
ปปช.ชงรัฐพบช่องโหว่โกงงบน้ำ3.5แสนล.
มติปปช. ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พบช่องโหว่โกงงบโครงการน้ำ3.5แสนล. ยันไม่ได้ขัดขวาง ต้องการให้ทุกขั้นตอนโปร่งใส
มติปปช. ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พบช่องโหว่โกงงบโครงการน้ำ3.5แสนล. ยันไม่ได้ขัดขวาง ต้องการให้ทุกขั้นตอนโปร่งใส
นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า ที่ประชุมป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้ส่งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ เนื่องจากมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก และมีหลายจุดสำคัญที่เสี่ยงอาจก่อให้เกิดความเสียหายและความไม่โปร่งใส ซึ่งรัฐบาลจะต้องแก้ไขปรับปรุง การยื่นข้อเสนอไปยังรัฐบาลเป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 19 ทั้งนี้การเสนอเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การทำลายความน่าเชื่อถือของการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพราะยังไม่มีการกล่าวหาว่ามีการทุจริตแต่อย่างใด ส่วนรัฐบาลจะดำเนินการอย่างใดก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และยืนยันว่า ป.ป.ช.สนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหาด้านน้ำอย่างครบวงจร เพียงแต่อยากเห็นทุกขั้นตอนดำเนินการอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามได้ส่งข้อเสนอแนะถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว
ด้านนายปรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณะบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คณะทำงานที่ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากทุกด้านเข้าร่วม เห็นว่ามีหลายเรื่องที่อาจก่อปัญหา อาทิ การศึกษารายละเอียดแผนแม่บทของการบริหารจัดการน้ำใช้เวลาสั้น มีการจ้างเหมางานแบบเบ็ดเสร็จ เป็นการรวบงานตั้งแต่การศึกษาออกแบบก่อสร้าง การก่อสร้าง การจัดหาที่ดิน และการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม อาจทำให้เกิดความรวบรัดให้ทันระยะเวลา 5 ปีตามสัญญา มีการจ้างบริษัทมาจ้างเหมาช่วงรับงานต่อ การคัดเลือกบริษัทผู้รับงานตามระเบียบจะต้องให้มีบริษัท 3 รายแข่งขันในแต่ละโมดูล แต่ในการประกวดราคากลับพบว่ามีถึง 8 โมดูล ที่พบว่ามีบริษัทเพียง 2 รายที่แข่งขันกันเท่านั้น จึงอาจทำให้เกิดการแข่นขันราคาที่ไม่เป็นธรรม และในการเปิดประมูลมีการเปิดเผยราคากลางและการคำนวณราคากลางก่อนวันประกวดราคาเพียง 1 วันเท่านั้น
นายปรายพล กล่าวว่า จึงเสนอให้รัฐบาลควรมีเกณฑ์ในการคัดเลือกงานให้แต่ละบริษัทอย่างชัดเจน การเจรจากำหนดราคากลางต้องระมัดระวังเกี่ยวกับราคาเพราะมีบางโมดูลมีเพียงบริษัทเดียวที่เสนอตัวเข้ารับงาน จะต้องมีการเปิดเผยรายงานการพิจารณาคัดเลือกการประมูลงานในแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด รวมถึงควรมีการแยกสัญญาในงานด้านต่างๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงไม่ควรเปิดให้มีการจ้างเหมางานแบบเบ็ดเสร็จ เพราะจะเกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายภายหลัง ทั้งการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ให้บริษัทชนะการประมูลเป็นผู้ดำเนินการเอง อาจทำให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลและกรณีการจัดหาที่ดินก่อสร้างซึ่งต้องใช้เวลานานอาจทำให้การก่อสร้างเสร็จไม่ทันตามสัญญาที่กำหนด และในการตรวจรับงานสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ควรมอบหมายให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ไม่ควรทำเอง เพราะไม่มีความเชี่ยวชาญด้านน้ำ อีกทั้งในแต่ละโครงการมีงานที่ต้องส่งมอบเป็นจำนวนมากอาจดูแลไม่ทั่วถึง จึงควรให้มีบริษัทปรึกษามาช่วยตรวจสอบด้วย







