
ประมงพื้นบ้านประท้วงเรือคราดหอย
ชาวประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์ฮือประท้วงเรือคราดหอยลายทำประมงเขตห่วงห้าม
ชาวประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์ฮือประท้วงเรือคราดหอยลายทำประมงเขตห่วงห้าม
ชาวประมงชายฝั่งจาก ต.เขาแดง อ.กุยบุรี ต.บ่อนอก ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 300 คน นำโดยนายปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมชาวประมงพื้นบ้าน บ้านทุ่งน้อย ต.เขาแดง อ.กุยบุรี ชุมนุมที่บริเวณสะพานปลา หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เรียกร้องให้ดำเนินคดีกับนายทุนขั้นเด็ดขาด พร้อมยื่นหนังสือต่อนายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ เร่งปราบปรามเรือคราดหอยลายของกลุ่มผู้มีอิทธิพลลักลอบทำการประมงพื้นที่หวงห้าม ทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบกับอาชีพและเครื่องมือทำการประมงพื้นบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก
นายประจวบ เจี้ยงยี่ หัวหน้าหน่วยบริหารจัดการพื้นที่ประมงอ่าวน้อย สำนักงานประมง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมาได้ทำการจับุกุมเรือคราดหอยลายชื่อเรือ "โชคสกุลทอง " ในพื้นที่ชายฝั่ง อ.กุยบุรี ได้ผู้ต้องหา 4 รายประกอบด้วย นายบัญชี มูลเขียน ไต๋เรือ ส่วนลูกเรือ 3 ราย คือ นายอนันต์ คล่อมจิตร นายณรงค์พร ท่ากระโทก และ นายสุทัศน์ ชุ่มจิตร ทั้งหมดอยู่ที่ ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้งเคยถูกจับกุมในดคีเดียวกันโดยทำการประมงในเขตหวงห้ามเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมามีโทษจำคุก 2 เดือนโทษจำคุกรอลงอาญาปรับผู้ต้องหารายละ 4,000 บาท
นายประจวบ กล่าวอีกว่า หลังจากจับกุมครั้งนี้จะต้องแนบบันทึกคำสั่งศาลเสนอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป ซึ่งคดีนี้มีแนวโน้มที่ศาลอาจจะมีคำสั่งให้ยุดเรือประมง เพราะเป็นการกระทำความผิดซ้ำซาก สำหรับการดำเนินการจับกุมยอมรับว่าทำได้ยากมากเนื่องจากต้องเข้าจับกุมทันทีขณะที่ผู้ต้องหากระทำความผิด ดังนั้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ที่เรือคาดหอยลายเข้าไปลักลอบทำการประมงแจ้งเบาะแส
ด้านนายปิยะ นายกสมาคมชาวประมงพื้นบ้านทุ่งน้อย กล่าาวว่า เรือคราดหอยลายบางลำมีการจับกุมไม่น้อยกว่า 5 ครั้ง บางครั้งไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานไม่มีความพร้อม และการจับกุมผู้ต้องหารายล่าสุดซึ่งมีโทษจำคุกรอลงอาญา และถูกดำเนินคดีซ้ำ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะดำเนินการเฉียบขาดหรือไม่ ขณะที่ชาวบ้านมีการฟ้องเรียบกค่าเสียหายกว่า 150,000 บาท จากการคราดหอยลาย แต่เจ้าของเรือที่มีความผิดต่อรองจะจ่ายเพียง 60,000 บาทเท่านั้น







