posttoday
โพลล์จี้รัฐทบทวนโครงการประชานิยม

โพลล์จี้รัฐทบทวนโครงการประชานิยม

09 มิถุนายน 2556

เอแบคโพลล์ ระบุประชาชน จี้รัฐบาลทบทวนโครงการประชานิยม เชื่อมือ ธปท.แก้ปม ศก. ค้านหน้ากากขาว-แดงเคลื่อนไหวกลัววุ่นวาย

เอแบคโพลล์ ระบุประชาชน จี้รัฐบาลทบทวนโครงการประชานิยม เชื่อมือ ธปท.แก้ปม ศก. ค้านหน้ากากขาว-แดงเคลื่อนไหวกลัววุ่นวาย

นายเทวินทร์ อินทรจำนงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่อง “เผือกร้อนทางการเมือง” กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทั่วไปใน 17 จังหวัดของประเทศ จากประชาชนในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรปราการ พะเยา เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ นครพนม สกลนคร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นครราชสีมา ชุมพร ตรัง และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 2,156 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 3-8 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา

ปรากฏการณ์เผือกร้อนทางการเมืองเป็นปรากฏการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ไม่ค่อยมีใครอยากจะเข้าไปเป็นเจ้าภาพในการแก้ไข คลี่คลายปัญหาสักเท่าไหร่นัก ส่งผลทำให้เกิดการ “โยนปัญหา” หรือ “ผลักปัญหา” ไปให้คนอื่นๆ เข้าคลี่คลาย ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายกรณี

กรณีที่แรก กลุ่มมวลชนที่ออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลในขณะนี้ (เช่น กลุ่มหน้ากากแดง หน้ากากขาว) พบว่า กลุ่มตัวอย่างประชาชนเกือบครึ่งหรือร้อยละ 47.6 ไม่เห็นด้วย กับการเคลื่อนไหว เพราะกลัวจะเกิดความวุ่นวายรุนแรงบานปลาย สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้สัญจรไปมา กระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 29.9 เห็นด้วย กับการเคลื่อนไหว เพราะเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ เป็นต้น และร้อยละ 22.5 ไม่มีความเห็น

กรณีที่สอง กลุ่มมวลชน (คนเสื้อแดง) ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้น เมื่อสอบถามความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญในสายตาของประชาชนปรากฏว่า ส่วนมากร้อยละ 57.8 ระบุว่า ยังคงเชื่อถือต่อศาลรัฐธรรมนูญอยู่ ในขณะที่ร้อยละ 19.6 ไม่เชื่อถือ และร้อยละ 22.6 ไม่มีความเห็นกรณีที่สาม ความขัดแย้งในกระทรวงสาธารณสุข (ระหว่างรัฐมนตรีกับแพทย์ชนบทและกลุ่มต่าง ๆ) พบว่า กลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่งคือร้อยละ 45.7 กังวลว่า ความขัดแย้งดังกล่าวอาจจะมีผลนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสาธารณสุข ที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 26.6 ไม่กังวล และร้อยละ 27.7 ไม่มีความเห็นในกรณีดังกล่าว

กรณีที่สี่ ปัญหาระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับรัฐบาล เมื่อสอบถามความน่าเชื่อถือระหว่างแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับแนวทางของรัฐบาล พบว่า กลุ่มตัวอย่างประชาชนมากกว่า 1 ใน 3 คือร้อยละ 37.7 เชื่อถือแนวทางของ ธปท.มากกว่า ร้อยละ 15.8 เชื่อถือแนวทางของรัฐบาลมากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 26.9 เชื่อถือทั้งสองฝ่ายพอๆ กัน และร้อยละ 19.6 ไม่มีความเห็น

กรณีที่ห้า ปัญหาการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 152/2554 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งศาลปกครองกลางได้พิพากษาสั่งให้เพิกถอนคำสั่งนายกรัฐมนตรีครั้งนั้น และต่อมานายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตั้งคณะทำงานศึกษาคำสั่งศาลปกครองดังกล่าว รวมทั้งมีข่าวความสงสัยว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ได้ฟังคำแนะนำของที่ปรึกษาด้านกฎหมายแล้วจะตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองกรณีการที่ถูกเพิกถอนคำสั่งหรือไม่

คณะผู้วิจัยได้สอบถามความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างประชาชนพบว่าเกือบ 1 ใน 3 คือร้อยละ 31.9 เห็นว่ารัฐบาล “ไม่ควร” ยื่นอุทธรณ์ ในขณะที่ร้อยละ 16.5 เห็นว่าควรยื่นอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 51.6 ไม่มีความเห็นในกรณีนี้

กรณีที่หก การที่มีนักวิชาการออกมาเตือนให้ทบทวนนโยบายประชานิยมของรัฐบาล กลุ่มตัวอย่างประชาชนส่วนมากหรือร้อยละ 56.8 เห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายประชานิยม (เช่น จำนำข้าว, 30 บาทรักษาทุกโรค, น้ำไฟฟรี, รถคันแรก, บ้านหลังแรก) ในขณะที่ร้อยละ 23.8 เห็นว่าไม่จำเป็นต้องทบทวน และร้อยละ 19.4 ไม่มีความเห็น

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69