posttoday
กมธ.สภาฯจี้ธปท.ลดดอกเบี้ยช่วยผู้ประกอบการ

กมธ.สภาฯจี้ธปท.ลดดอกเบี้ยช่วยผู้ประกอบการ

01 พฤษภาคม 2556

​แบงก์ชาติ แจงกมธ.สภาฯ ยันพิจารณารอบด้าน ​อุบไต๋มาตรการพิเศษ ก.คลัง เร่งชำระหนี้ต่างประเทศช่วยอีกทาง

แบงก์ชาติ แจงกมธ.สภาฯ  ยันพิจารณารอบด้าน ​อุบไต๋มาตรการพิเศษ  ก.คลัง เร่งชำระหนี้ต่างประเทศช่วยอีกทาง 

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการเงิน การคลังการธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเรื่องการติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการแข็งตัวของค่าเงินบาท  โดยนายไชยยา ​พรหมา ประธานคณะกมธ. ได้ตั้งข้อสังเกตถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในประเทศที่สูงกว่าประเทศจนทำให้เกิดช่องว่าง และเป็นปัจจัยให้เกิดเงินไหลเข้ามาเก็งกำไรในระยะสั้น  จึงอยากถามว่ามียอดเงินไหลเข้ามาเท่าไหร่   และทางธปท.​มีแนวโน้มที่จะปรับลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เดือดร้อนโดยเฉพาะเอ็สเอ็มอีหรือไม่ หรือมีมาตรการอื่นๆ ที่จะบรรเทาความเดือดร้อนหรือไม่ ​  

นางจันทรวรรณ​ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่า ​ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเนื่องปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ​ โดยปัจจัยภายในคือเรื่องข่าวดีทั้งการปรับประมาณการทางเศรษฐกิจ สอดรับกับข่าวครม.อนุมัติพ.ร.บ.กู้เงิน 2  ล้านล้านบาท  ขณะที่ปัจจัยภายนอกประเทศเรื่องการออกมาตรการผ่อนคลายของญี่ปุ่น ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ สำหรับเงินที่ไหลเข้าประเทศส่วนหนึ่งมาจาก ปัญหาของประเทศในภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นปัญหาคาบสมุทรเกาหลี หลายประเทศขาดดุลแฝด ​โดยตั้งแต่ปีที่แล้วค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้น  4 % ​

ทั้งนี้ มีเงินไหลเข้าจากต่างประเทศเข้ามา 1.5 แสนล้านบาท เทียบกับปีที่แล้วเข้ามา 7.5  แสนล้านบาท  ซึ่งการที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ก็ต้องมองว่าประเทศไทยมีความชื่อมั่น แต่ก็อาจจจะเป็นการตอบรับข่าวดีที่เร็วเกินไป​ จนทำให้หลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่องค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นเรื่อย ส่วนเรื่องประเด็นดอกเบี้ยนโยบายก็หนึ่งในมาตรการทางเลือกที่ธปท.​ จะได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ในการพิจารณาความเหมาะสม โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินก็จะพิจารณาในเรื่องประเด็นเศรษฐกิจประกอบด้วย โดยขณะนี้เร่ิมมีสัญญาณชะลอตัว ส่วนมาตรการอื่นๆ นั้นหากเปิดเผยออกไปก่อนก็อาจจะทำให้ตลาดปรับตัวรอรับไปก่อนได้ จึงขอให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการ​ผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้พิจารณานำออกมาใช้ ​

ด้าน นางอลิศรา มหาสันทนะ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า  ต่างชาติที่เข้ามาซื้อพันธบัตรมีทั้งระยะสั้นและ​ระยะยาว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นระยะยาวเฉลี่ย 4-5 ปี  ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเน้นลงทุนระยะยาวมากกว่าจะลงทุนแบบเข้าเร็วออกเร็ว​​

นายเอกนิิติ นิติทัณฑ์ประภาศ​ รองผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ชี้แจงว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นใน 2  ช่วงสำคัญคือ 1.ช่วงแรก  2 ม.ค.  ที่ลดลงจาก 30.6 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ลงไปเหลือ 29.7 บาท เนื่องจากเรื่องหน้าผาการคลังของสหรัฐที่คลี่คลาย จนทำให้เงินไหลไปยังตลาดเกิดใหม่ และ  2.   วันที่ 4 เม.ย. ญี่ปุ่นเปลี่ยนตัวผู้ว่าธนาคารกลางและเปลี่ยนนโยบายตั้งเป้าเงินเฟ้อจากติดลบ มาเป็นบวก 2 % ในสองปี ซึ่งทำให้ไทยกลายเป็นที่น่าสนใจของของการลงทุนและมีความเสี่ยงน้อย

อย่างไรก็ตาม เงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาในประเทศไทย เข้ามาใน 4 ทางคือ 1.ดุลบัญชีเดินสะพัด ที่เกินดุล 3.6 หมื่นล้านบาท   2. เงินลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) 2.1 หมื่นล้านบาท  3. พอร์ตฟอลิโอ ซึ่งในส่วนของหุ้น ต่างชาติยังขายสุทธิ แต่ พันธบัตร เข้ามาสูง 1.37 แสนล้านบาท  ซึ่งถือว่าเข้ามาเยอะมาก  และ 4.เงินกู้อื่นๆ ทั้ง การซื้อพันธบัตรอ้างอิงเงินเฟ้อ  2 หมื่นล้าน บาท หรือธนาคารพาณิชย์ กู้เงิน ต่างประเทศ​ 6 หมื่นล้านบาท

นายเอกนิติ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเงินไหลเข้านั้นนอกจากที่ ธปท. จะเข้าไปอินเทอร์วีน ซึ่งจะต้องมีต้นทุนในการดำเนินการแล้ว อีกส่วนหนึ่ งกระรวงการคลัง ยังได้หาทางเร่งชำระหนี้ต่างประเทศก่อนครบกำหนด ซึ่งรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจมีหนี้อยู่ 3.8 แสนล้านบาท แต่บางส่วนเป็นหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่มีสัญญาไม่สามารถกู้เงินก่อนครบกำหนดได้ แต่หนี้ของกระทรวงการคลัง ซึ่งเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ได้ชำระหนี้ไจก้าไปแล้ว 1.3 หมื่นล้านบาท และเตรียมที่จะชำระเพ่ิม 2.2 หมื่นล้านบาทในส่วนที่รัฐบาลกู้

ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ค่าเงินบาทผันผวนมาก โดย 2-3 วันที่ผ่านมา ปรับตัว 30-40 สตางค์​ ทำให้ให้ ราคาทองคำขยับตัว เพ่ิม 200-300 บาทต่อบาททองคำ จึงอยากให้ธปท.ช่วยดูแลค่าเงินบาท ไม่ให้ผันผวนมากเกินไป

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่