
ไม่เท่าเทียม
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายลูกคนเดียวของจีน โดยเตือนว่าไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างคนรวยกับคนจนในประเทศแล้ว ทว่านโยบายดังกล่าวยังเสี่ยงจุดชนวนวิกฤตสังคมอีกด้วย
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายลูกคนเดียวของจีน โดยเตือนว่าไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างคนรวยกับคนจนในประเทศแล้ว ทว่านโยบายดังกล่าวยังเสี่ยงจุดชนวนวิกฤตสังคมอีกด้วย
รายงานระบุว่า สำหรับคนรวยในจีน การมีลูกมาก กว่า 1 คน ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะคนกลุ่มนี้มีเงินจ่ายค่าปรับ ซึ่งทางการจะคำนวณจากรายได้ต่อปีของครัวเรือน โดยบางทีนั้นค่าปรับสูงถึง 10 เท่าของรายได้ ทว่าสำหรับผู้หญิงที่ไม่มีเงินเสียค่าปรับเสี่ยงถูกบังคับให้ทำแท้ง หรือไม่ก็ต้องหนีไปคลอดลูกที่อื่น
“นโยบายลูกคนเดียวทำให้ผู้หญิงจีนถูกมองเป็นเพียงวัตถุ และแม่พันธุ์ที่มีหน้าที่เดียวคือการให้กำเนิด ซึ่งถือเป็นการลิดรอนสิทธิผู้หญิงอย่างรุนแรง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จีนจะมีอัตราผู้หญิงฆ่าตัวตายสูงที่สุดในโลก” สื่อชื่อดัง ระบุ
นอกจากนี้ นิวยอร์ก ไทมส์ ยังย้ำชัดว่า หากจีนตัดสินใจยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวในวันนี้ คนจีนส่วนใหญ่คงไม่แห่มีลูก เนื่องจากการขยายตัวของชนชั้นกลาง ประกอบกับรายได้ที่สูงขึ้นของประชาชนล้วนแต่เป็นปัจจัยที่หนุนให้ผู้คนมีบุตรน้อยลงอยู่แล้ว และแม้ที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามผ่อนกฎลงบ้าง ทว่านักวิเคราะห์ก็เตือนว่าการยกเลิกกฎทั้งหมดทีเดียวถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากยังคงมีเจ้าหน้าที่หลายคนที่ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะในส่วนของการเก็บค่าปรับเข้ากระเป๋าตัวเอง
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งภายหลังจางอี้โหมว ผู้กำกับชื่อดังจากแดนมังกรถูกทางการสอบหลังมีข่าวว่าเจ้าตัวแอบมีลูกมากถึง 7 คน







