posttoday
เครดิตไทยจอใกล้จังก์บอนด์ ยุบปชป.! สุญญากาศบริหารประเทศ

เครดิตไทยจอใกล้จังก์บอนด์ ยุบปชป.! สุญญากาศบริหารประเทศ

13 เมษายน 2553

เหตุการณ์เล่นสงกรานต์สาดเลือด เพียงหนึ่งวันแต่กลับสร้างผลกระทบตามมาอย่างมากมายและอาจจะรุนแรงอย่างคาดไม่ถึงก็ได้ หากเหตุการณ์นี้นำไปสู่การตัดสินใจลดอันดับเครดิตของประเทศไทย ของสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลก นี่ยังไม่รวมถึงปัญหาที่จะตามมาจากภาวะสุญญากาศของการบริหารจัดการประเทศของรัฐบาลหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์

นายสันติ กีระนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรทติ้ง กล่าวว่า เหตุการณ์นองเลือดเมื่อวันหยุดที่ผ่านมาทำให้ประเทศไทยสุ่มเสี่ยงที่จะถูกลดอันดับเครดิตลง ซึ่งสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลก มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส จะเข้ามาประเมินในเดือน พ.ค.นี้ และก่อนหน้านี้มีมุมมองไทยเป็นลบอยู่แล้ว

“ตอนนี้อันดับเครดิตของไทยที่มูดี้ส์ให้อยู่ที่ระดับ BBB+ ซึ่งหากถูกลดลงอีก 1 ขั้นเหลือ BBB ก็เท่ากับขั้นสุดท้ายของอันดับที่ลงทุนได้ หรืออินเวสต์เมนต์เกรด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดี” นายสันติ กล่าว

ทั้งนี้กรณีอันดับเครดิตของไทยเหลือ BBB และหากมีเหตุผลใหม่ที่ทำให้ถูกลดความน่าเชื่อถือลงอีกขั้นหนึ่งก็จะเหลือเกรดลงทุนไม่ได้ ซึ่งตราสารการเงินที่ออกภายใต้อันดับเครดิตนั้นถูกเรียกว่า “จังก์บอนด์”

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มูดี้ส์จะเข้ามาประเมินเศรษฐกิจไทยประจำปีในกลางเดือน พ.ค.นี้ หากประเมินเครดิตไทยลดลง ย่อมมีผลกระทบในวงกว้างอย่างแน่นอน ซึ่งต้องรีบแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสถาบันที่จะเข้ามาทบทวนเครดิตประเทศเช่นกัน ซึ่งยอมรับว่าตอนนี้ความเสี่ยงของประเทศสูงขึ้น

นายธนาคารขนาดใหญ่กล่าวว่า สถานการณ์ด้านการเมืองจากเหตุการณ์ม็อบและคำตัดสินของ กกต. ที่มีมติยุบพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำประเทศเข้าสู่ภาวะของความเป็นสุญญากาศของการบริหารจัดการประเทศ ที่ไม่มีวี่แววจะบอกได้ว่าจะยาวนานแค่ไหน

“ผลกระทบที่เกิดขึ้นชัดเจนที่สุด คือความอึมครึมทางเศรษฐกิจ การกำหนดแผนการลงทุน ความไม่มั่นใจของพันธมิตรที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจ และอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาเงินทุนที่จะไม่ไหลเข้าอย่างยาวนาน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย”

สำหรับภาคธุรกิจนั้น ทุกภาคส่วนจะต้องหันมากำหนดบทบาทของตัวเองให้ชัดเจน และจะต้องยอมรับกับภาพที่เกิดขึ้นภายในประเทศ แผนการขยายกิจการต่างๆ ต้องพับลงไป และหันมาทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดกับธุรกิจในประเทศ ขณะเดียวกันก็จะต้องสร้างความเข้าใจกับคู่ค้าก่อนที่จะมีปัญหาด้านเครดิตตามมา

นายวินเซนต์ โฮ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอันดับเครดิตประเทศในเอเชียของฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดว่าสถานะการคลังสาธารณะของประเทศไทยจะย่ำแย่ลง เมื่อพิจารณาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น จึงวิตกอย่างมากเกี่ยวกับอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้สกุลเงินบาทของไทย แต่เร็วเกินไปที่จะระบุว่าฟิทช์จะเปลี่ยนแปลงเครดิต

“กองทัพไม่ประสบความสำเร็จในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งหมายความว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อกว่าที่เราคาดไว้ จึงกังวลว่ากระแสเงินทุนไหลเข้าจะมีเข้ามาอีกหรือไม่หลังเกิดเหตุปะทะกัน และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็อาจจะถูกชะลอออกไปก่อน ถ้าเหตุการณ์ทางการเมืองเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ”

ส่วนนักวิเคราะห์ของสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือ เอส แอนด์ พี นายคิมเองตัน กล่าวว่า ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองจะเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนักสำหรับอันดับความน่าเชื่อถือของไทย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นว่าการลงทุนโดยตรงของต่างประเทศจะลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางการเมือง และอาจส่งผลไปถึงด้านอื่นๆ จนกระทบต่อการลงทุนในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่