posttoday
กำลังซื้อทรุดทำศก.หดเหตุผลที่สวนความจริง

กำลังซื้อทรุดทำศก.หดเหตุผลที่สวนความจริง

24 พฤษภาคม 2556

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สรุปตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรก ปี 2556

โดย...บากบั่น บุญเลิศ/เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง


สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สรุปตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรก ปี 2556 ขยายตัวได้ 5.3% น้อยกว่าที่ประมาณการไว้มาก จนต้องลดการขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปีอยู่ที่ 4.2-5.2% ต่อปี จากเป้าเดิม 4.5-5.5% ต่อปี

สศช.ระบุสาเหตุสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโค้งแรกของปีขยายตัวได้น้อยจนน่าใจหาย ทั้งที่เทียบกับฐานการขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาสแรกปีที่แล้วที่ 0.4% มาจากการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ลดลงเป็นสำคัญ

ในรายงานเศรษฐกิจไตรมาสแรกของ สศช.ระบุว่า การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคของครัวเรือนขยายตัวได้ 4.2% ชะลอลงจาก 12.4% ในไตรมาส 4 ปีก่อนหน้า แต่ก็ยังขยายตัวได้สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขยายตัว 2.9% โดยสินค้าคงทนประเภทยานยนต์ยังคงขยายตัวสูง รวมทั้งหมวดสินค้ากึ่งคงทนที่ยังขยายตัว ส่วนสินค้าไม่คงทนและบริการหดตัวลง

นอกจากนี้ รายงานยังขยายความว่า ปัจจัยสนับสนุนการใช้จ่ายของครัวเรือนในไตรมาสนี้ มีทั้งการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ อัตราการว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อทรงตัว รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างอัตราภาษีเงินได้ของกรมสรรพากรได้ส่งผลต่ออำนาจซื้อของประชาชนสูงขึ้น

ซึ่งหากดูจากมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก สะท้อนจากค่าใช้จ่ายในสินค้าคงทนในไตรมาสนี้ที่ขยายตัว 43.6% โดยปริมาณการจําหน่ายรถยนต์นั่งขยายตัวในเกณฑ์สูงที่ 121.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนตามการเร่งส่งมอบรถยนต์คันแรก การเร่งทําการตลาดของผู้ประกอบการ และฐานการขยายตัวที่ต่ำในไตรมาสแรกของปี 2555

สศช.ระบุในรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น เป็นระดับ 73.8 จากระดับ 69.4 ในไตรมาสก่อนหน้า เป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 5 ไตรมาส และเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 6 ปี แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้ประชาชนยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย โดยปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลง ส่งผลให้การใช้จ่ายของครัวเรือนโดยรวมชะลอตัวจากไตรมาสที่แล้ว

เมื่อพิเคราะห์รายงายของ สศช.ในส่วนของการบริโภคภาคเอกชน จะเห็นว่าภาพรวมมีหลายปัจจัยบวกที่สนับสนุนการขยายตัว ซึ่งทำให้หลายฝ่ายแปลกประหลาดใจที่ตัวเลขในส่วนนี้จะออกค่อนข้างต่ำอย่างที่ไม่ควรเป็น

ถ้าพิจารณาแล้ว มีเพียงปัจจัยลบเรื่องความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ในรายงานของ สศช.ก็ระบุเองว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นเหตุที่ดูขัดแย้งกันเอง และไม่น่าทำให้ตัวเลขการขยายตัวการบริโภคขยายตัวได้ต่ำอย่างน่าฉงน

ที่สำคัญ สศช.ให้เหตุผลว่า โดยปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลง ก็ดูไม่มีน้ำหนักเพียงพอทำให้ตัวเลขการบริโภคขยายตัวได้ต่ำ เพราะการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเป็นส่วนหนึ่งของการบริโภคภาคเอกชนเท่านั้น และการบริโภคส่วนใหญ่ของภาคเอกชนเกิดจากการไม่ได้ใช้ผ่านบัตรเครดิต

แม้แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนของ สศช.ต่ำและแตกต่างจากที่ ธปท.ประมาณการไว้มาก เหตุที่ ธปท.ตั้งข้อสงสัยเช่นนั้น เพราะจากตัวเลขเศรษฐกิจของ ธปท.ระบุชัดว่า การก่อหนี้ภาคครัวเรือนมีสูงขึ้นจนน่าเป็นห่วง ซึ่งการก่อหนี้มีทั้งจากนโยบายรัฐบาลรถคันแรก และการใช้จ่ายบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล

นอกจากนี้ ข้อมูลของ ธปท.ยังพบว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวสูงจนน่าเป็นห่วง และควรมีการออกมาตรการควบคุมสินเชื่อของสถาบันการเงินในการปล่อยกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อลดความร้อนแรงและป้องกันการเกิดฟองสบู่

เมื่อพิจารณาข้อมูลของ ธปท.ก็จะเห็นว่าค่อนข้างตรงข้ามกับความเห็นของ สศช.ที่ระบุว่าการบริโภคหดตัวทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ลดลง ขณะที่ ธปท.เห็นว่าการบริโภคภาคเอกชนมีความร้อนแรงจนอาจจะเป็นปัญหาเสถียรภาพทางด้านเศรษฐกิจ

ขณะที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ออกมาค้าน ธปท. ว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังไม่มีสัญญาณฟองสบู่ เพราะการก่อสร้างที่ขยายตัวเกิดจากความต้องการซื้อบ้านจริง ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าการบริโภคของภาคเอกชนยังน่าขยายตัวได้ดี ไม่น่าจะซบเซาอย่างที่ สศช.ทำรายงานออกมา

ยิ่งล่าสุด กิตติรัตน์ ไปกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “The Roadmap to Real Opportunities for Thailand and ASEAN” ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยชี้ให้เห็นถึงเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวต่อเนื่องในไตรมาสแรกของปี 2556 อยู่ที่ 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อันเป็นผลจากการบริโภคและการลงทุนที่ขยายตัวได้ดี ทั้งนี้นโยบายภาครัฐ เช่น การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ นโยบายรถคันแรก นโยบายจำนำข้าว ได้มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ

จากข้อมูลที่ กิตติรัตน์ ระบุ ยิ่งทำให้เกิดคำถามคาใจขึ้นอีกว่า สุดท้ายเศรษฐกิจขยายตัวได้ดีหรือชะลอตัวลดลงตามที่ สศช.ลดการตั้งเป้าเศรษฐกิจปีนี้ให้ต่ำลง

หรือแม้แต่ตัวเลขฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 1.1 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 1.54 แสนล้านบาท หรือ 16.3% ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากภาษีสรรพสามิตรถยนต์ และการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงเศรษฐกิจภายในประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องและผลจากโครงการรถยนต์ใหม่คันแรก

ขณะที่ข้อมูลของกระทรวงการคลัง แสดงให้เห็นว่าการบริโภคภาคเอกชนที่ผ่านมายังขยายตัวได้สูง ขัดแย้งกับความเห็นของ สศช.ที่บอกว่าการบริโภคเป็นต้นเหตุทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจลดลง

เมื่อเทียบตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนของ สศช. กับภาคส่วนต่างๆ ทำให้เห็นว่าตัวเลขที่ออกมาสวนทางกับความจริง ทำให้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทยในวันนี้

ทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือของตัวเลขทางเศรษฐกิจของหน่วยงานที่เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ และความน่าเชื่อถือขององค์กรเศรษฐกิจในการดูแลเศรษฐกิจของประเทศให้ขับเคลื่อนสอดคล้องกับความเป็นจริงและในทิศทางที่ควรเป็น เพื่อให้ได้รับความเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนมากที่สุด

มิใช่นำองค์กรไปเป็นเครื่องมือสนองตอบต่อฝ่ายการเมืองจนองค์กรต้องอ่อนแอลง

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69