
มาเลเซีย
ช่วงนี้ต้องขอรับใช้ท่านผู้อ่านบ่อยๆ เกี่ยวกับมาเลเซียเสียหน่อย เพราะมาเลเซียกำลังจะเลือกตั้งทั่วไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งยังไม่มีการกำหนดวันอย่างแน่นอนหลังยุบสภาไปแล้ว
ช่วงนี้ต้องขอรับใช้ท่านผู้อ่านบ่อยๆ เกี่ยวกับมาเลเซียเสียหน่อย เพราะมาเลเซียกำลังจะเลือกตั้งทั่วไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งยังไม่มีการกำหนดวันอย่างแน่นอนหลังยุบสภาไปแล้ว
มาเลเซียเป็นประเทศที่น่าจับตามอง เพราะกล้าที่จะประกาศกร้าวว่าจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี 2020จะยกระดับอัพเกรดตัวเองเป็นประเทศที่มีประชาชนมีรายได้สูงในปี 2018 และบรรดาภาคธุรกิจของมาเลเซียก็ประกาศลั่นว่าพร้อมลุยอาเซียนเมื่อถึงปี 2015 ที่อาเซียนจะเข้าสู่การเป็นประชาคมร่วมเปิดเสรีทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ประกาศลั่นนโยบายล่อใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เพิ่มระดับการให้บริการสาธารณะ และจะผลักดันให้มาเลเซียขึ้นเป็นสมาชิกหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้จงได้ถ้าหากรัฐบาลได้รับเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง
ถือเป็นนโยบายหาเสียงที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งจากนายราซัค ก่อนหน้านี้ รัฐบาลก็ประกาศนโยบายสารพัดประชานิยมหว่านเงินให้ประชาชนฟรีๆ มาแล้วนับไม่ถ้วน
พูดถึงเรื่องประชานิยม ก็ต้องยกให้มาเลเซียนี่แหละครับ ที่ไม่เป็นหนึ่งรองใครโดยเฉพาะนโยบายภูมิบุตรเลี้ยงดูประชาชนเชื้อสายมาเลย์ราวกับลูกในไส้ ส่วนประชาชนเชื้อสายอื่นๆ ไม่ว่าจีน หรืออินเดีย หรือชนท้องถิ่นในซาราวัค และซาบาห์ ถือว่าเป็นลูกคนอื่นมานานเป็นสิบปี
สิทธิพิเศษที่ให้กับประชาชนเชื้อสายมาเลย์นี่แหละที่นำไปสู่การคอร์รัปชันในรัฐบาลมาเลเซียตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา โครงการอะไรก็ตามที่เป็นของรัฐ ก็มีแต่เชื้อสายมาเลย์ที่ได้ไป รัฐให้สิทธิพิเศษมากมาย ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ส่วนเชื้อชาติอื่นก็ดูแลตัวเองไป
ในครั้งนี้ นายราซัคบอกว่าจะแก้ปัญหาคอร์รัปชันก็ต้องบอกตรงๆ ว่าจะทำได้หรือ เพราะปัญหาคอร์รัปชันในมาเลเซียก็กระจุอยู่ในรัฐบาล และพรรคอัมโนนั่นแหละ
การประกาศกร้าวในครั้งนี้ ก็เป็นเพียงการหาเสียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น ถ้าหากชาวมาเลเซียต้องการความโปร่งใสในรัฐบาล และต้องการความยุติธรรมในเรื่องเชื้อชาติมากขึ้น ก็น่าจะรู้ดีนะครับว่าควรจะเลือกใคร
แต่อย่างว่า คนมาเลย์ก็เหมือนคนบางประเทศแถวนี้ที่เสพติดประชานิยม ได้อะไรฟรีๆ สบายๆ มาจนเคยตัว!







