posttoday
ปาหี่ข้าวถุงถูกใจลดกระแสคนไทยกินข้าวแพง

ปาหี่ข้าวถุงถูกใจลดกระแสคนไทยกินข้าวแพง

16 พฤษภาคม 2556

สัปดาห์หน้ากระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลิตและจัดส่งข้าวบรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม ราคา 70 บาทต่อถุง

โดย...จตุพล สันตะกิจ

สัปดาห์หน้ากระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลิตและจัดส่งข้าวบรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม ราคา 70 บาทต่อถุง ขายให้คนที่มีรายได้น้อยผ่านเครือข่ายร้านค้าถูกใจทั่วประเทศ สัปดาห์ละ 5 แสนถุง หลังถูกต่อว่าต่อขานจากประชาชนและร้านขายอาหารว่าไม่สามารถซื้อข้าวถุงในราคา “ถูกเงิน” และ “ถูกใจ” ได้

“โครงการข้าวถุงธงฟ้าอยู่ในช่วงทบทวนโครงการร้านถูกใจ จึงหยุดผลิตตั้งแต่สิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้กำลังหารือว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร” สันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุ

นั่นเพราะวันนี้ราคาข้าวขาวบรรจุถุง 5 กิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 100-140 บาทต่อถุง หรือเฉลี่ย 2022 บาทต่อกิโลกรัม สวนทางกับราคาข้าวขาว 5% ขายส่ง ณ ตลาดกรุงเทพฯ ที่ราคาเฉลี่ย 6 เดือน อยู่ที่ 15.215.5 บาทต่อกิโลกรัม โดยล่าสุดวันที่ 14 พ.ค. ราคาข้าวขาว 5% ขายส่งอยู่ที่ 15.3-15.5 บาทต่อกิโลกรัม

แต่ราคาข้าวถุงแพงใช่ว่าไม่มีที่มาที่ไปสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย ชี้แจงว่า แม้ต้นทุนข้าวขาว 5% อยู่ที่ 15.2-15.5 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 77.5 บาท นำไปปรับปรุงเป็นข้าวขาว 100% ต้นทุนเนื้อข้าวจะตกอยู่ที่ 80 บาท เมื่อบวกค่าถุง ค่าแรง ค่าจัดส่ง และค่าชั้นวางสินค้าอีก 15% ราคาข้าวถุงพุ่งไปอยู่ที่ 90-130 บาทต่อถุง

“ราคาข้าวถุง 5 กิโลกรัม ที่ขายวันนี้อยู่ที่ราคา 90130 บาท ตามแต่ต้นทุนข้าวที่ผู้ประกอบการได้มา ขณะที่ผู้กำหนดราคาข้าวถุงคือห้างโมเดิร์นเทรด ไม่ใช่คนทำข้าวถุง ส่วนคนทำข้าวถุงได้กำไรไม่เกิน 23% ต่อถุง และถ้าจะให้ชัดไปดูงบการเงินก็ได้ว่ามีกำไรเท่าไหร่ เพราะมันน้อยมาก” สมเกียรติ ระบุ และนี่เป็นกลไกราคาการทำตลาดข้าวถุงเอกชน

แตกต่างจากการผลิตและขายข้าวถุงของกระทรวงพาณิชย์และองค์การคลังสินค้า ที่แทบไม่มีใครรู้ต้นทุนข้าวสาร ค่าผลิตข้าวถุงเลย ขณะที่ข้อมูลจากร้านค้าถูกใจแห่งหนึ่ง ระบุว่า ร้านค้าจะสั่งซื้อข้าวสารถุงละ 65 บาท และนำมาขายที่ราคา 70 บาท ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ หรือมีกำไร 5 บาทต่อถุง

มีเพียงการระบุว่า “การทำข้าวถุงราคาถูก เป็นการดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย” ตามที่ วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุ

จึงต้องพิเคราะห์ประเด็นต่างๆ ในการขาย “ข้าวถุงธงฟ้า” ผ่านร้านถูกใจ ซึ่งคลุมเครือตั้งแต่ต้นจนปลาย ก็พบประเด็นที่น่าสังเกตอย่างน้อย 3 ประเด็น

ประเด็นแรก การทำข้าวถุงขายผ่านร้านถูกใจ เป็นโครงการที่รัฐบาลสร้างทางเลือกให้คนที่มีรายได้น้อยและร้านขายข้าวแกงหาซื้อข้าวสารได้ในราคาถูก เพราะลดภาระค่าครองชีพ ตลอดจนทำให้ราคาข้าวแกงไม่เพิ่มขึ้นหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลจากนโยบายรัฐบาลรับจำนำข้าวเปลือกราคาสูงกว่าตลาด 40-50% และการเพิ่มค่าแรง 300 บาท

แต่ทว่าการขายข้าวถุงราคาถูกผ่านร้านค้าถูกใจ ที่ตัวเลข ณ วันที่ 3 มี.ค. 2556 มีร้านค้าเข้าร่วมในโครงการร้านถูกใจ 9,675 ร้าน แบ่งเป็น ภาคกลาง 3,461 แห่ง แต่หากนับเฉพาะกรุงเทพฯ พบว่ามีจำนวน 1,283 แห่ง ภาคเหนือมี 2,004 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3,041 แห่ง และภาคใต้ 1,169 แห่ง

เท่ากับว่าข้าวสาร 5 แสนถุงจะส่งไปยังร้านถูกใจเฉลี่ย 50 ถุงต่อร้าน แต่ความเป็นจริงพบว่า ข้าวสารไม่ได้ถูกส่งให้ร้านตามคำสั่งซื้อ เพราะมีการอ้างว่า “ไม่มีของ”

“เขาจะกำหนดวันที่ชัดเจนว่าเราต้องโทรสั่งซื้อวันที่เท่าไหร่ของเดือน ถ้าไม่สั่งวันนั้นก็ต้องไปสั่งรอบเดือนหน้า โดยในส่วนข้าวถุงเราสั่งซื้อทุกครั้ง คนซื้อเขาต้องการมาก เพราะราคาถูก แต่บางครั้งก็สั่งได้บ้าง ไม่ได้บ้าง โดยเขาจะบอกว่าของไม่มี ของหมด ให้รอสั่งซื้อรอบหน้า” ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยย่านพระราม 2 ที่เข้าโครงการร้านถูกใจให้ข้อมูล

คงไม่ต้องพูดถึงพ่อค้าแม่ค้าร้านค้าปลีกที่เข้าโครงการร้านถูกใจในต่างจังหวัด ว่าจะได้ข้าวถุงราคาถูกมาขายหรือไม่ จึงเป็นคำถามตัวโตๆ ว่า การกระจายข้าวสารราคาถูกจะไปถึงคนมีรายได้น้อยได้จริงหรือไม่

เช่นเดียวกับจุดอ่อนสำคัญของการขายข้าวถุงราคาถูกผ่านร้านค้าถูกใจ คือ ไม่มีการ “จำกัด” ปริมาณการซื้อ ซึ่งหมายความว่าใครมีฐานะเช่นใด รายได้เท่าใด จะซื้อข้าวได้ไม่จำกัดจำนวนถุง นั่นทำให้ข้าวสารที่วางบนชั้นอาจหมดไม่ทันข้ามวัน แต่ใช่ว่าคนซื้อจะซื้อเหมาเข่ง เพราะยังติดใจปัญหาคุณภาพข้าว

“ปกติร้านเราข้าวขาว 5% ที่เราสั่งข้าว 20-30 กระสอบ (กระสอบละ 10 ถุง) สั่งทุกครั้งก็ได้ทุกครั้ง แต่ตอนนี้ไม่มีของ เขาบอกว่าปิดโครงการ ที่ผ่านมาข้าวที่ขายได้ไม่มีปัญหา คนก็พอกินได้ แต่บางล็อตมีข้าวคุณภาพไม่ดีปนในถุง เช่น ข้าวเหนียวที่ข้าวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแล้ว” สุวรรณา แก้วงาม ร้านค้าย่านสุขุมวิท 42 ที่เข้าร่วมโครงการร้านถูกใจบอก

ขณะที่การใช้กลไกขายข้าวถุงราคาถูกผ่านร้านค้าถูกใจ ไม่ให้ราคาข้าวแกงในตลาดลดลง แต่ราคาข้าวแกงพาเหรดปรับขึ้นทั่วหน้าเป็นจานละ 30-35 บาท สำหรับกับข้าว 2 อย่าง

ประเด็นที่สอง การจำกัดปริมาณผลิตข้าวถุงไว้ที่ 5 แสนถุงต่อสัปดาห์ เพราะกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าเป็นปริมาณข้าวเพียงพอกับความต้องการของกลุ่มคนที่มีเงินในกระเป๋าไม่มาก และถ้าผลิตมากกว่านี้จะทำให้รัฐบาลมีภาระชดเชยสูงมาก แต่วงการค้าข้าวต่างร่ำลือว่าข้าวสารที่เบิกออกมาทำข้าวถุงร้านถูกใจ 100% จะจัดส่งให้ร้านค้าเพียง 30% เท่านั้น

เหตุผลหลักๆ คือ ข้าวที่เบิกออกจากโกดังกลางเพื่อทำข้าวถุงถูกใจน่าจะต้นทุนไม่ถึง 10 บาทต่อกิโลกรัม

เพราะหากอ้างอิงข้อมูลที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดให้เอกชนยื่นซองประมูลโครงการปรับปรุงข้าว ค่าถุง ค่าบรรจุถุง และค่ากระจายสินค้าของโครงการข้าวถุงธงฟ้า 1 แสนตัน เมื่อเดือน ต.ค. 2554 พบว่าบริษัท เจียเม้งฯ ชนะประมูล โดยเสนอราคา 26 บาทต่อถุง พร้อมทั้งมีการระบุว่า “ราคาที่ประมูลได้นั้นต่ำกว่า ‘ราคากลาง’ ที่ อคส.กำหนดไว้”

เท่ากับว่าราคาข้าวที่ขายกันถุงละ 70 บาท หักค่าถุง ค่าปรับปรุงข้าว และค่าขนส่ง 26 บาทต่อถุง จะทำให้ต้นทุนข้าวสารที่ออกจากโกดังจะอยู่ที่ 8.8 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่ถูกแสนถูกและยวนใจให้มีผู้เข้ามาตักตวงผลประโยชน์ เพราะข้าวสาร 5 แสนถุงต่อสัปดาห์ คิดเป็นข้าวสาร 2,500 ตันต่อสัปดาห์ หรือ 6,000-7,000 ตันต่อเดือน

“ข้าวถุงธงฟ้าที่ อคส.ผลิตและส่งขายให้ร้านค้าถูกใจมีจริงแน่นอน เพียงแต่ปริมาณที่จัดส่งให้ร้านค้ามีน้อยมาก น่าจะไม่ถึง 30% ของข้าวที่เบิกออกมาจากคลัง ส่วนที่เหลือจะถูกขนนำไปเวียนขายให้พ่อค้าข้าวถุง และบรรจุถุงขายทั่วไปตามท้องตลาด” นิพนธ์วงษ์ตระหง่าน นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย และอดีตประธานบอร์ด อคส. กล่าว

จึงเป็นภาระของกรมการค้าภายในและ อคส. ต้องชี้แจง ไม่เช่นนั้นอาจมีข้อกล่าวหาการทุจริตได้

ประเด็นสุดท้าย การเร่งผลิตข้าวถุงราคาถูกขายให้ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า เป็นเสียงเรียกร้องจากร้านค้าผ่านสายด่วน 1569 ก็ต้องยอมรับว่าเป็นข้าวถุงราคาถูกที่เป็นความต้องการของร้านค้าถูกใจจริงๆ เพราะข้าวถุงราคาถูกเรียกได้ว่าเป็นสินค้าชูโรง ที่ลูกค้าจะหาซื้อในราคาเช่นนี้ไม่ได้จากที่ไหนแล้ว

ผลทางอ้อมที่ตามมาคือ โครงการร้านค้าถูกใจที่กระทรวงพาณิชย์ปลุกปั้นมาแต่ต้นและเตรียมส่งไม้ต่อให้ห้างแม็คโครรับเป็นผู้จัดส่งสินค้า ที่ทำท่าจะไปไม่รอด เพราะล่าสุดมีกระแสข่าวว่าร้านค้าในโครงการกว่า 3,000 แห่งขอถอนตัว อาจมีแรงฮึดกลับเดินหน้าอีกรอบ พร้อมกับท่อน้ำเลี้ยงจากงบประมาณของรัฐ

ขณะเดียวกัน ก็มีเหตุให้รัฐบาล “อ้างว่า” ได้จัดช่องทางขายสินค้าต้นทุนต่ำให้คนมีรายได้น้อย แม้ประสิทธิภาพการกระจายสินค้าจะอยู่ในระดับต่ำก็ตาม

การเร่งผลิตข้าวถุงราคาถูกใจ ต้องพินิจให้ดีว่าคุ้มค่าหรือไม่ หากจะขายข้าวถุงราคาถูกผ่านร้านค้าถูกใจเพียงช่องทางเดียว เพราะไม่เช่นนั้นอาจเป็นเพียงปาหี่เล่นละครให้คนดู หรือไม่ก็จงใจเปิดช่องตักตวงผลประโยชน์การระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลกันอย่างสนุกมือ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่