posttoday
ธุรกิจ 3G เมกะเทรนด์...ที่นักลงทุนพลาดไม่ได้

ธุรกิจ 3G เมกะเทรนด์...ที่นักลงทุนพลาดไม่ได้

15 พฤษภาคม 2556

ในเดือนนี้ธุรกิจ 3G ของ 3 ค่ายยักษ์ใหญ่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น AIS DTAC หรือ True Move จะทำการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ความยิ่งใหญ่ครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็น “การปฏิวัติรูปแบบการทำธุรกิจออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่” อีกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการธุรกิจของเมืองไทยเลยก็ว่าได้

ในเดือนนี้ธุรกิจ 3G ของ 3 ค่ายยักษ์ใหญ่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น AIS DTAC หรือ True Move จะทำการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ความยิ่งใหญ่ครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็น “การปฏิวัติรูปแบบการทำธุรกิจออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่” อีกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการธุรกิจของเมืองไทยเลยก็ว่าได้

ผมเองคิดว่าการทำกำไรในอนาคตของธุรกิจ 3G ของผู้ให้บริการหลักทั้ง 3 ราย จะอยู่ในระดับที่สูงมาก ซึ่งแน่นอนว่าก็จะทำให้ผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อยพลอยได้รับผลประโยชน์ที่ดีมากตามไปด้วย จึงนับได้ว่าเป็น “เมกะเทรนด์...ที่นักลงทุนพลาดไม่ได้” โดยผมมีเหตุผลสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว ดังนี้

หนึ่ง ธุรกิจ 3G เป็นธุรกิจ “กึ่งผูกขาด”

ปี 2555 อาจสามารถกล่าวได้ว่าเป็น “ปีทอง” ปีหนึ่งของธุรกิจการให้บริการของโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะบรรดาบริษัทที่เป็นเจ้าของระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ทั้ง 3 รายของประเทศ นั่นคือ AIS DTAC และ True Move ซึ่งพบว่าผู้ให้บริการหลักทั้ง 3 ราย มีส่วนแบ่งทางการตลาดโดยรวมคิดเป็นสัดส่วนราว 97% ของตลาดการให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งประเทศ จึงอาจกล่าวได้ว่าธุรกิจการให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในเมืองไทยเป็นธุรกิจที่กึ่งผูกขาด

ดังนั้น จึงพอคาดการณ์ได้ว่าในอนาคตก็จะมีผู้เล่น 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz เพียง 4 รายเท่านั้น นั่นคือ AIS DTAC True Move และ TOT (ที่มีคลื่นนี้อยู่นานแล้ว) ในเมืองไทยธุรกิจ 3G จึงกลายเป็นธุรกิจ “กึ่งผูกขาด” ไปโดยปริยาย

สอง การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ

ในปี 2553 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือที่เรียกว่า Mobile Banking ซึ่งพบว่าไตรมาสแรกของปี 2553 ไทยเรามีบัญชี Mobile Banking เพียง 3.83 แสนบัญชี มีมูลค่าธุรกรรม 2.3 หมื่นล้านบาท แต่ผลการสำรวจในไตรมาส 2 ปี 2555 กลับพบว่าประเทศไทยเรามีจำนวนบัญชีถึง 7.65 แสนบัญชี เพิ่มขึ้นถึงราว 2 เท่าตัว และมีมูลค่าธุรกรรม 9.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3 เท่าตัว

การขยายตัวของการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างก้าวกระโดดเช่นนี้ หากพิจารณาไปถึงมูลค่าธุรกรรมทางการเงินรวมของทั้งปี 2555 โดยให้ถือว่าอัตราการขยายตัวของครึ่งปีหลังเป็นศูนย์ ก็จะพบว่ามีมูลค่ารวมทั้งปี 2555 อยู่ที่ประมาณ 3.6 แสนล้านบาท

หากยังมีการขยายตัวเช่นนี้ต่อไป อาจกล่าวได้ว่าในอนาคตธุรกรรมการเงินส่วนใหญ่จะมาจาก Mobile Banking และเมื่อถึงเวลานั้นบรรดาผู้คนส่วนใหญ่ก็คงจะต้องมีโทรศัพท์มือถือ 3G กันเกือบถ้วนหน้า...เพื่อรองรับบรรดาธุรกรรมดังกล่าว

สาม การซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ

เขมานันท์ บุญเดชานันทน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านเว็บบิซิเนส บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ weloveshopping พบว่าการเกิดขึ้นของบริการโทรศัพท์มือถือ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อผ่านอุปกรณ์มือถือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรืออื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องไปเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป แค่เพียงใช้อุปกรณ์พกพาเหล่านี้ก็สามารถทำธุรกรรมได้แล้ว

ด้วยเหตุนี้ การซื้อขายสินค้าออนไลน์ก็จะมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และธุรกรรมส่วนใหญ่ก็คงจะต้องเกิดขึ้นจากโทรศัพท์มือถือระบบ 3G นั่นเอง

สี่ เมื่อธุรกิจค้าปลีกใช้ 3G เป็นอาวุธ

ปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้าน “เซเว่นอีเลฟเว่น” ได้กล่าวไว้ว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซรองรับการสั่งซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ถือเป็นธุรกิจใหม่มาต่อยอดเซเว่นแค็ตตาล็อก และร้านเซเว่นฯ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยลูกค้าชำระเงินและรับสินค้าที่ร้านเซเว่นฯ หรือจะรับสินค้าที่บ้านก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเซเว่นฯ ในญี่ปุ่นและไต้หวัน ก็มีบริการลักษณะนี้มาแล้ว

จึงมั่นใจได้ว่าจะตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ๆ ที่ผูกอยู่กับการสื่อสาร โดยที่เทคโนโลยี 3G จะเป็นตัวเร่งให้ผู้บริโภคก้าวไปสู่ทิศทางดังกล่าว

นอกจากนั้น เวลานี้อีคอมเมิร์ซยังกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก อาทิ จีน มียอดขายผ่านช่องทางนี้ 510% ยุโรปและสหรัฐมีสัดส่วน 3050% เมื่อเทคโนโลยีมาทางนี้ เซเว่นฯ จึงต้องปรับตัวให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และเตรียมความพร้อมรองรับกระแสอีคอมเมิร์ซที่จะบูมขึ้นในอีก 23 ปีข้างหน้า

ห้า MVNO อีกกลยุทธ์หนึ่งของธุรกิจ 3G

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ชี้ให้เห็นถึงเงื่อนไขหนึ่งของผู้ได้รับใบอนุญาต 3G นั่นคือ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องกันความจุโครงข่ายไว้ 10% โดยให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง หรือ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) สามารถเช่าใช้ได้ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีเงินทุนมากพอที่จะวางโครงข่ายโทรคมนาคม แต่มีไอเดียในการประยุกต์ใช้ความจุโครงข่ายสำหรับเปิดธุรกิจบริการทางด้านต่างๆ เช่น ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา เป็นต้น

โดยผู้ประกอบการ MVNO สามารถทำการตลาดและมีระบบบิลลิ่งเป็นของตนเองได้ ประกอบกับสามารถควบคุมคุณภาพการให้บริการได้ เนื่องจากได้มีการเช่าใช้ความจุโครงข่ายเพื่อเปิดให้บริการเป็นของตนเอง เงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมราว 1.25 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี

ดูเหมือนว่า...เกือบทุกธุรกิจในอนาคตจะวิ่งเข้าไปหาระบบเครือข่าย 3G ฤๅ...อนาคตธุรกิจ 3G จะมีแต่ทางเดินที่โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบแทบทั้งสิ้น

ทำให้นึกถึงคำพูดของอดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกาและภริยาของอดีตประธานาธิบดี ธีโอดอร์ รูสเวลต์ ที่ชื่อ อีเลนอร์ รูสเวลต์ (Eleanor Roosevelt) ที่พูดถึงอนาคตไว้ว่า “The future belongs to those who believe in the beauty of their dreams.”

แปลตามความได้ว่า “อนาคตจะอยู่กับคนที่ศรัทธาในความงดงามของความฝัน”

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม