
สาวไส้"พานแว่นฟ้า"วรรณกรรมเปื้อนสี
โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
ปรากฏการณ์คณะกรรมการสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย 14 คน พาเหรดลาออกจากกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมการเมือง “พานแว่นฟ้าแห่งรัฐสภาไทย” ครั้งที่ 12 ปี 2556 นำมาสู่ข้อครหากระฉ่อนแวดวงวรรณกรรมว่า “ฟ้าสีแดง” ผ่องอำไพกำลังปกคลุมรางวัลอันทรงเกียรตินี้
เพราะก่อนหน้ามีการแต่งตั้งนักเขียน “อุดมการณ์แดง” เข้ามาในคณะกรรมการหลายคน ทั้ง ไม้หนึ่ง ก.กุนที วาด รวี วัฒน์ วรรลยางกูร ทองธัช เทพารักษ์ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ จากนั้น วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนนวนิยายซีไรต์ จุดประเด็นผ่านเฟซบุ๊กว่า คนกลุ่มนี้ที่นั่งในคณะกรรมการกำลังผลักดันให้รางวัลพานแว่นฟ้าพุ่งถึง 1 ล้านบาท จึงหนีไม่พ้นข้อครหา กรรมการแดงชงเงินรางวัลให้วรรณกรรมฝ่ายแดง
หนึ่งในคณะกรรมการ “พานแว่นฟ้า” ฝ่ายเสื้อแดงรายหนึ่งแจงข้อครหาว่า กรณีวิมลนำมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง เพราะคณะกรรมการเคาะเกณฑ์รางวัลพานแว่นฟ้ายอดเยี่ยมปี 2556 สูงขึ้นเป็นเงิน 1 แสนบาท (จากเดิมอยู่ที่ 6 หมื่นบาท) แต่ไม่ใช่ 1 ล้านบาท อีกทั้งเงินรางวัลที่เพิ่มมากขึ้นยังสมเหตุสมผล เพราะผลงานยอดเยี่ยมนั้นรัฐสภามีกรรมสิทธิ์มากขึ้นในการเผยแพร่ มีสิทธิที่จะดัดแปลงเป็นภาพยนตร์สั้น บทเพลง สารคดี บทละคร ละครวิทยุ หรือสื่ออื่นๆ ภายในระยะเวลา 3 ปี นับจากวันประกาศผลการตัดสิน
“แต่หากปีต่อไปจะเพิ่มเงินรางวัลขึ้นเป็น 1 ล้านบาทจริงก็เห็นด้วย หากผลงานเรื่องสั้นหรือบทกวีนั้นๆ มีคุณภาพสมควรคุณค่าแก่รางวัล
...เรากำลังก้าวสู่ความเป็นเมืองแห่งหนังสือโลก อยากให้สถิติการอ่านหนังสือของคนไทยเพิ่มสูงขึ้น แต่กลับไม่พัฒนาวงการวรรณกรรมให้ก้าวหน้า ไม่ส่งเสริมวิชาชีพ ‘นักเขียน’ ให้สามารถประกอบอาชีพนี้และมีชีวิตอยู่ได้จริง ดังนั้นเราต้องการยกระดับรางวัลพานแว่นฟ้าให้เป็นสถาบันที่สร้างประโยชน์ให้กับชีวิตนักเขียนบ้าง โดยไม่ได้มีเรื่องสีเสื้อเข้ามาเกี่ยวข้อง” กรรมการรายนี้ระบุ
ที่สำคัญเขาย้ำว่า หลักเกณฑ์การเพิ่มเงินรางวัล 1 แสนบาทผ่านการประชุมตั้งแต่ก่อนคณะกรรมการสมาคมนักเขียนฯ ลาออกถือว่าผ่านการเห็นชอบจากทุกฝ่าย
ถึงกระนั้น เมื่อวันที่ 3 พ.ค. อันเป็นการประชุมที่คณะกรรมการสมาคมนักเขียนฯ เข้าร่วมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนลาออก มีเสียงชี้แจงจากสมาคมนักเขียนฯ ที่ยังถือว่าคลุมเครือไม่ชัดเจน
“ในด้านหลักการเห็นด้วย เพราะไม่แตกต่างจากเดิม เป็นการเพิ่มเติมรายละเอียดบางส่วนเข้ามาเท่านั้นเอง แต่ในด้าน ‘วิธีปฏิบัติ’ นั้น ไม่สอดคล้องกัน และเพื่อให้การดำเนินการรางวัลพานแว่นฟ้าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐสภา ทางกรรมการ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยจึงมีมติลาออกทั้งหมด” เจน สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนฯ แจงสาเหตุลาออกอย่างกว้างให้ตีความได้หลายทิศทาง
กรรมการเสื้อแดงชี้เหตุลาออกของคณะกรรมการสมาคมนักเขียนฯ ว่าเป็นเพราะรับไม่ได้กับนโยบาย...ห้ามกรรมการพานแว่นฟ้าเป็นกรรมการตัดสินรางวัลอื่น อันนำมาซึ่งการถอนตัวจากคณะกรรมการอย่างที่เห็น
“กรรมการหลายคนนั่งควบเก้าอี้กรรมการหลายชุด ทั้งพานแว่นฟ้า รางวัลซีไรต์ นายอินทร์อะวอร์ด จึงเกิดคำถามว่ามีเวลาในการตัดสินหรือไม่ หรือได้อ่านงานอย่างถี่ถ้วนหรือไม่ การร่างกฎกติกาของคณะกรรมการพานแว่นฟ้าครั้งนี้ครบรอบ 12 ปี จึงเห็นว่าควรเพิ่มคุณภาพขององค์กรจัดการประกวด ยกระดับความก้าวหน้าของคณะกรรมการให้ทุ่มเทกับการตัดสินรางวัลพานแว่นฟ้าอย่างเต็มที่ ดังนั้นผู้ใดที่เป็นกรรมการพานแว่นฟ้าต้องไม่เป็นกรรมการชุดอื่น”
กรรมการผู้นี้กล่าวด้วยว่า ภายใน 2 สัปดาห์เชื่อว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แทนที่คณะกรรมการจากสมาคมนักเขียนฯ ที่ถอนตัวจากการตัดสินรางวัลครั้งนี้ โดยคาดว่าจะมีการดึงคณะอนุกรรมการอ่านและกลั่นกรองงานเขียน 13 คน ที่มีการแต่งตั้งเป็นพิเศษก่อนหน้านี้
อาทิ รศ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปราบดา หยุ่น นักเขียนรางวัลซีไรต์ คำสิงห์ ศรีนอก หรือ ลาว คำหอม ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ฯลฯ เข้ามาเป็นคณะกรรมการแทน 14 คนที่ลาออกไป







