
สอบเงินบริจาคฉาว2พันล.
ดีเอสไอเรียกปธ.มูลนิธิเซนต์คาเบรียลแจงใช้จ่ายผิดปกติไม่โปร่งใสแป๊ะเจี๊ยะสูง
ดีเอสไอเรียกปธ.มูลนิธิเซนต์คาเบรียลแจงใช้จ่ายผิดปกติไม่โปร่งใสแป๊ะเจี๊ยะสูง
ดีเอสไอเรียกประธานมูลนิธิเซนต์คาเบรียลสอบเงินบริจาค 2 พันล้านบาท 23 พ.ค.นี้
พ.ต.ท.บรรณฑูรย์ ฉิมกรา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนคดีการใช้เงินบริจาคของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำร้องของเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อปฏิรูปการศึกษา ที่ยื่นให้ตรวจสอบบัญชีเงินฝากของผู้บริหารมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลฯ โดยอยู่ในขั้นตอนรอเอกสารจากกรมสรรพากรที่จะส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าก่อนหน้านี้กรมสรรพากรจะให้ความเห็นว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจ แต่เมื่อได้หารือและชี้แจงถึงข้อกฎหมายกรมสรรพากรแล้ว จึงได้ข้อยุติว่ากรมสรรพากรจะมอบข้อมูลและเอกสารให้ดีเอสไอภายในวันที่ 28 พ.ค. ซึ่งดีเอสไอจะต้องตรวจสอบว่ามูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลฯ ยื่นแสดงภาษีอะไรบ้าง เพื่อให้ทราบที่มาของเงินต่อไป
พ.ต.ท.บรรณฑูรย์ ยังกล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือเชิญภราดาศิริชัย ฟอนซีกา ประธานมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลฯ มาให้ปากคำพร้อมส่งเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนความผิดปกติการใช้จ่ายเงินบริจาคที่มีมูลค่ามหาศาล รวมถึงประเด็นเรียกเก็บอัตราค่าเล่าเรียนจากผู้ปกครองในอัตราสูง โดยกำหนดให้เข้าพบในวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งดีเอสไอยังรอการประสานว่าจะเข้าให้ปากคำในวันดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่าภราดาศิริชัยจะเข้าให้ปากคำตามที่ดีเอสไอทำหนังสือเชิญ
ด้านนายวิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายพ่อแม่เยาวชน เพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า สาเหตุการยื่นเรื่องตรวจสอบเกิดจากการประท้วงของคณะครูโรงเรียนอัสสัมชัญมัธยม เขตบางรัก และโรงเรียนอัสสัมชัญประถม หรือเซนต์หลุยส์ซอย 3 สาทร ซึ่งเป็นโรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลฯ ที่ลดเงินเดือนครู และไม่จ่ายเงินตามวุฒิการศึกษาขั้นต่ำตามที่รัฐบาลกำหนด ทั้งนี้ มูลนิธิมีเงินบริจาคสูงถึง 2,000 ล้านบาท แต่ยังเก็บค่าแป๊ะเจี๊ยะที่แพงมาก ทำให้ผิดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิที่ต้องช่วยเหลือการศึกษาของผู้ด้อยโอกาส แต่ทำเหมือนธุรกิจ รวมถึงที่ผ่านมาไม่มีใครมาตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิ กระทั่งกลุ่มเครือข่ายต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของประชาชน
“ที่ผ่านมาจะพบว่ามีนักบวชบางคนที่รับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญหลายแห่ง รวมถึงผู้บริหารมูลนิธิที่เป็นนักบวชเช่นกัน จะมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ ทั้งที่เป็นนักบวชไม่สามารถสะสมเงินได้ แต่บางคนนำเงินไปซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน ซื้อรถหรูหราราคาแพง”
นายวิวัฒน์ชัย กล่าวว่า หลังจากดีเอสไอรับเรื่องแล้วก็ต้องรอดูว่าจะมีการตรวจสอบอย่างไรต่อไป ส่วนตัวเชื่อว่าดีเอสไอทำงานดีและน่าจะนำตัวคนผิดที่ทุจริตเงินบริจาคของประชาชนมาลงโทษได้







