
รวบสามีภรรยาซิ่งกระบะชูปืนขู่
ตำรวจกาญจน์ไล่จับสองสามีภรรยาซิ่งกระบะหนีนาน1ชม.ยึดปืนในรถได้ อ้างหนีเหตุทะเลาะวิวาทหลังเลิกผับ
ตำรวจกาญจน์ไล่จับสองสามีภรรยาซิ่งกระบะหนีนาน1ชม.ยึดปืนในรถได้ อ้างหนีเหตุทะเลาะวิวาทหลังเลิกผับ
เมื่อเวลา 01.03 น. วันที่ 4 มิ.ย. 56 พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองกาญจนบุรี ว่าพบรถยนต์กระบะยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียน ฒษ 1973 กทม. ขับหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และหญิงสาวที่มากับรถใช้อาวุธปืนชูข่มขู่
จึงสั่งการให้นำกำลังจับกุมได้ที่ถนนสายบายพาส ทราบชื่อต่อมาคือ นายอดิศร หรือเอ้ จันทบูรณ์ อายุ 30 ปี และนางสาวอรวรรณ จาบกัน อายุ 27 ปี เป็นสามีภรรยากัน
จากการตรวจค้นในกระเป๋าสะพายสีดำของนางสาวอรวรรณ พบอาวุธปืนพกสั้น ออโตเมติก ยี่ห้อ เบาเซอร์ ขนาด 9 มม.ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม.จำนวน 5 นัด อาวุธปืนพกสั้น ออโตเมติก ยี่ห้อ โคลท์ ขนาด .38 มม.พร้อมเครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 มม.จำนวน 21 นัด และจากการตรวจค้นนายอดิศร เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนพกสั้น ออโตเมติก ยี่ห้อ วอลเทอร์ ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน 3 นัด ภายในรถยังพบอุปกรณ์เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ กล้องถ่ายภาพนิ่ง และวีดีโอภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารแห่งหนึ่งมียอดเงินหมุนเวียนในการโอนเข้าออกบัญชีครั้งละกว่าแสนบาท
จากการสอบสวน นายอดิศร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับภรรยาได้ขับรถมาเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณถนนเลียบริมแม่น้ำ และเกิดมีเรื่องชกต่อยกับนักท่องเที่ยวด้วยกัน จนได้รับบาดเจ็บจึงขึ้นรถหลบหนี ส่วนอาวุธปืนที่พบไม่ได้หวังจะเอามาก่อเหตุร้าย และปืนทั้งหมดเป็นปืนที่รับจำนำมาจากบ่อนการพนันแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี นอกจากรับจำนำปืน ยังมีอาชีพปล่อยเงินกู้ตามบ่อนใน จ.สุพรรณบุรี ด้วย ยอมรับว่าได้เสพยาไอซ์เข้าไป แต่ไม่ได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่ใคร
ด้าน พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ กล่าวว่า ถึงแม้ นายอดิศร และนางสาวอรวรรณ ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เอาปืนไปข่มขู่ใครก็ตาม แต่หลักฐานที่ค้นพบมีทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ และซองเปล่าที่ใช้สำหรับบรรจุยาไอซ์ และภายในซองยังมียาไอซ์เหลืออยู่ และนายอดิศร ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเสพยาไอซ์จริง
ส่วนนางสาวอรวรรณ ยังให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้เสพยาไอซ์เข้าไป แต่ทั้งสองจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณในยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาต เสพขับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) และหลบหนีการจับกุมของเข้าหน้าที่
สำหรับอาวุธปืนที่พบจะนำไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ว่า เคยนำไปก่อเหตุร้ายที่ใดมาก่อนหรือไม่ อีกทั้งยังพบว่าเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้คิดดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนดอีกด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง







