posttoday

อายุวัฒนมงคล 88 ปี พระวิเทศธรรมรังษี ปูชนียบุคคล ของพระธรรมทูตและชาวไทยในสหรัฐ

09 มิถุนายน 2556

การประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐ วันที่ 7-8-9 มิ.ย. 2556 ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐ นั้น จะมีการทำบุญอายุวัฒนมงคล 88 ปี พระวิเทศธรรมรังษี

การประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐ วันที่ 7-8-9 มิ.ย. 2556 ณ วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐ นั้น จะมีการทำบุญอายุวัฒนมงคล 88 ปี พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) เจ้าอาวาสวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ปูชนียบุคคลของพระสงฆ์ที่เป็นพระธรรมทูตและชาวไทยในประเทศสหรัฐ ในวันที่ 9 มิ.ย. 2556

พระวิเทศธรรมรังษี เป็นพระเถระที่อยู่ในสหรัฐมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 อันเป็นยุคบุกเบิก เป็นปูชนียบุคคลของพระที่เป็นพระธรรมทูตและชาวไทย ชาวลาวที่มีถิ่นฐานพำนักในประเทศสหรัฐ

ท่านมีชื่อเดิมว่า พระมหาสุรศักดิ์ ฉายา ชีวานนฺโท นามสกุล ธรรมรัตน์ เกิดเมื่อวันอังคารที่ 9 มิ.ย. ตรงกับวันแรม 4 ค่ำ เดือน 7 ปีฉลู พ.ศ. 2468 ที่บ้านโพนงาม ต.บ้านค้อ อ.มุกดาหาร จ.นครพนม บิดาชื่อ จันทร์ มารดาชื่อ มุน นามสกุล สุขรี่ เป็นตระกูลชาวนา มีพี่น้อง 9 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 4

บรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2482 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (วิสาขบูชา) ที่วัดโพธิ์ไทร บ้านโพนงาม

อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมา วัดโพธิ์ศรีแก้ว เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2488 โดยพระอาจารย์ลุน เขมิโย เจ้าคณะกิ่งอำเภอคำชะอี เป็นพระอุปัชฌายะ มีฉายาว่า ชีวานนฺโท

ช่วงที่เป็นสามเณร 6 ปีนั้น ท่านเล่าเรียนหนังสือตามแบบและวิธีการแบบโบราณ ที่เรียกว่าต่อหนังสือ ถ้าหัวดี จำไวก็ไปเร็ว ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้เป็นของสามเณรน้อยรูปนี้อยู่แล้ว ประมาณ 56 เดือน ก็สามารถอ่านหนังสือธรรมได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว มีความรู้ความเข้าใจในหนังสือธรรมเป็นอย่างดี นอกจากจะอ่านได้ดีแล้ว ยังเขียนได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

ตามประวัตินั้น นอกจากเก่งด้านการอ่านหนังสือแล้ว ยังต่อสวดมนต์ได้ทั้งหมด จนพระอาจารย์ไม่มีอะไรจะต่อให้ ข้อพิเศษที่สุดก็คือ สามเณรสุรศักดิ์เรียนต่อสวดพระปาติโมกข์จบภายใน 17 วัน เป็นที่อัศจรรย์แก่บรรดาพระเณรทั้งหลาย เพราะไม่เคยมีพระเณรรูปไหนทำได้มาก่อนเช่นนี้

ในปี พ.ศ. 2486 ไปเรียนนักธรรมที่สำนักวัดโพธิ์ศรีแก้ว สอบนักธรรมชั้นตรีได้และได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งของนักเรียนทั้งหมด และในปีการศึกษา 2487 สอบนักธรรมชั้นโทได้ ไม่ได้เรียนนักธรรมชั้นเอกต่อ เพราะไม่มีครูสอน แต่ต้องเป็นครูสอนนักธรรมตรีช่วยสำนักเรียน

หลังจากอุปสมบท เมื่อปี พ.ศ. 2488 ได้เดินทางมาอยู่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาต่อ ใช้เวลา 45 ปี สอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 4 ประโยค

วัดมหาธาตุ คือ สำนักตักสิลา แต่ท่านก็ไม่มีโอกาสตักตวงมากกว่านี้ ทั้งๆ ที่มีความปรารถนา เพราะพระอุปัชฌายะขอร้องให้กลับสำนักเดิม เพื่อช่วยงานคณะสงฆ์ใน อ.คำชะอี ที่ขาดผู้มีความรู้ช่วยงาน ในตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอที่ท่านดำรงอยู่

กลับสู่มาตุภูมิ

ดังนั้น ในกลางปี พ.ศ. 2494 พระมหาสุรศักดิ์จึงกลับสำนักเดิม วัดโพธิ์ศรีแก้ว พระมหาสุรศักดิ์กลายเป็นพระมหาเปรียญรูปแรกในเขตอำเภอนี้ เพราะไม่เคยมีมาก่อน

ในเวลานั้นคณะสงฆ์ไทยบริหารตามพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2488 โดยแบ่งการปกครองเป็น 4 องค์การ คือ องค์การปกครอง องค์การศึกษา องค์การเผยแผ่ และองค์การสาธารณูปการ พระมหาสุรศักดิ์ที่เดินทางมาจากส่วนกลางต้องช่วยงานทุกองค์การ เพื่อให้งานคณะสงฆ์ งานพระศาสนาดำเนินไปด้วยดี

นอกจากงานในตำแหน่งต่างๆ แล้ว ก็ต้องทำหน้าที่เป็นครูสอนนักธรรมประจำสำนักเรียนวัดโพธิ์ศรีแก้ว ตั้งแต่นักธรรมชั้นตรี โท เอก และธรรมศึกษาด้วย

ในงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ก็มีผลงานที่น่าพอใจ มีคนสนใจเข้าวัดปฏิบัติและฟังธรรมมากเป็นประวัติการณ์ นับว่าเป็นยุคทองของพระศาสนาก็ว่าได้

ในการเจริญสมาธิภาวนา พระมหาสุรศักดิ์นอกจากเรียนด้วยตนเองเมื่ออยู่วัดมหาธาตุ ก็ได้เรียนจากพระอาจารย์ภัททันตะ วิลาสเถระ วัดดอน ยานนาวา จากหลวงพ่อสด (พระมงคลเทพมุนี) วัดปากน้ำภาษีเจริญ และจากพระอาจารย์สุข (พระภาวนาภิรามเถระ) วัดระฆังฯ และได้ศึกษาพระอภิธรรม จบ 9 ปริเฉท

ดังนั้น เมื่อกลับขึ้นมาประจำที่คำชะอี จึงส่งเสริมให้พระเณร อุบาสก อุบาสิกา ประชาชนชาวบ้านทั่วไป ให้สนใจในการเจริญสมาธิภาวนา ซึ่งเป็นนโยบายของหลวงพ่อพระพิมลธรรม (อาจ อาสภมหาเถร) สังฆมนตรีว่าการองค์การปกครองในขณะนั้น

ปี พ.ศ. 2507 พระมหาสุรศักดิ์ได้เข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่สำนักวิเวกอาศรม จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสำนักปฏิบัติวิปัสสนาโดยเฉพาะ มีพระอาจารย์ภัททันตะ อาสภเถระ เป็นพระวิปัสสนาจารย์ เรียนช่ำชองแล้ว พระอาจารย์ให้ศึกษาวิชาครูเพื่อเรียนรู้วิธีสอน วิธีสอบอารมณ์ต่อไป ท่านเรียนจนมีความรู้ความเข้าใจแนวการสอนและการสอบอารมณ์ ตลอดการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับโยคีผู้ปฏิบัติ

ต่อมาปี พ.ศ. 2509 ทางสำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดเขาแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ มาขอนิมนต์พระวิปัสสนาจารย์ไปสอนที่นั่น พระอาจารย์ภัททันตะจึงส่งพระมหาสุรศักดิ์ไปประจำสำนักวัดเขาแก้ว โดยไปฝากตัวเป็นศิษย์เจ้าอาวาส คือ หลวงพ่อกัน พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในช่วงนั้น

อยู่วัดเขาแก้ว 23 ปี ก็มีเหตุให้ต้องกลับไปช่วยงานท่านพระอาจารย์ภัททันตะ ที่วิเวกอาศรมอีก 2 ปี จากนั้นได้รับนิมนต์จากท่านพระครูวชิรธรรมโสภณ (หลวงพ่อศรีนวล) วัดวชิรธรรมสาธิต (วัดทุ่งสาธิต) พระโขนง กรุงเทพฯ ให้ไปสอนวิปัสสนากรรมฐานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 นอกจากสอนวิปัสสนา ก็ต้องรับงานเทศน์ งานสอนการอบรมอุบาสก อุบาสิกา ภายในวัดอีกต่างหาก

สนองงานพระศาสนาอยู่ที่วัดทุ่งสาธิต 5 ปีเศษ ก็ถึงจุดเปลี่ยน ในปลายปี พ.ศ. 2516 ช่วงเทศกาลทอดกฐิน ท่านหลวงพ่อศรีนวลได้ขอร้องให้ไปทอดกฐินแทนท่านที่วัดไทยลอสแองเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ซึ่งเป็นวัดไทยวัดแรกที่จัดตั้งมาเป็นเวลา 3 ปีเศษ โดยท่านหลวงพ่อศรีนวลเป็นกรรมการอยู่ด้วย และรับเป็นประธานการทอดกฐินฝ่ายบรรพชิต ฝ่ายทางราชการมี พล.อ.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธาน แต่ท่านเดินทางไม่ได้ พระมหาสุรศักดิ์จึงไปแทน

หลังจากทอดกฐินแล้ว พระอื่นเดินทางกลับไทย แต่พระมหาสุรศักดิ์ได้พักอยู่ที่วัดไทยลอสแองเจลิส ไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ เพื่อทัศนศึกษา และเกิดความคิดว่า ถ้ามีโอกาสมาทำงานด้านพระศาสนาในดินแดนส่วนนี้ บางทีอาจจะเป็นการเริ่มต้นให้อนุชนรุ่นต่อไป ได้สานงานพระศาสนาให้เจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคตก็ได้

จากเมืองไทยสู่อเมริกา

ก็พอดีในปี พ.ศ. 2517 นี้เอง พระมหาโสบิน โสปาโก หัวหน้าคณะสงฆ์วัดไทยลอสแองเจลิส ได้ทำหนังสือนิมนต์พระมหาสุรศักดิ์มาจัดตั้งวัดไทยที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตามคำนิมนต์ของทางคณะข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนทั่วไป ในเขต ดี.ซี. แมริแลนด์ เวอร์จิเนีย แต่พระครูวชิรธรรมโสภณ เจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมสาธิต ไม่อนุมัติ พระมหาโสบินพยายามขอตัวอีกครั้ง คราวนี้พระครูวชิรธรรมโสภณอนุมัติให้พระมหาสุรศักดิ์เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ประจำวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้

ดังนั้น ในต้นปี พ.ศ. 2518 ปลายเดือน ม.ค. พระมหาสุรศักดิ์ก็ได้ออกเดินทางจากวัดทุ่งสาธิตสู่สหรัฐ แวะลงที่วัดไทยลอสแองเจลิส พักอยู่ที่นั้นเป็นเวลาเกือบ 2 อาทิตย์ ในกลางเดือน ก.พ. ได้เดินทางต่อมาที่วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้อยู่ประจำปฏิบัติศาสนกิจตั้งแต่บัดนั้นถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 38 ปี ที่ยั่งยืนและเสถียรยิ่ง จึงเป็นปูชนียบุคคลของพระสงฆ์และชาวพุทธทั่วไปทั้งไทยและชาติอื่น

ท่านได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระราชาคณะที่พระวิเทศธรรมรังษี เมื่อปี พ.ศ. 2542

คติธรรมจากหลวงตาชี

คิดดี พูดดี ทำดี ทำให้ชีวี มีแต่ความสุข

คิดถูก พูดถูก ทำถูก เป็นการเพาะปลูก ชึ่งความร่มเย็น

คิดเป็น พูดเป็น ทำเป็น ทำให้ร่มเย็น ตลอดเวลา

คิดชอบ พูดชอบ ทำชอบ เป็นการประกอบ การงานรุ่งเรือง

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง