
ญาติโยมช็อก! พระมิตซูโอะ ลาสิกขา กลับญี่ปุ่น
กระแสข่าวการลาสิกขาของ พระมิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
กระแสข่าวการลาสิกขาของ พระมิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวันไม่มีความชัดเจนใดๆ ที่สามารถยืนยันได้ มีเพียงข่าวที่ระบุว่า พระมิตซูโอะได้ลาสิกขาบทในวันที่ 8 มิ.ย. ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ
กระทั่งช่วงบ่ายวันเดียวกัน แม่ชีพิณพรรณ เนียมมุณี วัดสุนันทวนาราม เปิดเผยว่า พระมิตซูโอะลาสิกขาแล้วตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. ที่วัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร และตอนนี้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นแล้ว
“ท่านเคยพูดกับญาติโยมว่า ท่านเป็นคนญี่ปุ่น หากมีโอกาสก็อยากจะกลับไปช่วยคนญี่ปุ่นบ้าง เพราะคนญี่ปุ่นขณะนี้ก็ยังมีคนที่ลำบาก และตัวท่านก็สุขภาพไม่ดี ป่วยเป็นโรคเบาหวานมา 2 ปีแล้ว” แม่ชีพิณพรรณ เปิดเผย
ล่าสุด คณะกรรมการมูลนิธิมายาโคตมี ได้ประชุมกันร่วม 1 ชั่วโมง และได้ยืนยันว่าพระมิตซูโอะลาสิกขาจริง
แม่บ้านประจำมูลนิธิมายาโคตมี เล่าว่า พระมิตซูโอะแวะเวียนมาที่มูลนิธิบ้าง และทุกครั้งที่มาท่านจะฉันน้อยมาก ฉันไม่ค่อยได้ และต้องควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดเพราะท่านป่วย บางครั้งฉันเฉพาะผักจานเล็กๆ ก็อิ่มแล้ว
สำหรับพระมิตซูโอะ เป็นพระภิกษุชาวญี่ปุ่น ที่คนไทยรู้จักและเลื่อมใสอย่างมาก ท่านบวชในนิกายเถรวาท คณะมหานิกาย และเป็นศิษย์รุ่นแรกของพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) โดยมีชื่อเดิมว่า “มิตซูโอะ ชิบาฮาชิ”
ท่านเกิดเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2494 สำเร็จการศึกษาในระดับไฮสคูล สาขาเคมี ณ เมืองโมะริโอะกะ จังหวัดอิวะเตะ หลังสำเร็จการศึกษาท่านได้เก็บเงินจำนวนหนึ่งและออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อแสวงหาความหมายของชีวิตตั้งแต่ปี 2514
พระมิตซูโอะเดินทางมายังประเทศไทย ภายหลังได้เดินทางแสวงหาธรรมะจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อินเดีย เนปาล อิหร่าน และทวีปยุโรป
ครั้งหนึ่ง พระมิตซูโอะตั้งใจจะเดินทางไปยังแอฟริกา แต่ได้เห็นพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่จึงระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าจนประจักษ์แก่ใจตัวเองว่า
“แท้จริงแล้วความสุขที่แท้จริงอยู่ที่จิตใจภายในตนเอง” ท่านจึงหยุดการแสวงหาจากภายนอก มาสู่การแสวงหาจากภายใน
ก่อนเข้ามาประเทศไทย พระมิตซูโอะได้ฝึกโยคะอยู่ในสำนักโยคีแห่งหนึ่งของประเทศอินเดีย ท่านพอใจที่จะเป็นโยคีตลอดชีวิต กระทั่งเกิดปัญหาขึ้นคือวีซ่าหมดอายุ เป็นเหตุให้ต้องเดินทางเข้ามาประเทศไทย ท่านจึงได้ศึกษาพุทธศาสนาและได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร
เมื่อท่านบรรพชาได้ 3 เดือน มีผู้แนะนำท่านให้ไปกราบหลวงพ่อชา สุภทฺโท ที่ จ.อุบลราชธานี และได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชาตั้งแต่บัดนั้น
จนวันที่ 14 มิ.ย. 2518 ท่านได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ และได้รับฉายาว่า “คเวสโก” หมายถึง “ผู้แสวงหาซึ่งฝั่ง” โดยมีหลวงพ่อชา สุภทฺโท เป็นพระอุปัชฌาย์รุ่นแรก
ปี 2533 สุนันท์ บุษสาย คหบดีชาวจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งประกอบกิจการเหมืองแร่ มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อหลวงพ่อชา สุภทฺโท จึงได้ถวายที่ดินป่าเสื่อมโทรมจำนวน 500 ไร่ เพื่อจัดตั้งวัด ซึ่งพระมิตซูโอะได้รับมอบหมายให้ไปบุกเบิก และก่อตั้งสำนักสงฆ์ “วัดป่าสุนันทวนาราม” อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี กระทั่งดำรงสถานะเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งนับเป็นสาขาที่ 117 ของวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
นอกจากนี้ ในปี 2533 พระมิตซูโอะยังเป็นผู้ริเริ่มมูลนิธิมายาโคตมี ที่ให้การช่วยเหลือด้านการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ที่ขาดโอกาสใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งของวัดหนองป่าพง ที่ท่านได้อุปสมบทมาก่อน
รวมเวลาบวชอยู่ในประเทศไทยทั้งสิ้น 48 พรรษา
ฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า เท่าที่ทราบเกี่ยวกับเรื่องการลาสิกขาบทของเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม เบื้องต้นมีสาเหตุมาจากท่านเป็นโรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคประจำตัวมานาน ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจทางสงฆ์ได้เป็นปกติ
นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ตกใจมาก เนื่องจากท่านมิตซูโอะได้บรรพชามานานหลายสิบปี ทำคุณประโยชน์ด้านพระพุทธศาสนามากมาย โดยเฉพาะการสอนและเผยแผ่การปฏิบัติธรรมที่มีความชัดเจน เข้าใจง่าย นอกจากนี้ท่านยังเขียนหนังสือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติธรรม ทำการกุศลต่อสาธารณะนำสิ่งของที่ได้รับการถวายมาไปบริจาคช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
“พอทราบข่าวว่าท่านสึก ก็ไม่อยากเชื่อ ช็อกไปเลย เพราะไม่คิดว่าท่านมิตซูโอะจะสึก แต่คนจะคลอดลูก พระจะสึก ห้ามกันไม่ได้ ถือเป็นเรื่องความพอใจของท่าน” นพรัตน์ กล่าว







