พระธรรมวิมลโมลี เพชรเม็ดงามของคณะสงฆ์ที่จากไป
พระธรรมวิมลโมลี เมื่อยังมีชีวิต เป็นพระเถระที่สร้างคุณูปการต่อคณะสงฆ์
พระธรรมวิมลโมลี เมื่อยังมีชีวิต เป็นพระเถระที่สร้างคุณูปการต่อคณะสงฆ์ ดังเพชรเม็ดงาม ส่องประกายในสังฆมณฑล เมื่อท่านต้องจากไปโดยที่ไม่มีใครคาดคิด แม้จะรู้ว่าสังขารเป็นของไม่เที่ยง จึงเป็นที่อาลัยทุกฝ่าย ไม่ว่าพระสงฆ์หรือคฤหัสถ์
ทันทีที่ทราบข่าวการมรณภาพของพระธรรมวิมลโมลี (รุ่น ธีรปญฺโญ ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ พระอารามหลวง เมื่อบ่ายวันที่ 7 เม.ย. 2556 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ. 9 Ph.D.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม บอกกับผู้เขียนว่าเสียดาย และอาลัยเป็นอย่างยิ่ง ที่พระธรรมวิมลโมลีจากไปก่อนวัยอันสมควร เป็นการสูญเสียพระเถระที่เป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่ และคุ้มครองพระพุทธศาสนารูปหนึ่ง
ผลงานที่เจ้าประคุณสมเด็จฯ ประทับใจ คือการที่พระธรรมวิมลโมลีสามารถรับลูกและส่งต่องานที่สมเด็จฯ ริเริ่มไปยังพระสงฆ์ และประชาชนระดับต่างๆ ที่ท่านปกครองอยู่ เช่น นำพระสังฆาธิการจากภาค 17 มาฝึกอบรมวิปัสสนากรรมฐานที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมโมลี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ก่อให้เกิดการตื่นตัวในการปฏิบัติภาวนา จนเป็นกระแสที่ปฏิบัติกันทั้งพระและฆราวาสในภาคใต้ มิใช่เฉพาะในเขตภาค 7 แต่ยังขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียงในภาคอื่นๆ อีก และเป็นกำลังสำคัญในการร่วมก่อตั้งสถานีวิทยุโทรทัศน์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย TBC ตามดำริของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ประธานกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติออกอากาศผ่านดาวเทียม ซีแบนด์ ความถี่ 4160 ซิมโบลเรต 3000 แนวรับ แนวตั้ง โดยท่านสนับสนุนการดำเนินการต่อเนื่อง โดยมอบรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ มูลค่า 1.2 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินการผลิตรายการโทรทัศน์แก่สถานีด้วย
สำหรับผู้เขียน ที่เคยสัมภาษณ์ในบางโอกาส ชื่นชมปฏิปทาที่เป็นพระเถระที่เรียบง่าย สมถะและเป็นกันเอง เสมอต้นเสมอปลาย มีวาจากับใจตรงกัน จึงพูดตรงไปตรงมา ทำให้คนฟังได้สติ
สานต่องานหลวงพ่อปัญญานันทะ
ในการเผยแผ่นั้น ต้องบอกว่าท่านเป็นพระที่มีความสามารถในการถ่ายทอดพระธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ผู้ฟังเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้ง่าย สะดวก เหมือนกับท่านยึดวิธีถ่ายทอดของพระพรหมมังคลาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทะอดีตนักเทศนาชื่อดัง และอดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ เป็นหลัก
ฉะนั้น มิใช่แต่เท่านั้น ท่านยังสานต่อปณิธานหลวงพ่อปัญญานันทะได้ทั้งหมด เช่น ศาสนพิธี หรือพิธีศพที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ นั้น ได้เดินตามแบบที่หลวงพ่อปัญญานันทะวางไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ในงานบำเพ็ญกุศลศพ จะเห็นท่านและพระภิกษุที่ฝึกแล้วแสดงพระธรรมเทศนาโปรดญาติโยม 1 กัณฑ์ จากนั้นพระสงฆ์จะสวดพระอภิธรรม 1 จบ เป็นเสร็จพิธีในวันนั้น ท่านยังจัดพิธีทำบุญและแสดงธรรมที่ลานหินโค้งเป็นประจำ การสร้างศาสนทายาท และจัดให้มีการอุปสมบทกุลบุตรที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์เดือนละนับร้อยคนทุกเดือนเว้นช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น
นอกจากนั้น ได้สร้างงานต่างๆ ที่ท่านปัญญานันทะริเริ่มไว้ ได้แก่ สร้างพระอุโบสถกลางน้ำ มอบให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จนสำเร็จเรียบร้อย เพียงแต่ยังมิได้ส่งมอบเท่านั้น
สร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ (ปัญญานันทภิกขุ) อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เรียบร้อย เปิดใช้งานแล้ว สร้างศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุในโรงพยาบาลชลประทาน ซึ่งอยู่ในความดูแลของ มศว ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการสร้างศาลา 100 ปี ปัญญานันทะ ที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ สิ้นค่าใช้จ่ายกว่า 100 ล้านบาท
ผลงานล่าสุดที่สามารถทำความฝันของหลวงพ่อปัญญาให้เป็นจริง คือ ขอยกฐานะวัดชลประทานรังสฤษฎ์ขึ้นเป็นพระอารามหลวงได้สำเร็จ เมื่อปี 2555 และมหาเถรสมาคมมีมติตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวงแห่งนี้เป็นรูปแรก เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2555
พระธรรมวิมลโมลี (รุ่น ธีรปญฺโญ) มรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 7 เม.ย. 2556 ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต รวมสิริอายุ 66 ปี พรรษาที่ 46 ก่อนนั้นท่านเข้ารับการรักษาอาการปอดติดเชื้อที่โรงพยาบาลชลประทาน ในวันที่ 2 ก.พ. 2556 และได้ย้ายไปรักษายังโรงพยาบาลศิริราช กระทั่งมรณภาพในที่สุด
ประวัติย่อ
สำหรับประวัติพระธรรมวิมลโมลี มีนามเดิมว่า รุ่น นามสกุล รักษ์วงศ์ เกิดวันที่ 24 ม.ค. 2490 ที่บ้านลำภายตีน ต.โคกชะงาย อ.เมือง จ.พัทลุง บรรพชาอุปสมบทเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2510 ณ วัดธาราสถิตย์ ต.โคกชะงาย ในปี 2512 สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนคณะจังหวัดตรัง ปี 2523 สอบได้ ป.ธ. 9 สำนักเรียนวัดราชสิทธาราม กรุงเทพมหานคร (กทม.) ปี 2549 สำเร็จการศึกษาศาสนศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กทม.
การปกครอง
ก่อนมาประจำที่วัดชลประทานรังสฤษฎ์ ท่านดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดอรุณราชวราราม ตั้งแต่ปี 2533 และได้ขอลาออกในปี 2537 เพื่อย้ายไปอยู่ ณ วัดชลประทานรังสฤษฎ์ เพื่อบริหารการศึกษาและการเผยแผ่ ตามหนังสืออาราธนาของพระธรรมโกศาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ) เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์
ปี 2539 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ปี 2541 ได้รับพระบัญชาฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะภาค 17
3 ม.ค. 2551 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ (วัดราษฎร์)
30 ส.ค. 2555 มหาเถรสมาคมมีติให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ พระอารามหลวง
สมณศักดิ์
ปี 2527 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ “พระเมธีวราภรณ์”
ปี 2539 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชวิสุทธิโมลี”
ปี 2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ “พระเทพปริยัติเมธี”
ปี 2552 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ “พระธรรมวิมลโมลี”
บำเพ็ญกุศลศพ 100 วัน
การพิธีบำเพ็ญกุศลศพนั้น คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์วัดชลประทานรังสฤษฎ์ พระอารามหลวง ลงมติให้มีพิธีสวดพระอภิธรรมทุกวัน ในเวลา 19.00 น. เป็นเวลา 100 วัน แล้วจะขอพระราชทานเพลิงศพ แต่ละวันจะมีการแสดงพระธรรมเทศนา1 กัณฑ์ ก่อนจะมีการสวดพระอภิธรรม
การที่ท่านจากไปก่อนวัยอันสมควร ถือว่าคณะสงฆ์ไทยสูญเสียกำลังสำคัญ ที่กำลังเปล่งประกายดังเพชรงาม
จึงเป็นที่อาลัยของคณะศิษย์ ผู้ที่คุ้นเคย และผู้บังคับบัญชายิ่งนัก แม้ว่าแต่ละท่านจะซาบซึ้งในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ที่ตรัสเป็นปัจฉิมโอวาทว่า วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทนสมฺปาเทถ แล้วก็ตาม
ขอสุคติและพระนิพพาน จึงเป็นที่หมายของท่านในสัมปรายภพ เทอญ


