
สังคมโพสต์ทูเดย์
ตอบทุกโจทย์ ลึกทุกมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม “โพสต์ทูเดย์” รายงานทุกวันทันทุกเหตุการณ์ ...
ตอบทุกโจทย์ ลึกทุกมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม “โพสต์ทูเดย์” รายงานทุกวันทันทุกเหตุการณ์ ...
... แย่งพื้นที่ข่าวและความสนใจของผู้คนในบ้านเมือง ไม่ขาดระยะตั้งแต่ความเสียหายกับเรื่อง “จำนำข้าว” ทั้งรัฐมนตรีปาหี่ทั้งหลาย ทั้งนายกฯ หัวหน้า ครม. “ตีกรรเชียง” ยังไม่พ้นเสียงระฆัง จากคดี “อุ้มหาย” เอกยุทธ ก็มาช่วยบรรเทาไปได้ ...
... ดูเหมือนเป็นคดีที่ตำรวจทำงานได้มี “ประสิทธิภาพ” มากถึงมากที่สุด “ชั่วพริบตา” สืบหา จับกุม และคลี่คลายการฆาตกรรมที่เหี้ยมโหดต่อ “เอกยุทธ อัญชันบุตร” เจ้าพ่อวงการหุ้นและผู้กุม “เรื่องลับ” ของคนสำคัญในบ้านเมือง คงต้องจารึกไว้เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของ “วงการสีกากี” เพราะไม่มีใคร “เชื่อถือ” กับปรากฏการณ์ การให้ข่าวการแสดงความเห็นของผู้เกี่ยวข้องกับ “ดรามา” ฆาตกรรม “ซ่อนเงื่อน” นี้เลย ช่างมีกรรมจริงๆ สำหรับภาพลักษณ์ตำรวจไทยกลุ่มที่เกี่ยวข้องนี้ ...
... ขนาดตำรวจด้วยกันเอง ระดับใหญ่ๆ หลายคนที่ยังมี “จิตสำนึก” ยังประสานเสียงเป็น“ท่วงทำนองเดียวกัน” ว่าเป็น “ประเพณี” ปกติของการ “ตัดตอน” เพื่อยุติเรื่องราวและบุคคล คราวนี้ก็ต้องมาฟังกระบวนการทำงานของคณะตำรวจชุดที่มี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ “ขวัญใจแม่พระ” ว่าจะทำให้สังคม “หายกังขา” ได้อย่างไร เพราะแค่บทเริ่มต้นของกระบวนการ “ไต่สวน”ที่ให้ผู้สื่อข่าว “กรรโชก” ข้อมูลจากปากคำของผู้ต้องสงสัยให้ดูว่าโปร่งใสจริงๆ หาใช่การใช้วิชาการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินการของคดี ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง เรียกว่า “เล่นคนละบท” ...
... ข้อสังเกตที่น่าสนใจเพราะ เอกยุทธ เหยื่อเคราะห์ร้ายรายนี้ นอกจาก “ร่ำรวยมหาศาล” ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทชัดเจนที่จะ “โค่นล้ม” เครือข่ายของอดีตนายกฯ ทักษิณ เป็น“จอมแฉ” และปากโป้ง ที่ทำให้สังคมได้รับรู้ “เบื้องลึก” ของการได้มา เล่นแร่ “แปรธาตุ” ทรัพย์สินของนักการเมืองและนักธุรกิจหลายๆ คน “ใครได้ใครเสีย” กับการเสียชีวิตของเขา ...
... แข่งกัน “เสื่อม” เพราะได้ผู้บริหารที่สังคม “กังขา” หน่วยงานอิสระ เกสตาโปเมืองไทย “ดีเอสไอ” ที่รับพิจารณาคดีความ “ทุกเรื่อง” ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ สามารถที่จะ “เนรมิต” สร้างผลงาน สืบเสาะ สืบค้น คดีเล็กใหญ่ ให้บรรลุเป็นผลงานสู่สาธารณะเนืองๆ แต่หากมองย้อนกลับไปดูภาพลักษณ์ของหน่วยงานดีเอสไอในขณะนี้ ผู้คนยังเชื่อมั่น “หลักการ” ของการก่อตั้งหน่วยงานนี้เต็มร้อย ...
... จากผลงานที่ดีเอสไอจับคดีใหญ่ และสำคัญเพื่อป้องกันอำนาจและอิทธิพลทางการเมือง มาวันนี้ ดีเอสไอจับคดี “มโนสาเร่”มาทำทุกเรื่อง ขอเพียงมีการ “ชง” มาจากฝ่ายการเมืองซ้ำร้ายยังมีกลไกและช่องว่างให้เกิดระบบ “ส่วย” ไม่ต่างอะไรกับองค์กรต้นแบบที่ทำกันมานานจนถึงปัจจุบันนี้ ขนาดแค่ “สินค้าลิขสิทธิ์” ยังมีคนไปเร่เก็บตามห้างสรรพสินค้าดังๆเป็นประจำ บอก “ส่งนาย” ...
... วันนี้ “คดีรถหรู” จำนวนหลายร้อยหลายพันคัน นำมาซึ่งการสอบสวนที่จะเป็น“มหากาพย์” ให้ดีเอสไอสละภารกิจสำคัญอื่นๆ เพื่อมุ่งหน้า “ซักฟอก” ให้ถูกต้อง ถึงขนาด รมต.ประชา พรหมนอกสั่งการให้ “กางมุ้ง ตั้งเต็นท์” ดูแลรถหรูประดุจลูก ที่รอการตรวจสอบจำนวนมาก เพราะเสนาบดีกระทรวงนี้ก็มีเป็นสิบคัน ยังจำได้ไหม เคยจอดเต็มลานเพื่อหนีน้ำท่วมครั้งใหญ่ ใครๆ ก็รู้กันทั้งกระทรวง ข้อเสนอของ “ชูวิทย์กมลวิศิษฎ์” ที่เสนอให้ตรวจสอบ “เส้นทาง” รถหรูของนักการเมืองทั้งรัฐสภา น่าสนใจว่ามีกี่คันที่ถูกต้องตามกฎหมาย ...
... นับจากนี้ไป ยุทธการ “ปล่อยผี” บรรดารถหรู รวมทั้งช่องโหว่ที่จะเกิดขึ้นในการเรียกรับ “ส่วยรถ” ด้วยเหตุผล “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” หรือเป็นปลายทางของเส้นทางรถเถื่อน หรือหาทางออก จะสรรหามาใช้เป็นเหตุผล ไม่เชื่อติดตามดู “ตอนจบ”







