
ฤดูรับน้อง
กลางเดือน พ.ค.เป็นต้นไป โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ จะเริ่มทยอยเปิดเทอม บรรยากาศที่กำลังเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า คือ กิจกรรมรับน้องใหม่ ซึ่งทุกปีกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะออกมาประกาศกติกาเรื่องนี้ว่า องค์กรนิสิต นักศึกษาทุกสถาบัน ต้องเสนอขออนุมัติโครงการจัดกิจกรรมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยจะจัดกิจกรรมได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว และเป็นไปโดยความสมัครใจเท่านั้น ห้ามรับน้องนอกสถานที่ ห้ามมีของมึนเมา ห้ามละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ทางเพศ หรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย
กลางเดือน พ.ค.เป็นต้นไป โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ จะเริ่มทยอยเปิดเทอม บรรยากาศที่กำลังเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า คือ กิจกรรมรับน้องใหม่ ซึ่งทุกปีกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะออกมาประกาศกติกาเรื่องนี้ว่า องค์กรนิสิต นักศึกษาทุกสถาบัน ต้องเสนอขออนุมัติโครงการจัดกิจกรรมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยจะจัดกิจกรรมได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว และเป็นไปโดยความสมัครใจเท่านั้น ห้ามรับน้องนอกสถานที่ ห้ามมีของมึนเมา ห้ามละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ทางเพศ หรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย
มาตรการดังกล่าว เป็นเพียงข้อห้ามที่เป็นหลักปฏิบัติที่ประกาศทุกปี แต่ก็ยังมีสถาบันการศึกษาจัดกิจกรรมรับน้องรุนแรงเกินเหตุให้เห็นทุกปีเช่นกัน แม้จะไม่เป็นข่าวแต่ก็ปรากฏให้เห็นจากสื่อออนไลน์ สถาบันที่ปล่อยให้เกิดเหตุดังกล่าวมักจะออกมาอ้างว่ากิจกรรมที่อนุญาตให้จัดคือ รับน้องตามประเพณี ประชุมเชียร์ แต่เรื่องกิจกรรมรุนแรงเกินเหตุออกนอกลู่นอกทางเป็นเรื่องที่ควบคุมดูแลได้ยาก และมักจะเป็นไปตามความสมัครใจของนักศึกษาใหม่หรือเฟรชชี่เอง
กรณีดังกล่าว อธิบายได้อีกว่าหลายสถาบันยึดถือระบบโซตัส (Sotus) ระบบหนึ่งของการฝึกนักศึกษาที่ส่งทอดกิจกรรมจากนักศึกษารุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง พบในสถาบันอุดมศึกษาแทบทุกสถาบัน ทั้งที่แต่ละแห่งมีนโยบายอย่างชัดเจนว่าไม่สนับสนุนระบบนี้แต่ก็ยังพบอย่างแพร่หลาย บางครั้งก็ได้รับการสนับสนุนเป็นการส่วนตัวจากอาจารย์ที่ยึดมั่นในระบบนี้ ปล่อยให้จัดกิจกรรมขึ้น
เฟรชชี่แทบทั้งหมดเมื่อเข้ามาสู่รั้วสถาบันใหม่ อยู่ในช่วงดีใจที่ได้เรียนตามที่วาดหวังไว้ ต้องการการยอมรับจากสถานที่ใหม่ ไม่อยากถูกมองอย่างแปลกแยก จึงยอมโอนอ่อนให้กับรุ่นพี่เท่าที่จะอดทนได้ ไม่กล้าร้องเรียนเมื่อถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคลจากกิจกรรมนี้







