
หมดเวลาโกหก
สุภาษิตไทยที่ว่า ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก สามารถนำมาใช้กับรัฐบาลในช่วงนี้ได้อย่างเหมาะเจาะ เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งประสบกับวิกฤตศรัทธา หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จนเกิดความสับสน
สุภาษิตไทยที่ว่า ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก สามารถนำมาใช้กับรัฐบาลในช่วงนี้ได้อย่างเหมาะเจาะ เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งประสบกับวิกฤตศรัทธา หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตัวเลขการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชน ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จนเกิดความสับสน
ไม่กี่วันก็เกิดปัญหาการแจ้งตัวเลขการส่งออกผิดพลาด โดยกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า กรมศุลกากรทำตัวเลขผิดส่งมาให้ ทำให้การพยากรณ์เศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายการเงินผิดพลาดไปหมด
นี่ยังไม่นับรวมความกังขาในอีกหลายๆ เรื่อง เช่น ปัญหาเรื่องข้าวว่ารับจำนำมาแล้วระบายข้าวออกไปในปริมาณเท่าไหร่ และรัฐบาลจะต้องชดเชยการขาดทุนในฤดูการผลิต 2554/2555 เป็นเงินเท่าไหร่
ยังมีเรื่องการลงทุนน้ำ การใช้งบประมาณอย่างไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นข้อหาใหญ่ที่พรรคฝ่ายค้านได้ตั้งป้อมโยนระเบิดใส่รัฐบาลทั้งในสภาและนอกสภา แต่คำชี้แจงจากรัฐบาลที่แก้ข้อกล่าวหากลับไม่ชัดเจน รัฐบาลนี้ นับเป็นรัฐบาลที่คิดบวกอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมีการท้วงติงการดำเนินนโยบายของรัฐว่าไม่เหมาะสมจะสร้างปัญหาให้กับประเทศในระยะยาว แต่รัฐบาลก็ไม่สนใจทุกองคาพยพของรัฐบาลออกมาชี้แจงแต่เรื่องดีของการดำเนินนโยบายทั้งสิ้น
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ยอมรับว่ามีการโกหกสีขาว (White Lie) โดยให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการให้เกิดความแตกตื่น
ข้อมูลต่างๆ ที่รัฐบาลชี้แจงต่อประชาชนนั้น หลายเรื่องไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นความจริง มีความพยายามที่จะจับโกหก แต่รัฐบาลก็ยืนกรานว่าที่ชี้แจงนั้นถูกต้อง
วันนี้ผลของการโกหกสีขาว กำลังกลับมาเป็นหอกซัดกลับมาที่รัฐบาล เพราะเริ่มเกิดความไม่เชื่อมั่นในตัวผู้นำ ในคำพูดของรัฐมนตรีในรัฐบาล
การที่มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับเครดิตระดับโลก ระบุว่า อาจจะทบทวนเครดิตประเทศไทยลง เพราะตัวเลขความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล จะมีผลต่อการทำงบประมาณสมดุลในปี 2560 โดยมูดี้ส์มองว่าไม่มีทางเป็นไปได้
สิ่งที่มูดี้ส์สะท้อนออกมานั้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่เชื่อถือตัวเลขนี้ของรัฐบาล ที่กระทรวงการคลังแจ้งต่อมูดี้ส์ในการทบทวนอันดับเครดิตประจำปี
มูดีส์มองว่าหนี้ที่รัฐบาลจะต้องรับภาระ ซึ่งก็คือหนี้สาธารณะจะมีมากกว่าที่แจ้ง ดังนั้นจึงเกิดปัญหาที่รัฐบาลจะต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า หนี้ที่จะเกิดจากโครงการรับจำนำข้าวมีปริมาณเท่าไหร่แน่
เรื่องนี้รัฐบาลจะใช้วิธีนิ่งเฉยไม่ตอบ คงไม่ได้ เพราะมีอันดับเครดิตของประเทศเป็นตัวประกัน หากถูกลดอันดับเครดิตจะมีปัญหาต่อต้นทุนทางการเงินของประเทศทันที
ขณะนี้หมดเวลาที่จะโกหกสีขาวแล้ว การยอมรับความจริงเท่านั้น จะทำให้ประเทศไทยไปรอด







