posttoday
คลังยืนกรานเศรษฐกิจปีนี้โต 4-5%

คลังยืนกรานเศรษฐกิจปีนี้โต 4-5%

13 เมษายน 2553

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อหลายธุรกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและโรงแรม ว่า ขณะนี้ สศค.ยังไม่มีการทบทวนเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจไทยทั้งปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 45% แต่ยอมรับว่าปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจไทยมีมากขึ้น ซึ่งจะต้องติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะนี้ขอรอดูข้อมูลเดือน เม.ย. หลังเกิดการชุมนุมมีการปิดสถานที่หลายแห่ง และเมื่อเกิดเหตุปะทะกันส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมากชัดเจนในเชิงเศรษฐกิจ ส่วนภาคต่างประเทศอาจทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลมากขึ้นในเดือน เม.ย. จากปัจจุบันก็เกินดุลอยู่แล้ว และอาจทำให้เงินบาทที่แข็งค่ากลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย” นายเอกนิติ กล่าว

ปัจจุบัน สศค.ประเมินผลกระทบต่อการชุมนุมทางการเมืองใน 3 กรณี คือ หากมีการชุมนุมยืดเยื้อ แต่ไม่รุนแรง จะกระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจไทย 0.2% แต่หากชุมนุมยืดเยื้อเกิน 6 เดือน และมีเหตุการณ์ความรุนแรงเล็กน้อย จะกระทบเศรษฐกิจไทย 0.5% และสุดท้ายหากไม่มีรัฐบาล มีอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบาย ไม่มีงบประมาณใหม่ๆ และอาจมีผลต่อการส่งออก คาดว่าจะกระทบเศรษฐกิจไทย 0.8%

ด้านนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารยังคงมองว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโต 3.54.5% แม้ขณะนี้จะมีปัจจัยกดดันด้านการเมือง

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปัญหาการเมืองที่มีความสูญเสียเกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบในด้านความรู้สึกและความเชื่อมั่น โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม มองว่าเศรษฐกิจไทยยังสามารถขยายตัวได้ดีในหลายภาคอุตสาหกรรม พลังงาน ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนเพื่อการส่งออก จึงมองว่าเศรษฐกิจไทยยังโตได้ 3.54.5% ตามที่เคยคาดการณ์ไว้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน