
เมย์เดย์
ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับวันแรงงานสากล (May Day) วันเดียวที่ชนชั้นผู้ใช้แรงงานจะออกมาแสดงพลังร่วมกันให้โลกในระบบตลาดเสรีได้เห็นและได้ยินเสียงของพวกเขา ซึ่งอยู่ในเงาเบื้องหลังสินค้าและบริการชั้นนำหลายแบรนด์ทั่วโลก
ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับวันแรงงานสากล (May Day) วันเดียวที่ชนชั้นผู้ใช้แรงงานจะออกมาแสดงพลังร่วมกันให้โลกในระบบตลาดเสรีได้เห็นและได้ยินเสียงของพวกเขา ซึ่งอยู่ในเงาเบื้องหลังสินค้าและบริการชั้นนำหลายแบรนด์ทั่วโลก
เมื่อวานนี้มีการเดินขบวนกันในหลายประเทศ โดยเฉพาะในฝั่งเอเชียที่ถือเป็นโรงงานผลิตของโลก ทว่าไฮไลต์เด่นๆ ไม่ได้อยู่ที่โรงงานหมายเลข 1 อย่างจีน แต่เป็นอินโดนีเซีย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคน
งานนี้เรียกว่าเป็นการเดินขบวนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี โดยสื่อท้องถิ่นอย่าง จาการ์ตา โกลบ นั้นให้ตัวเลขผู้ร่วมชุมนุมถึง 1.35 แสนคน และต้องใช้กำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยในกรุงจาการ์ตามากกว่า 2.5 หมื่นคนเลยทีเดียว
ปัญหาที่แรงงานอินโดนีเซียส่วนใหญ่เรียกร้องนั้น นอกจากการขอขึ้นค่าแรงและสวัสดิการเพิ่มเหมือนในหลายประเทศ ก็คือความไม่เป็นธรรมของการจ้างงานแบบเอาต์ซอร์ส ซึ่งไม่ได้รับการคุ้มครองและสิทธิประโยชน์เหมือนกับพนักงานทั่วไป กลายเป็นช่องโหว่ที่หลายบริษัทนิยมใช้เพื่อลดต้นทุนให้ต่ำลง
นอกจากอินโดนีเซียแล้ว ก็ยังมีการเดินขบวนอีกในหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ มีการชุมนุมราว 8,000 คน โดยเน้นขอขึ้นค่าแรงและปรับสวัสดิการของสัญญาจ้างแบบคอนแทกต์ให้ดีขึ้น ส่วนในกัมพูชา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรงงานทอผ้าของโลกนอกจากบังกลาเทศ ก็มีการเดินขบวนของคนงานโรงงานราว 5,000 คนในกรุงพนมเปญ เพื่อขอขึ้นเงินเดือนจาก 80 เหรียญสหรัฐเป็น 150 เหรียญสหรัฐ
ขณะที่ในไต้หวัน มีผู้ออกมาชุมนุมนับหมื่นคน ส่วนใหญ่ประท้วงแผนการปฏิรูปของรัฐบาลที่จะลดเงินบำเหน็จบำนาญเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ ส่วนปัญหาของกลุ่มคนมีรายได้ต่ำนั้น ก็กำลังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทางสังคมไปด้วย ทำให้คนหนุ่มสาวไม่สามารถแยกตัวออกไปอยู่ลำพังได้ ต้องอยู่กับครอบครัวเพื่อประหยัดรายจ่าย และคนจำนวนมากยังมุ่งทำงานเก็บเงินจนต้องแต่งงานกันช้าลง
โดยส่วนใหญ่แล้ว แรงงานทั่วโลกต่างก็ต้องการขึ้นค่าแรงและสวัสดิการให้ดีขึ้น ทว่าความเป็นไปได้นั้นกลับดูจะไม่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากตัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอย่างยุโรป สหรัฐ และจีน ซึ่งยังไม่ได้เห็นการฟื้นตัวอย่างแท้จริงนัก ภาคธุรกิจทั่วโลกจึงยังระวังตัวกันต่อไป จะมีก็แต่ตลาดหุ้นและตลาดทุนที่วิ่งขึ้นเพียงด้านเดียว
ได้แต่หวังว่าเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเต็มที่จริงแล้ว ชนชั้นแรงงานจะไม่ได้ยินข้ออ้างของการถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีก







