posttoday
วัดอัตราเสี่ยง 9 เดือนยุบสภา

วัดอัตราเสี่ยง 9 เดือนยุบสภา

16 เมษายน 2553

...พลเดช ปิ่นประทีป

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ย่อมทำให้ประเทศชาติเกิดความเสียหายมหาศาล และอาจก่อให้เกิดสภาพการที่เรียกว่าสงครามกลางเมืองขึ้นได้อีก เนื่องจากเวลานี้ผู้ชุมนุมก็ยังยืนหยัดที่จะชุมนุมไล่รัฐบาลต่อไป ในขณะที่รัฐบาลประกาศจะเดินหน้ารักษากฎหมายอย่างเข้มขึ้น

มาถึงขั้นนี้แล้ว กลัวไปก็เท่านั้น วิงวอนร้องขอก็เปล่าประโยชน์ สงครามกลางเมืองที่หวั่นเกรงกันมากจนเหมือนถูกสะกดจิตนั้นเล่า หากมันจะเกิดจริงใครที่ไหนจะห้ามได้

นักยุทธศาสตร์ที่มีประสบการณ์มวลชนเขารู้ดีว่า แกนความรู้สึกนึกคิดของพลังมวลชนคนเสื้อแดงที่ถูกระดมเข้ามารบแตกหักในแต่ละคราว ล้วนมีแรงบันดาลใจและความฮึกห้าวที่จะได้เข้าร่วมประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองที่ใหญ่มากตามที่แกนนำได้ปลูกฝังความคิดและปลุกระดมกันมาอย่างเป็นระบบ

ใครที่นั่งฟังแท็กซี่อย่างอดทนและครุ่นคิดสักหน่อยใครที่ติดตามสื่อกระบอกเสียงของเครือข่ายเสื้อแดงในหลายรูปแบบ หรือคนที่สัมผัสแนวคิดของขบวนการผ่านการปราศรัยของแกนนำทางความคิดทฤษฎีในโอกาสต่างๆ ย่อมทราบได้ว่า ถึงที่สุดแล้วเป้าหมายคือการปฏิวัติโค่นล้มเพื่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ในหลายคราวเขาพูดถึงขั้นจับชนชั้นผู้ปกครองแขวนคอกันแล้ว

ในประเทศเสรีประชาธิปไตยอย่างเรา คงไปห้ามความคิดกันไม่ได้ แต่การรู้เท่าทันและเฝ้าระวังป้องกันเชื้อก่อการร้ายเป็นสิ่งจำเป็น คิดได้ พูดคุยได้ แต่ถ้ากระทำผิดกฎหมายนั้นยอมไม่ได้ และต้องถูกจัดการ

อย่าประมาทฝีมือของคอมมิวนิสต์เก่านะครับ เขามีศาสตร์ มีศิลป์ และมีประสบการณ์ ขนาดกรรมกรชาวนาไม่ต้องมีความรู้ลุ่มลึกอะไรมาก ยังถูกปลูกฝังศรัทธาความเชื่อใน ลัทธิมาร์กเลนินเหมาเจ๋อตง ถึงขั้นลุกขึ้นจับอาวุธถวายชีวิตได้เลย

อย่าว่าแต่คนไทย แม้คนเยอรมันที่เฉลียวฉลาดนักก็ยังเคยถูกฮิตเลอร์ปลุกระดมจนยอมไปตายเพื่อหวังสร้างชาติตนให้ยิ่งใหญ่เป็นเจ้าโลกมาแล้ว

ขณะนี้ขบวนการเสื้อแดงเขามีกองทัพนักวิชาการที่ทำงานกันอย่างแข็งขัน ดังนั้นการปฏิวัติชนชั้นหรือการปฏิวัติประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องที่น่าหัวเราะแล้วครับ

ผมอยากเห็นรัฐบาลเปลี่ยนจากตั้งรับมาเป็นรุกให้มากขึ้นในทุกมาตรการ เพราะเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลรุก จะมีภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคมและพลังเงียบรุกตามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

1.เดินหน้ายุบสภาในเก้าเดือน

นี่ถือเป็นการรุกทางการเมืองที่สำคัญมากต้องขอบคุณกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่เปิดประเด็นนี้ขึ้นมาก่อน ข้อเสนอเงื่อนไขที่ท่านนายกฯ ยื่นกลับไปในกระบวนการเจรจา นับเป็นเงื่อนไขที่เป็นทางสายกลางที่มีเหตุมีผลรองรับ ผมเชื่อว่าพลังเงียบทั่วประเทศหนุนเต็มที่

กระบวนการเจรจาได้ผ่านไปแล้ว เรื่องนี้ไม่ควรมีการต่อรองเงื่อนเวลากันอีกรัฐบาลควรประกาศเป็นสัญญาประชาคม และเตรียมโรดแม็ปรองรับอย่างเป็นกิจลักษณะ

2.แก้ไขรัฐธรรมนูญหลังการเลือกตั้ง

การรีบร้อนแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้มีผลเสียมากกว่าผลดี เผลอๆ จะกลายเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการเลือกตั้งเสียด้วยซ้ำ ผมเชื่อว่าแม้กลุ่ม นปช. เองก็รับได้ต่อประเด็นนี้ กลุ่มพลังทางสังคมอื่นๆ อาจต่อต้านหากจะไปแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนักเลือกตั้งและทำกันอย่างลวกๆ

น่าจะนำประเด็นและสาระสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปใช้ในการรณรงค์เลือกตั้ง รวมทั้งทำการสำรวจความเห็นสาธารณะเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการแก้ไขครั้งใหญ่

นักการเมืองคนใด พรรคไหนจะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไร เอาไม่เอา, แก้ไม่แก้ จะได้ชัดกันไปเลย ประชาชนจะได้เลือกถูกตัว แพ้ชนะ ทุกฝ่ายจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ ผมเชื่อว่าวิธีนี้จะทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งดีขึ้นไปเอง

3.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อถอดสลักการปฏิวัติมวลชน

ปัญหาพื้นฐานของมวลชนคนเสื้อแดงเป็นเรื่องที่มีอยู่จริง มีมานานมาก และเป็นความยากลำบากของมวลชนรากหญ้าไม่ว่าจะสีใด

ปัญหาความยากจน ปัญหาระบบตำรวจ ปัญหาการเกษตร ปัญหาแรงงาน ปัญหาระบบราชการ ปัญหาการกระจายอำนาจ ฯลฯ

การตั้งกลไกขึ้นมาเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการปฏิรูประบบการจัดการของประเทศอย่างจริงจัง ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง โดยประชาชนรากหญ้ามีส่วนร่วม จะช่วยคลี่คลายความรู้สึกถูกทอดทิ้งได้

การออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อตั้งกลไกดำเนินการดังกล่าว มีตัวอย่างในสมัยท่านนายกฯ ชวน หลีกภัย ตั้งสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ ให้ศึกษาแล้ว

4.ป้องกันความรุนแรงในเชิงรุก

ในช่วง 9 เดือน ระหว่างเดินไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ ควรสนธิกำลังฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายรักษากฎหมาย ร่วมด้วยอาสาสมัครภาคพลเมืองหรือประชาสังคม ช่วยกันเฝ้าระวังติดตาม และดำเนินการต่อแกนนำมวลชน นักการเมือง หรือแนวร่วมที่มีพฤติกรรมใช้หรือสนับสนุนความรุนแรงอย่างเป็นระบบ โดยอำนวยความสะดวกให้ผู้ต้องหาได้รับความยุติธรรมและโปร่งใสอย่างถ้วนทั่ว

ใครเป็นใครในขบวนการเคลื่อนไหวช่วงที่ผ่านมา ได้เผยตัวเองเกือบหมดแล้ว หลักฐานก็หากันไม่ยาก ยุทธวิธีป้องกันแบบ “ชิงรุก” (Preemptive) น่าจะเป็นประโยชน์ครับ หากเปิดโอกาสให้อาสาสมัครภาคประชาชนมาช่วย เพราะเขารู้จักและชี้ตัวกันได้ถึงบ้านช่องเลยทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่