
อาทิตย์อุทัยเร็วที่สุด
ราววันที่ 21 มิ.ย.ของทุกปี ตรงกับครีษมายัน ซึ่งโดยทั่วไปจะหมายถึงวันที่กลางวันยาวนานกว่าเวลากลางคืนมากที่สุด
ราววันที่ 21 มิ.ย.ของทุกปี ตรงกับครีษมายัน ซึ่งโดยทั่วไปจะหมายถึงวันที่กลางวันยาวนานกว่าเวลากลางคืนมากที่สุด สำหรับประเทศในซีกโลกเหนือ แต่ช่วงเวลาสองสัปดาห์นับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนถึงสัปดาห์นี้ เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นเหนือขอบฟ้าเร็วที่สุดในรอบปีสำหรับประเทศไทย เหตุใดวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วที่สุด จึงมาก่อนวันที่กลางวันยาวนานที่สุด
เวลาดวงอาทิตย์ขึ้นตกในรอบปีมีการเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากแกนหมุนของโลกเอียงทำมุมประมาณ 23.4 องศา กับแนวตั้งฉากกับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ อีกปัจจัยหนึ่งคือวงโคจรที่เป็นวงรีรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งทำให้ความเร็วของโลกมีค่าไม่คงที่
ความเอียงของแกนหมุนทำให้ช่วงเวลากลางวันกับช่วงเวลากลางคืนมีการเปลี่ยนแปลง หากโลกไม่มีบรรยากาศและดวงอาทิตย์เป็นจุดระยะเวลากลางวันกลางคืนจะยาวนานเท่ากันในราววันที่ 21 มี.ค.และ 23 ก.ย.ของทุกปี การหักเหของแสงในบรรยากาศโลกและดวงอาทิตย์ที่มีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดครึ่งองศา ทำให้บริเวณประเทศไทยมีกลางวันกลางคืนยาวนานเท่ากันในราวต้นเดือน มี.ค.และต้นเดือน ต.ค.
ซีกโลกเหนือมีช่วงเวลากลางวัน (นับจากดวงอาทิตย์ขึ้นถึงดวงอาทิตย์ตก) ยาวนานที่สุดในราววันที่ 21 มิ.ย. และสั้นที่สุดในราววันที่ 22 ธ.ค.ของทุกปี ซึ่งนั่นอาจทำให้เราเข้าใจว่าปลายเดือน มิ.ย.น่าจะเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วที่สุด และปลายเดือน ธ.ค.น่าจะเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นช้าที่สุด แต่ความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น
นาฬิกาที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน กำหนดให้ 1 วัน มี 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของวันตลอดทั้งปี ความยาวนานของวันเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์จริง คือนับจากเที่ยงวันหนึ่งถึงเที่ยงวันถัดไป มีการเปลี่ยนแปลงไปในรอบปี ไม่ใช่ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นผลจากความเร็วของโลกที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อใกล้ดวงอาทิตย์ และช้าลงเล็กน้อยเมื่ออยู่ไกลจากดวงอาทิตย์ รวมทั้งการที่แกนหมุนของโลกเอียง (แต่อัตราการหมุนของโลก เมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างไกลออกไป มีค่าเกือบคงที่)
เราเรียกเวลาที่ดวงอาทิตย์ผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าว่าเวลาเที่ยงปรากฏ (Apparent Noon) ซึ่งไม่จำเป็นต้องตรงกับเวลาเที่ยงวันตามนาฬิกาเสมอไป บางช่วงของปีดวงอาทิตย์จะผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าก่อนเที่ยงตามนาฬิกา บางช่วงก็หลังเที่ยงตามนาฬิกา
ประเทศไทยใช้เขตเวลาตามลองจิจูด 105 องศาตะวันออก หรือเร็วกว่าเวลาสากล 7 ชั่วโมง การที่กรุงเทพฯ อยู่ทางตะวันตกของลองจิจูดดังกล่าวเกือบ 5 องศา ซึ่งใกล้เคียงกับเวลาที่โลกหมุนไปเกือบ 20 นาที ทำให้เที่ยงปรากฏเกิดขึ้นหลังนาฬิกาบอกเวลา 12.00 น. เสมอ
เวลาดวงอาทิตย์ขึ้นตก และช่วงเวลากลางวันกลางคืน ที่น่าสนใจตลอดปีมีดังต่อไปนี้
ครึ่งหลังของเดือน ม.ค. กรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้าที่สุดในเวลา 06.46 น. จากนั้นวันที่ 11-12 มี.ค. 2556 เป็นวันที่กรุงเทพฯ มีกลางวันเท่ากับกลางคืน ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.28 น. เกิดเที่ยงปรากฏเวลา 12.28 น. และดวงอาทิตย์ตกเวลา 18.28 น.
ปลายเดือน พ.ค.ถึงต้นเดือน มิ.ย. กรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วที่สุดในเวลา 05.49 น. เราจึงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าท้องฟ้าสว่างเร็ว วันที่ 2 มิ.ย. 2556 เที่ยงปรากฏเกิดในเวลา 12.16 น. และดวงอาทิตย์ตกเวลา 18.43 น. ช่วงเวลากลางวันจึงยาวนาน 12 ชั่วโมง 54 นาที
ปลายเดือน มิ.ย. กรุงเทพฯ มีกลางวันยาวนานที่สุด วันที่ 21 มิ.ย. 2556 ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.52 น. เที่ยงปรากฏเวลา 12.20 น. และดวงอาทิตย์ตกเวลา 18.48 น. ช่วงเวลากลางวันจึงยาวนาน 12 ชั่วโมง 56 นาที ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่าวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นเร็วที่สุดอยู่เล็กน้อย
ครึ่งแรกของเดือน ก.ค. กรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์จะตกช้าที่สุดในเวลา 18.50 น. จากนั้นวันที่ 2 ต.ค. 2556 เป็นวันที่กรุงเทพฯ มีกลางวันเท่ากับกลางคืนเป็นครั้งที่ 2 ของปี ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.07 น. เที่ยงปรากฏเวลา 12.07 น. และดวงอาทิตย์ตกเวลา 18.07 น.
ครึ่งหลังของเดือน พ.ย.เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ตกเร็วที่สุด กรุงเทพฯ ดวงอาทิตย์ตกเวลา 17.47 น. จากนั้นปลายเดือน ธ.ค.ถึงต้นเดือน ม.ค. กรุงเทพฯ มีกลางวันสั้นที่สุด วันที่ 22 ธ.ค. 2556 ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.37 น. เที่ยงปรากฏเวลา 12.16 น. และดวงอาทิตย์ตกเวลา 17.56 น. ช่วงเวลากลางวันจึงยาวนาน 11 ชั่วโมง 19 นาที
ลำดับเหตุการณ์ข้างต้นนี้จะเกิดขึ้นเหมือนกันในทุกๆ ปี อาจมีการคลาดเคลื่อนไปจากนี้ได้บ้างเล็กน้อย ในแง่ของวันหรือเวลา แต่โดยทั่วไปจะสามารถใช้ได้สำหรับทุกปี
ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (2-9 มิ.ย.)
ท้องฟ้าเวลาพลบค่ำหลังดวงอาทิตย์ตกมีดาวพุธ ดาวศุกร์ และดาวพฤหัสบดี เรียงกันจากบนลงล่างอยู่เหนือขอบฟ้าทิศตะวันตก หากไม่มีเมฆรบกวน ช่วงนี้เป็นช่วงที่สามารถสังเกตดาวพุธได้ง่าย เนื่องจากดาวพุธกำลังทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้น ดาวศุกร์อยู่ต่ำลงมา ต้นสัปดาห์อยู่ตรงกลางระหว่างดาวพุธกับดาวพฤหัสบดี
ดาวพฤหัสบดีเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น ปลายสัปดาห์จะเริ่มสังเกตได้ยาก ดาวพฤหัสบดีจะอ้อมหลังดวงอาทิตย์ในวันที่ 19 มิ.ย. ก่อนจะย้ายไปอยู่บนท้องฟ้าเวลาเช้ามืดราวกลางเดือน ก.ค. ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว เริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ท้องฟ้ามืดลงในเวลาหัวค่ำ ดาวเสาร์ผ่านจุดสูงสุดบนท้องฟ้าทิศใต้ที่มุมเงย 6070 องศา ในเวลา 3 ทุ่มครึ่ง แล้วตกลับขอบฟ้าราวตี 3 ครึ่ง
ดาวอังคารอยู่ในกลุ่มดาววัวปลายสัปดาห์ ดาวอังคารเริ่มทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากขึ้นจนอาจสังเกตได้เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด แต่ยังสังเกตได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากอยู่ใกล้ขอบฟ้า
สัปดาห์นี้เข้าสู่ครึ่งหลังของข้างแรม จึงเห็นดวงจันทร์เป็นเสี้ยวบนท้องฟ้าเวลาเช้ามืด มีส่วนสว่างลดลงทุกวัน จันทร์เสี้ยวอยู่ใกล้ดาวอังคารและกระจุกดาวลูกไก่ในเช้ามืดวันที่ 7 มิ.ย. จากนั้นจันทร์ดับในวันที่ 8 มิ.ย.
ค่ำวันพุธที่ 5 มิ.ย. สถานีอวกาศนานาชาติจะผ่านเหนือประเทศไทย เห็นเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียง เริ่มเห็นสถานีอวกาศใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 19.15 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางขวา ผ่านจุดสูงสุดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 19.18 น. ที่มุมเงย 70 องศา แล้วเคลื่อนต่ำลง สิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 19.22 น.
เช้ามืดวันเสาร์ที่ 8 มิ.ย. กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียง เริ่มเห็นสถานีอวกาศนานาชาติใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 05.07 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางซ้าย ผ่านจุดสูงสุดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 05.10 น. ที่มุมเงย 35 องศา แล้วเคลื่อนต่ำลง สิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศใต้ในเวลา 05.13 น.
ก่อนเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียง เริ่มเห็นสถานีอวกาศนานาชาติขณะออกจากเงามืดของโลกทางทิศตะวันตกในเวลา 04.20 น. ที่มุมเงย 70 องศา จากนั้นผ่านเหนือศีรษะ แล้วเคลื่อนต่ำลง สิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงใต้ในเวลา 04.24 น.







