
ซีพีเอฟซุ่มผุดฟู้ดส์คอมเพล็กซ์
ทุ่มกว่าหมื่นล้านรวม6โรงงานผลิตมุ่งอาหารครบวงจรชิงตลาดในนอกซีพีเอฟผุดฟู้ดส์คอมเพล็กซ์ทุ่ม1หมื่นล้านสร้าง6โรงงาน
ทุ่มกว่าหมื่นล้านรวม6โรงงานผลิตมุ่งอาหารครบวงจรชิงตลาดในนอกซีพีเอฟผุดฟู้ดส์คอมเพล็กซ์ทุ่ม1หมื่นล้านสร้าง6โรงงาน
ซีพีเอฟ จ่อทุ่มไม่ต่ำหมื่นล้าน ผุดฟู้ดส์คอมเพล็กซ์รวม 6 โรงงาน ผลิตอาหารครบวงจร เร่งขยายกำลังผลิตไส้กรอก อาหารพร้อมทาน 2.3 แสนตันบุกอาเซียน 4ปีกวาด 2หมื่นล้านบาท
นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข รองกรรมการผู้จัดการบริหารด้านธุรกิจอาหารสำเร็จรูป บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไส้กรอกซีพี เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผนสร้างฟู้ดส์คอมเพล็กซ์ หรือโรงงานผลิตอาหารแปรรูปทุกกลุ่มเพื่อให้ครบวงจร โดยเตรียมก่อสร้างโรงงานทั้งหมด 6 โรงงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท สำหรับการสร้างฟู้ดส์คอมเพล็กซ์ 6 โรงงาน แบ่งเป็นการขยายธุรกิจใหม่ ได้แก่ 1.โรงงานผลิตขนมหวาน 2.โรงงานซุป 3.โรงงานซอส เพื่อทำให้สินค้าครอบคลุมทุกตลาด จากเดิมที่รายได้หลักมาจากกลุ่มไส้กรอกสัดส่วน 60% และกลุ่มอาหารพร้อมรับประทานสัดส่วน 40% ขณะที่อีก 3 โรงงาน จะเป็นการเพิ่มกำลังผลิตจากธุรกิจเดิม คือ 4.โรงงานผลิตไส้กรอก 5.โรงงานแฮม และ 6.โรงงานอาหารพร้อมรับประทาน
ทั้งนี้ การสร้างฟู้ดส์คอมเพล็กซ์ดังกล่าว ส่วนหนึ่งยังเพื่อรองรับกับตลาดในประเทศที่เติบโตและแผนขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558
“บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินย่านมหาชัย แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปรายละเอียดได้ โดยบริษัทต้องการสร้างฟู้ดส์คอมเพล็กซ์ที่รวม 6 โรงงานบนพื้นที่แห่งเดียวกัน พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้า” นายสุขวัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมขยายกำลังผลิตสินค้า 3 โรงงาน ที่หนองจอก สระบุรี และแปดริ้ว จากเดิมมีกำลังการผลิตรวมกว่า 1.7 แสนตันในปีนี้ เพิ่มเป็นเกือบ 2.3 แสนตันในปี 2560 โดยแบ่งเป็นกำลังผลิตไส้กรอกเพิ่มจาก 1.3 แสนตัน เป็น 1.5 แสนตัน อาหารพร้อมรับประทานเพิ่มจาก 3.5 หมื่นตัน เป็น 5.5 หมื่นตัน และโรงงานแปรรูปเนื้อหมูจาก 9,500 ตัน เป็น 1.8 หมื่นตัน
นายสุขวัฒน์ กล่าวว่า แผนการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีความพร้อมที่จะรุกตลาดอาเซียน โดยบริษัทจะใช้แบรนด์ซีพีเป็นหัวหอกการบุกตลาด และเน้นทำตลาดในภูมิภาคอินโดจีน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มทดลองนำสินค้าแบรนด์ซีพีไปจำหน่ายที่ประเทศลาวและพม่าแล้ว
สำหรับแนวโน้มการแข่งขันในตลาดอาเซียนหลังการเปิดเออีซี มองว่าแบรนด์สินค้าจากต่างประเทศจะเป็นคู่แข่งขันโดยตรงมากกว่าแบรนด์สินค้าท้องถิ่น ซึ่งในอีก 4 ปีนับจากนี้ ซีพีเอฟตั้งเป้ารายได้จากต่างประเทศและในประเทศในสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 50:50 จากปัจจุบันที่รายได้ต่างประเทศยังน้อยมาก รวมทั้งเตรียมส่งออกข้าวกล่องสำเร็จรูปไปจำหน่ายด้วย
ขณะเดียวกัน การขยายกำลังการผลิตไส้กรอกที่โรงงานหนองจอก ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 6 หมื่นตันนั้น ใช้งบลงทุนรวม 1,500 ล้านบาท พร้อมทั้งวางแผนทุ่มงบการตลาดในปีนี้ 200 ล้านบาท สำหรับทำตลาดเชิงรุกผลิตภัณฑ์ไส้กรอก ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความถี่ในการบริโภคของลูกค้าเป็น 12 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อคน
นายสุขวัฒน์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดไส้กรอกมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท มีอัตราการเติบโต 10% แบ่งเป็นตลาดไส้กรอกระดับบนสัดส่วน 50% และไส้กรอกระดับกลางและล่าง 50% ขณะที่ผลประกอบการของซีพีเอฟปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 30% หรือมีรายได้เพิ่มจาก 9,000 ล้านบาทในปี 2555 เป็น 1.2 หมื่นล้านบาทในปีนี้ และส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 20% เป็น 25% ส่วนปี 2560 ตั้งเป้ารายได้รวมแตะระดับ 2 หมื่นล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะมาจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ







