
เตะฝุ่นน้อย แข่งขันสูง
หลังจากขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทผ่านมาแล้วระยะหนึ่ง มาดูกันว่าภาพรวมตลาดแรงงานของไทยเป็นอย่างไรกันบ้าง
โดย...วิทยา ปะระมะ
หลังจากขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทผ่านมาแล้วระยะหนึ่ง มาดูกันว่าภาพรวมตลาดแรงงานของไทยเป็นอย่างไรกันบ้าง
ล่าสุด สำนักเศรษฐกิจการแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยรายงานสถานการณ์และการเตือนภัยด้านแรงงานไตรมาสแรกของปีนี้ สรุปได้ว่า โดยรวมแล้วเรามีประชากรที่อยู่ในวัยทำงาน หรืออายุ 15 ปีขึ้นไป 54.83 ล้านคน และเป็นกำลังแรงงาน 39.34 ล้านคน
กล่าวคือทุกๆ 100 คน จะเป็นคนที่มีงานทำ 7172 คน เป็นคนที่อยู่ในระบบประกันสังคม 1718 คน และทำงานไม่เต็มเวลา หรือทำไม่ถึง 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 1415 คน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการซึ่งทำงานเป็นกะ ส่วนที่เหลืออีก 2829 คน เป็นผู้ทำงานบ้าน เรียนหนังสือ เด็ก คนชรา และคนที่ไม่สามารถทำงานได้
ทั้งนี้ เมื่อเทียบจำนวนคนที่มีงานทำกับไตรมาส 4 ปี 2555 มีคนทำงานน้อยลง 1.5 คน
อุดมศึกษาภาคใต้แชมป์ว่างงาน
ขณะเดียวกันในจำนวนกำลังแรงงาน 39.34 ล้านคน ทุกๆ 100 คน จะมีอัตราส่วนคนว่างงานไม่ถึง 1 คน คิดเป็น 0.62% หรือประมาณ 2.5 แสนคน เพิ่มขึ้นจากปลายปีก่อนซึ่งมีสัดส่วนที่ 0.47% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน้อยมาก แต่ที่น่าสนใจคือในจำนวนคนว่างงานทุกๆ 100 คน จะเป็นคนที่จบอุดมศึกษาถึง 46 คน รองลงมา คือ ชั้น ม.ต้น และประถมศึกษาอย่างละ 1819 คน ชั้น ม.ปลาย 1415 คน จบต่ำกว่าประถมศึกษา 12 คน คนไม่มีการศึกษาว่างงานไม่ถึง 1 คน
นอกจากนี้ หากจำแนกตามภูมิภาค พบว่า ภาคใต้มีอัตราการว่างงานสูงสุด คือ 0.8% รองลงมา คือ ภาคอีสาน 0.7% กรุงเทพมหานคร (กทม.) 0.6% ภาคกลาง 0.6% และภาคเหนือว่างงานต่ำสุด คือ 0.2%
ทั้งนี้ หากดูตัวเลขผู้ที่มีงานทำทั้งหมด ทุกๆ 100 คน จะอยู่ในภาคการเกษตรเสีย 3536 คน ภาคการค้าและบริการ 3839 คน และภาคอุตสาหกรรม 1516 คน ทำงานในภาครัฐ 45 คน และภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ 56 คน
เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ คนงานในภาคเกษตรลดลง 1314 คน เมื่อเทียบกับปลายปีก่อน โดยไหลไปทำงานอยู่ในภาคบริการและอุตสาหกรรมแทน ขณะเดียวกันเมื่อแยกรายอาชีพ 5 อาชีพที่มีคนทำงานมากที่สุด พบว่าทุกๆ 100 คน จะทำงานด้านการเกษตรและประมง 31 คน เป็นพนักงานบริการและพนักงานร้านค้า 19 คน อาชีพด้านการขาย 1213 คน ผู้ปฏิบัติงานด้านธุรกิจการค้า 12 คน และผู้ปฏิบัติการโรงงาน 910 คน
อย่างไรก็ตาม หากไม่นับคนที่ทำงานด้านการเกษตร 5 อาชีพแรกที่คนทำมากที่สุด ทุกๆ 100 คน จะทำงานขายส่ง ขายปลีก ซ่อมยานยนต์ถึง 2425 คน ทำงานด้านการผลิต 2425 คน ก่อสร้าง 11 คน โรงแรม 10 คน และรับราชการ 67 คน
อีสานแข่งขันหางานสูงสุด
หันมาดูโอกาสในการทำงานกันบ้าง 3 เดือนแรกของปีนี้มีตำแหน่งงานว่างทั้งสิ้น 2.74 แสนอัตรา แต่มีผู้มาสมัครถึง 3.28 แสนคน ในทางกลับกันตัวเลขผู้ได้รับการบรรจุงานมีเพียง 1.72 แสนคน คิดเป็นสัดส่วน คืองาน 100 อัตรา มีคนมาสมัคร 120 คน แต่ได้รับการบรรจุ 63 คนเท่านั้น และหากใครอยากได้งานทำโดยเร็วคงต้องเดินทางเข้ามาใน กทม. เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการบรรจุงานสูงสุดถึง 9495 คน ต่องาน 100 อัตรา รองลงมา คือ ภาคอีสาน 90 คน ภาคใต้ 6667 คน ภาคเหนือ 5657 คน และ 4546 คน
นอกจากนี้ หากดูอัตราการแข่งขันเข้าทำงาน พบว่าภาคอีสานมีการแข่งขันมากที่สุด คือ งาน 100 อัตรา มีคนสมัคร 191192 คน รองลงมา กทม. มีคนสมัคร 183184 คน ภาคใต้ 114 คน ภาคเหนือ 100 คน และภาคกลาง 8586 คนเท่านั้น
แรงงาน 100 คนเป็นต่างด้าว 4 คน
รายงานของสำนักเศรษฐกิจการแรงงาน ยังให้ข้อมูลด้วยว่า จำนวนแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายในไทยขณะนี้มีทั้งหมด 1.1 ล้านคน และมีอัตราการจ้างแรงงานต่างด้าวต่อจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด 2.9% หมายถึง ผู้มีงานทำทุกๆ 100 คน จะมีการจ้างแรงงานต่างด้าว 34 คน และในจำนวน 2.9% นี้ เป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชาถึง 2.5%
นอกจากแรงงาน 3 สัญชาติข้างต้นแล้ว ยังมีแรงงานชาติอื่นๆ ที่เข้ามาทำงานในไทยโดยการขอเวิร์กเพอร์มิต และเข้ามาด้วยการสนับสนุนจากบีโอไอ มี 1.1 แสนคน อาชีพที่คนทำอยู่ในระดับผู้จัดการถึง 63% รองลงมาเป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้านต่างๆ 24% ช่างเทคนิค 6%
ทั้งนี้ ในจำนวนแรงงานระดับสูงเหล่านี้ 5 สัญชาติแรกที่เข้ามาทำงานในไทยมากที่สุด ทุกๆ 100 คน เป็นชาวญี่ปุ่นไปแล้วกว่า 2425 คน รองลงมา คือ 910 คน อังกฤษ 8 คน ฟิลิปปินส์ 8 คน และอินเดีย 78 คน







