
19 พฤษภาฯ อย่าแค่ 'เชงเม้ง' ศพ
ไม่ได้เข้าร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แต่ในฐานะญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์วิกฤตการเมืองพฤษภาฯ53 และมีแนวคิดเคลื่อนไหวสอดคล้องกับ “กลุ่มแดงอิสระ” พันธ์ศักดิ์ ให้คำจำกัดความ นปช.
ไม่ได้เข้าร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แต่ในฐานะญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์วิกฤตการเมืองพฤษภาฯ53 และมีแนวคิดเคลื่อนไหวสอดคล้องกับ “กลุ่มแดงอิสระ” พันธ์ศักดิ์ ให้คำจำกัดความ นปช. ในฐานะองค์กรภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยขณะนี้ว่า “...ไม่สามารถคาดหวังอะไรได้” เนื่องด้วยโพสิชั่นทางการเมืองที่แทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกับรัฐบาล
“การเคลื่อนไหวที่เป็นประชาธิปไตย แต่หากต้องตรวจสอบรัฐบาล เราคาดหวังอะไรกับ นปช. ไม่ได้ นปช.หลายคนเป็น สส. เป็นรัฐมนตรีไปแล้ว มันก็จบแล้ว ถ้าจะให้ นปช.ไปตามตรวจสอบรัฐบาลเอง มันก็ทำไม่ได้ เพราะเมื่อคุณไปจอยผลประโยชน์ร่วมกัน มันย่อมตรวจสอบจากข้างในไม่ได้ ความน่าเชื่อถือไม่มี เพราะการตรวจสอบมันต้องมาจากคนนอก”
แม้แต่งานช้างแห่งปี 19 พฤษภาฯ ในการเคลื่อนไหวของ นปช.ส่วนกลาง ที่ระดมสรรพมวลชนเสื้อแดงทั่วประเทศ ขนบิ๊กแกนนำขึ้นเวที แต่ พันธุ์ศักดิ์ ให้นิยามว่า ระยะหลังมานี้ไม่ต่างอะไรกับงานเชงเม้ง?
“ถามหน่อยเวลาที่ นปช.จัด 19 พ.ค. เขามีธีมอะไรไหม เขาจะบอกไหมว่าเราจะมารวมกันรำลึกถึงคนตาย ต้องหาคนผิดมาลงโทษ เราจะปฏิเสธการนิรโทษกรรมแบบเหมารวมทั้งหมด เพราะถ้างานมีธีมหรือคอนเซปต์หลัก แกนนำจะไม่ปราศรัยนอกกรอบนี้ โอเค เขาอาจจะพูดเรียกร้องบ้าง เรียกเสียงเฮบ้าง แต่ประเด็นกระจัดกระจายไม่ได้พุ่งเป้าหรือมีธีมอย่างชัดเจน เเละไม่ได้ขับเคลื่อนเอาจริงเอาจัง สุดท้ายมันก็กลายเป็นงานเชงเม้ง หลังจากนี้ก็เชงเม้งไปเรื่อยๆ
...อย่างปฏิญญาโบนันซ่า ไม่ต่างอะไรกับปาฐกถายิ่งลักษณ์ คือ แค่พูด แต่โนแอ็กชั่น สปีชของยิ่งลักษณ์เนื้อหาเยี่ยมก็จริง แต่ส่วนใหญ่เป็นการเล่าอดีต บอกว่าประเทศไทยมีอำนาจเผด็จการ รัฐบาลทักษิณถูกล้ม มีผู้มีบารมีเข้าแทรกแซง แต่ไม่มีคอมมิตเมนต์ว่าแล้วคุณจะทำอะไร แล้วคุณจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร ขณะที่ นปช.เองถามว่าจนถึงตอนนี้ปฏิญญาโบนันซ่ามันมีแอ็กชั่นอะไรเป็นรูปธรรมหรือยัง ฉะนั้นถ้าไม่มีแอ็กชั่น เรื่องใหญ่โตแค่ไหนใครก็พูดได้ทั้งหมด”
ด้วยปัจจัยหลักของ นปช.ที่ไร้แอ็กชั่นตรวจสอบรัฐบาลเพื่อรักษาจุดยืนประชาธิปไตยอย่างจริงจัง พันธุ์ศักดิ์ อธิบายว่า จึงไม่เเปลกที่เกิดปรากฏการณ์ “แดงแตกตัว”
“หลายครั้งผมเดินในพื้นที่ชุมนุมเริ่มมีเสียงด่า ไม่เห็นด้วย อย่างโฟนอินปีที่แล้ว (โฟนอินเรือส่งถึงฝั่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) เสียงด่าเยอะ ปฏิกิริยาตอนนั้นก็ดังมาก แต่ปีนี้อาจมีโอกาสเกิดสปีชที่ดีก็ได้ แต่ปัญหาก็คือ ตราบใดที่แอ็กชั่นยังไม่เกิด ก็ไม่มีผลอะไร โอเคแค่ 23 ปีอาจจะไม่เป็นไร แต่ถ้ามันเข้าปีที่สี่ ห้า หก สุดท้ายคุณจะตอบประชาชนอย่างไร
...เราจะเห็นว่าเวทีเล็กของเสื้อแดงเพิ่มขึ้นทุกปี มีการจับกลุ่มคนมากขึ้นทุกปี เพราะเส้นทางประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของนั้น เส้นทางบางคนไม่เหมือนกัน คิดไม่เหมือนกัน พอมันเริ่มไปจับกลุ่มกันได้ มันก็เข้าใจ แล้วก็เริ่มหลุดออกมา แต่ก่อนบอกว่าเราแดงเดียว นปช.อย่าแตกแยกกัน แต่สุดท้ายมันต้องแตก สายมาร์กซิสม์มันก็แตก สายสตาลินสายอะไรมันก็แตกกันไปหมด จะเห็นแล้วว่าเสื้อแดงไม่ได้มีกลุ่มเดียวแล้ว มีหลายกลุ่ม แตกไปเรื่อยๆ แต่การแตกจะทำให้เราแข็งแรงกว่าเดิม”
เขาอธิบายอีกว่า กระบวนการรัฐประหารรัฐบาลปี 49 และ พ.ต.ท.ทักษิณเองทำให้เกิดปรากฏการณ์ตาสว่างขึ้นเป็นขบวนการคนเสื้อแดงนำโดยทัพใหญ่ คือ นปช. แต่ขณะนี้ด้วยจุดยืนไม่มั่นคงของ นปช.กลับทำให้เกิดขบวนการเสื้อแดงที่ตาสว่างจากทักษิณ และจาก นปช.อีกชั้น แตกเป็นกลุ่มแดงอิสระกระจายออกไปทั่วสารทิศ กลายเป็นปรากฏการณ์ “แดงก้าวข้ามแดง” ต่อไปเรื่อยๆ
เป็นไปได้ไหมที่กลุ่ม “แดงอิสระ” จะรวมตัวอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิมเพื่อตรวจสอบรัฐบาล?
พันธ์ุศักดิ์ ตอบมาว่า “มันอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปริมาณมันไม่ได้ อย่างไรก็ตาม อย่าดูถูกปริมาณเกินไปนัก เพราะกลุ่มอิสระทั้งหลายอาจมีประเด็นให้รวมตัวกันได้ในวันหนึ่ง แต่อย่าเพิ่งมองถึงขั้นไปกดดันรัฐบาล เพราะสุดท้ายผมมองว่า ถ้าแดงอิสระรวมตัวกันได้สัก 23 กลุ่มใหญ่ สิ่งแรกที่ต้องกดดัน คือ กดดัน นปช.เอง ง่ายมาก เพื่อให้ นปช.ไปกดดันรัฐบาลอีกที
...แต่ถ้า นปช.ไม่ทำอะไร คุณก็เปลี่ยนหัวสิ เปลี่ยนแกนนำ ในเมื่อเป็น สส. รัฐมนตรี แล้วงานยุ่งวุ่นวาย มีเรื่องที่ต้องทำ คุณลาออกได้ไหม แล้วให้เขาเลือกกัน แต่ก่อนเป็นการเลือกแบบสืบทอดอำนาจ แต่ทีนี้เราต้องมาคุยกันว่าจะเลือกแกนนำใหม่อย่างไร ไหน นปช.คุณโชว์หน่อยว่าเป็นองค์กรประชาธิปไตย คุณเลือกแกนนำอย่างไรโดยไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ ทำให้ประชาชนเห็น
...มันก็เป็นคอมมิตเมนต์ที่ นปช.จะต้องรับ ถ้าไม่รับก็เป็นปัญหาในอนาคตของ นปช.เอง องค์กรมันอยู่ไม่ได้ไม่ได้หมายความว่าคนเสื้อแดงต้องสูญสลาย เพราะแนวคิดยังคงอยู่ นี่ผมพูดโดยที่ไม่ใช่ นปช. เพียงเเต่มองภาพสุดท้ายที่ต้องมีคนยกกติกาที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ”
พันธุ์ศักดิ์ ทิ้งท้ายถึงองค์กรภาคประชาชนเสื้อแดงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศว่า วันใดที่ นปช.มีวาระที่ชัดเจน อยากจะผลักดันอุดมการณ์ประชาธิปไตยและพูดออกมาว่า ปีนี้เราจะรำลึก 19 พ.ค. ด้วยการค้นหาความจริงของความตาย เราจะยกเลิกการนิรโทษกรรมเหมารวม ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด โดยที่ นปช.จะเป็นเจ้าภาพในการกดดันรัฐบาล เมื่ออุดมการณ์ใหญ่มันถูกเน้นย้ำและเห็นร่วมกัน ตนเชื่อว่าแดงที่มันแตกๆ กันมันจะกลับมา
“กลับเข้ามาเหมือนกับข้าวที่อยู่ในจาน แต่ยังคงเป็นจานใครจานมัน แต่สามารถรวมกันในธีมที่เขาตั้งและส่งพลังไปถึงรัฐบาลได้...” เขากล่าวในที่สุด







