posttoday

มมร จัดประชุม ฉลองชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

12 พฤษภาคม 2556

พระราชบัณฑิต รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พระอาจารย์ ดร.อนิล ศากยะ ธมฺมสากิโย รักษาการอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชและคณาจารย์ที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวการประชุมสมาคมมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติ ครั้งที่

พระราชบัณฑิต รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พระอาจารย์ ดร.อนิล ศากยะ ธมฺมสากิโย รักษาการอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชและคณาจารย์ที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวการประชุมสมาคมมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2556 ณ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ว่ามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยร่วมกับสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติ ได้จัดการประชุมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติ ครั้งที่ 3 ขึ้น ภายใต้หัวข้อหลัก คือ “พุทธศาสน์ศึกษา คือ ชีวิตศึกษา (Buddhist Education, Life Education)” ณ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ระหว่างวันที่ 1618 พ.ค. 2556 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ทรงเจริญพระชันษา 100 ปี (วันที่ 3 ต.ค. 2556) พร้อมกันนั้นได้จัดให้มีพิธีประสาทปริญญาในวันที่ 19 พ.ค. ด้วย

ในการนี้จะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 500 รูป/คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากสถาบันที่เป็นสมาชิกและมิได้เป็นสมาชิกของสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติ 40 สถาบัน จาก 16 ประเทศ และนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาอื่นๆ ด้วย

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ 1 ใน 2 ของประเทศไทย โดยได้รับการสถาปนาเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2436 เปิดสอนระดับอุดมศึกษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2488 และเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2498 มีการวางศิลาฤกษ์สร้างตึกสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยบริเวณด้านหลังอุโบสถคณะรังษี ในวัดบวรนิเวศวิหาร ปัจจุบันย้ายที่ตั้งไปอยู่ที่ ต.ศาลายา จ.นครปฐม

สมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติตั้งขึ้นตามมติที่ประชุมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาท จาก 8 ประเทศ ณ เมืองพุกาม ประเทศเมียนมาร์ เมื่อเดือน มิ.ย. 2550 และจดทะเบียนชื่อว่า Association of Theravada Buddhist Universities โดยมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาท 20 สถาบันเป็นสมาชิก พระอชิน ญาณิสสรมหาเถร (ชาวพม่า) นายกสภาสถาบันพระพุทธศาสนานานาชาติสตะกู เป็นประธาน

อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นรองประธาน โดยมีสำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ที่สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

เมื่อเป็นสมาคมแล้ว ได้จัดให้มีการประชุมครั้งแรกที่เมืองโปปา พุกาม ครั้งที่ 2 ที่เมืองสะกาย มัณฑะเลย์ และในช่วงเวลานั้นมีการประชุมย่อย 2 ครั้ง ที่กรุงเทพฯ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ทรงพระเจริญพระชันษา 96 ปี ในปี พ.ศ. 2551 และ 97 ปี ในปี พ.ศ. 2552 ที่ควรบันทึกไว้คือ การประชุมปี พ.ศ. 2551 นั้น ใช้ภาษาบาลีเป็นสื่อในการประชุม นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและในโลก

การประชุมครั้งที่ 3 ภายใต้หัวเรื่อง “พุทธศาสน์ศึกษา คือชีวิตศึกษา” ระหว่างวันที่ 1618 พ.ค. 2556 ณ อาคารสุชีพ ปุญญานุภาพ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ต.ศาลายา จ.นครปฐม จัดขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในโอกาสทรงเจริญพระชันษา 100 ปี วันที่ 3 ต.ค. 2556

การที่ตั้งหัวข้อประชุม “พุทธศาสน์ศึกษา คือ ชีวิตศึกษา (Buddhist Education, Life Education)” เพื่อสะท้อนว่า การศึกษาโดยอุดมการณ์ถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนามนุษยชาติ ที่สามารถเปลี่ยนมนุษย์จากเด็กผู้ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ สู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะและมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมโดยรวม แต่ในปัจจุบันไม่ว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือประเทศที่กำลังพัฒนา กลับปรากฏว่าการศึกษาแทนที่จะเป็นสิ่งท้าทายความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ แต่กลายเป็นเพียงรูปแบบการให้ความรู้ที่ไร้ชีวิตชีวาโดยผู้บริหารและผู้สอนต่างก็ทำหน้าที่ให้เสร็จไปในแต่ละวันเท่านั้น ทั้งๆ ที่คำว่า “การศึกษา” (Education) ในภาษาอังกฤษ หมายถึง “การนำหรือดึงออกมา” ซึ่งหมายความว่า“การศึกษาเป็นกระบวนการที่จะดึงศักยภาพแห่งการเรียนรู้และเข้าใจของผู้เรียนออกมา กระตุ้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และเข้าใจสภาวะที่แท้จริงที่อยู่ภายในจิตใจของมนุษย์ เสมือนหนึ่งความหิวกระหายที่เป็นภาวะแท้จริงแห่งร่างกายมนุษย์”

ส่วนการประชุมทางวิชาการภายใต้หัวข้อหลัก “พุทธศาสน์ศึกษา คือ ชีวิตศึกษา” (Buddhist Education, Life Education) ได้จัดให้มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) 5 กลุ่ม โดยมีหัวข้อดังนี้

(1) การจัดทำหลักสูตรมาตรฐานสาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษา (Making Standard Buddhist Curriculum)

(2) การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในการสอนพระพุทธศาสนา (Effective Communication in Teaching Buddhism)

(3) การจัดทำหลักสูตรการสอนสมาธิในพระพุทธศาสนา (Making Syllabi in Buddhist Meditation)

(4) พระพุทธศาสนากับประชาคมอาเซียน (Buddhism and ASEAN Community) และ

(5) ศึกษาพระไตรปิฎกภาษาบาลีอดีตและปัจจุบัน (Pali Tipitaka Studies Then and Now) (อภิปรายเป็นภาษาบาลี)

ในปี พ.ศ. 2558 ประชาชาติอาเซียน 10 ประเทศ จะรวมกันเป็นหนึ่งประชาคม ภายใต้เสาหลัก 3 ประการ คือ (1) เสาหลักด้านการเมืองและความมั่นคง (ASEAN Political-Security Community--APSC) (2) เสาหลักด้านเศรษฐกิจ (ASEAN Economic Community--AEC) (3) เสาหลักด้านสังคมและวัฒนธรรม (ASEAN SocioCultural Community--ASCC) พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ถือว่าเป็นอัตลักษณ์หนึ่งของประชาคมอาเซียน

ดังนั้น สมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาท (สมพถ) จึงดำเนินการให้สอดคล้องกับเสาหลักแห่งประชาคมอาเซียน ด้วยการจัดการศึกษาวิชาพุทธศาสน์ศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ร่วมกับประเทศอื่นอีก 4 ประเทศ คือ บังกลาเทศ อินเดีย เนปาล และศรีลังกา จึงคาดหวังว่าการจัดประชุมครั้งนี้ จะเป็นก้าวแรกที่จะสร้างหลักสูตรในสาขาวิชาพุทธศาสน์ศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียนบวก 4 (ASEAN+4) ซึ่งมิใช่จะเป็นเพียงการตอบโจทย์นโยบายอาเซียนเท่านั้น แต่จะเป็นการลงมือปฏิบัติเพื่อดึงประเทศอาเซียนบวก 4 (ASEAN+4) ให้มาทำงานร่วมกันเพื่อให้การศึกษาพระพุทธศาสนาเดินไปในทิศทางเดียวกันกับ “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21”

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง