
นรข.ตรวจยึดไม้พะยูงซุกกลางป่ากว่า3ล.
นรข.นครพนมตรวจยึดปิกอัพซุกไม้พะยูงกลางป่า รอการส่งนอกมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท
นรข.นครพนมตรวจยึดปิกอัพซุกไม้พะยูงกลางป่า รอการส่งนอกมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท
นายสุรเดช อัคราช ผู้อำนายสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 นครพนม พร้อมด้วย นายณัฐยศ ชัยชนะทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บ้านแพง จ.นครพนม ประสานงานร่วมกับ ร.อ. เดโชพล ป้องจันทร์ หัวหน้า.สถานีเรือหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง(นรข.) อ. บ้านแพง ร.อ.พิพัฒน์ เพียวิเศษ ผบ.ร้อยทหารพราน ชุดเฉพาะกิจที่ 2106 สังกัดกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี นำกำลังเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบการลักลอบค้าไม้พะยูง ภายหลังได้รับรายงานว่ามีการลักลอบน้ำไม้พะยูงมาพักรอการส่งออก บริเวณป่าเขต บ้านนายาง ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม
ทั้งนี้ภายหลังการตรวจสอบสามารถยึดรถยนต์กระบะ นิสสัน รุ่นนาวาร่า ทะเบียน บบ 4440 ประจวบคีรีขันธ์ ติดตั้งหลังคาทึบใส่กระบะ ตรวจสอบภายในพบ บรรทุกไม้พะยูง เต็มรถ ตรวจนับได้จำนวน 156 ท่อน ขนาดความยาวประมาณ 2 – 3 เมตร หน้ากว้างประมาณ 30 เซนติเมตร ปริมาตรรวมประมาณ 2.26 ลูกบาศก์เมตร แต่ไม่พบใครเป็นเจ้าของ เชื่อว่าขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ นำมาจอดซุกซ่อนไว้รอการขนส่งลงเรือข้ามไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน และใกล้กันยังพบท่อนซุงไม้พะยูงหวงห้าม ขนาดใหญ่ถูกตัดเป็นท่อน จำนวน 4 ท่อน ความ ยาว ประมาณ 2 -3 เมตร หน้ากว้างประมาณ 60 เซนติเมตร เชื่อว่าเป็นไม้พะยูงอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ตรวจวัดได้ปริมาตร ประมาณ 0.95 ลูกบาศก์เมตร จึงตรวจยึดทั้งหมดเป็นของกลางนำไปตรวจสอบ
นายสุรเดช ผู้อำนายสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 นครพนม กล่าวว่า จากการตรวจสอบไม้พะยูงทั้งหมด เชื่อว่า ขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ใช้วิธีลำเลียงมาซุกซ่อนไว้รอการส่งออก เนื่องจากเป็นพื้นที่ ใกล้กับริมแม่น้ำโขงง่ายต่อการขนส่งลงเรือ โดยจะได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานผู้ครองครองรถยนต์ สืบสวนติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยปัจจุบันปัญหาการลักลอบค้าไม้พะยูง ถือว่ามีความรุนแรงมากขึ้น หลังน้ำโขงเพิ่ม เพราะสะดวกในการขนส่งข้ามแม่น้ำโขง บวกกับมีการปราบปรามต่อเนื่อง ทำให้มีราคาซื้อขายเพิ่มขึ้นนับ 2 เท่า เป็นปัจจัยให้มีการพยายามลักลอบค้ามากขึ้น เพราะบทลงโทษทางกำหมายน้อย ทำให้ผู้ค้า ยอมเสี่ยงถูกจับกุม







