเงินที่ไร้ซึ่งการควบคุมจริงจัง และทำให้ประชาชนหลายล้านในหลายประเทศต้องเป็นผู้รับกรรม
คงไม่ดีแน่หากเราจะพยายามสร้างความโปร่งใสไร้การคอร์รัปชันกันแค่ในภาคการเมืองเท่านั้น







