
ดีเอสไอสรุปผลปราบสวมทะเบียนปลอม
ดีเอสไอพบการเพิ่มชื่อบุคคลไร้สถานะทางทะเบียนที่อ.เวียงแห มีการสวมบัตรประชาชนของนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ
ดีเอสไอพบการเพิ่มชื่อบุคคลไร้สถานะทางทะเบียนที่อ.เวียงแห มีการสวมบัตรประชาชนของนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยและกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรมได้มีการประกาศเจตนารมย์ร่วมกันในการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร์และสวมตัวทำบัตรประจำตัวประชาชนที่เกิดขึ้นในสำนักทะเบียนต่างๆทั่วประเทศ เนื่องจากเห็นพ้องต้องกันว่าปัญหาดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศอย่างร้ายแรง และได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนการทุจริตทะเบียนราษฎร์และบัตรประจำตัวประชาชน” ขึ้น เพื่อรองรับภารกิจสืบสวนสอบสวนในเรื่องดังกล่าว โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม
จากการปฏิบัติงานที่ผ่านมา สามารถสรุปผลการดำเนินการในเรื่องที่สำคัญ ได้ดังนี้
1.กรณี การเพิ่มชื่อบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนของอ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เข้าในฐานข้อมูลของกรมการปกครอง จำนวน 18,587 ราย (ในช่วงปีพ.ศ.2550-2551) โดยมิชอบ พบข้อพิรุธในการดำเนินการดังนี้
พบเอกสารการสำรวจบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน (แบบ 89) เพียง 12,514 ราย
พบว่าไม่มีนายทะเบียนลงชื่ออนุมัติให้บันทึกข้อมูลในฐานของกรมการปกครอง จำนวน 4,150 ราย
พบว่ามีบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยหลังวันที่ 1 ต.ค.2552 จำนวน 3,527 ราย และมีบุคคลที่ยังไม่ชัดเจนว่าเดินทางเข้ามาก่อนวันที่1 ต.ค.2542 หรือไม่ จำนวน 838 ราย
พบว่ามีบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ไม่ผ่านการทำประชาคม จำนวน 10,840 ราย
พบว่ามีพยานลงลายมือชื่อรับรองในแบบ ปค.14 ไม่ครบ 2 ราย จำนวน 4,121 ราย
พบว่ามีกรณีที่เอกสารประกอบการพิจารณาที่ไม่ครบถ้วน จำนวน 1,543 ราย
จากการสืบสวนพบว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ อ.เวียงแหง (ในขณะนั้น) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ ที่เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจำนวน4 ราย และมีเจ้าหน้าที่อื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งมีผู้ปกครองท้องที่บางรายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการดังกล่าวด้วย
2.กรณี การทุจริตสวมตัวทำบัตรประจำตัวประชาชนของนายองจง แซ่หลู่ หรือ นายภาณุ ปาบือ หรือ นายถาวร สมจิตร นักค้ายาเสพติดรายสำคัญ
จากการสืบสวนพบว่า มีการสวมตัวทำบัตรประจำตัวประชาชนในชื่อของนายถาวร สมจิตร จริง โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ (ในขณะนั้น) จำนวน 1ราย กับพวก เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ ที่เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีผู้ปกครองท้องที่ จำนวน 1ราย ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองอันเป็นเท็จ
3.กรณีทุจริตสวมตัวทำบัตรประจำตัวประชาชนของ นายสมชัย รักยอดยิ่ง ผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 52/2555 (กรณี การทุจริตในการเบิกจ่ายยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของสารซูโดอีเฟดรีนของโรงพยาบาลรัฐและการจำหน่ายยาดังกล่าวโดยมิชอบของโรงพยาบาลเอกชนเพื่อนำไปสกัดเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด) จากการสืบสวนพบว่า มีการสวมตัวทำบัตรประจำตัวประชาชนในชื่อของนายสมชัย รักยอดยิ่งจริง โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอ.แม่สรวย จ.เชียงราย (ในขณะนั้น) จำนวน 1 ราย กับพวก เกี่ยวข้องกับ การดำเนินการที่เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีผู้ปกครองท้องที่ จำนวน 1ราย ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองอันเป็นเท็จ การกระทำความผิดที่พบทั้งหมดเป็นความผิดทางอาญาที่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้ส่งข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ ป.ป.ท. พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป







